ดีเอสไอ แต่งตั้งที่ปรึกษาคดีพิเศษ 5 คน ช่วยขยายผล หาตัวผู้กระทำผิด ในคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ขณะที่สัปดาห์หน้า เตรียมเรียกเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ เข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อหาตัวผู้กระทำผิด ...
เมื่อวันที่ 13 มี.ค. พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผู้บัญชาการ สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เปิดเผยความคืบหน้าการติดตามคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ซึ่งในภาพรวมของคดีมีความคืบหน้าไปมาก โดยในวันที่ 17 มีนาคมนี้ ดีเอสไอ เตรียมเรียก กรมส่งเสริมสหกรณ์ เข้าให้ข้อมูล เกี่ยวกับกฎระเบียบ ข้อบังคับในการบริหารงานสหกรณ์ เพื่อขยายผล หาตัวผู้ร่วมกระทำผิดเพิ่มเติม โดยเฉพาะในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบบัญชีของสหกรณ์
ด้าน พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล หัวหน้าผู้อำนวยการ 2 ในฐานะหัวหน้าชุดตรวจสอบร่องรอยทางการเงิน เปิดเผยว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ดีเอสไอ ได้เรียกนิติบุคคล ที่เกี่ยวข้องกับการรับเช็ค จำนวน 878 ฉบับ มาสอบปากคำแล้ว 15 ปาก พบว่า ได้มีการรับเช็คจริง แต่เป็นการจ่ายค่าจ้างในการตกแต่งภายใน ติดตั้งระบบแอร์ และไฟฟ้า ให้กับอาคารยูทาวเวอร์ ซึ่งเป็นสำนักงานของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น จำกัด ซึ่งกระบวนการสอบปากคำ ในชุดตรวจสอบร่องรอยทางการเงิน จะมีผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 43 กลุ่ม เป็น นิติบุคคล 38 กลุ่ม และ บุคคลธรรมดา 5 คน ซึ่งส่วนนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียกสอบปากคำ พระธัมมชโย และผู้เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกาย
นอกจากนี้ ดีเอสไอ ยังได้มีคำสั่ง แต่งตั้งที่ปรึกษาคดีพิเศษ 5 คน เพื่อเข้ามาช่วยในการสืบสวนสอบสวนคดี ประกอบด้วย นายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ ตระกูล อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน / นายกิตินันท์ ธัชประมุข รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน / นายขจร ศักดิ์ พุทธานุภาพ อัยการพิเศษ ฝ่ายการสอบสวน 3 สำนักงานการสอบสวน / นายนพดล อุเทน ผู้อำนวยการกองคดี 1 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน / และ พลตำรวจตรี ชนะชัย ลิ้มประเสริฐ ผู้บังคับการ กองคดีอาญา สำนักงานกฎหมายและคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ.


