หนุ่มระห่ำซิ่งกระบะแหก 2 ด่านตรวจ บริเวณรอยต่อสุดเขตเมืองพัทยา มุ่งหน้าเข้าอำเภอสัตหีบ ชนดะรถเจ้าหน้าที่เสียหาย 2 คัน นักท่องเที่ยวรัสเซียเจ็บอีก 2 ราย...
เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 12 มี.ค. 58 ขณะที่ นายประพันธ์ ประทุมชุมภู ปลัดฝ่ายความมั่นคง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ได้นำกำลังฝ่ายปกครอง และทหารมณฑลทหารบกที่ 14 ค่ายนวมินทราชินี จังหวัดชลบุรี ตั้งด่านตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย เพื่อนำผู้ที่มีปัสสาวะสีม่วงไปบำบัด บริเวณซอยกรมที่ดิน พัทยาใต้
อย่างไรก็ดี ในระหว่างตั้งด่าน ได้มีรถกระบะยี่ห้อ มิตซูบิชิ สตราด้า สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน บธ 3951 สระแก้ว มีชายวัยรุ่นนั่งมาด้วยกันจำนวน 3 คน ขับเข้าด่านท่าทางมีพิรุธ จึงเรียกทำการตรวจค้น แต่ปรากฏว่ากระบะคันดังกล่าว ได้เร่งเครื่องหลบหนี แหกด่านของเจ้าหน้าที่ไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามไป เมื่อมาถึงบริเวณหน้าศาลจังหวัดพัทยา ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ตั้งด่านจุดสกัดป้องกันอาชญากรรมอยู่เช่นกัน แต่กระบะคันดังกล่าว ก็ไม่หยุดคิดที่จะหลบหนีกลับซิ่งแหกด่านของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนจะไปเฉี่ยวกับรถตราโล่ตำรวจและรถเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจนได้รับความเสียหาย
จากนั้นกระบะคันดังกล่าว ขับหลบหนีไปเฉี่ยวชนนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย จำนวน 2 คน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย บริเวณหน้าโรงแรมแอมบาสเดอร์ ถนนสุขุมวิท ก่อนจะมาจอดดับเครื่องสนิทที่จุดกลับรถวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ เนื่องจากถูกรถเก๋งชาวบ้านพุ่งชนกลางลำ เพราะกระบะคันดังกล่าวเลี้ยวตัดหน้า จากการตรวจสอบรถกระบะคันดังกล่าว พบเพียงคนขับ ทราบชื่อคือ นายอดิเทพ ทองเลื่อม อายุ 36 ปี ชาวอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี อยู่ในสภาพหมดเรี่ยวแรง เจ้าหน้าที่จึงจับกุมทันที ส่วนพวกอีก 2 คน ได้วิ่งหลบหนีเข้าป่าละเมาะ โดยเจ้าหน้าที่กว่า 100 นาย ได้ปูพรมค้นหาแต่ก็ยังไม่พบตัวผู้ที่หลบหนี
จากการสอบสวน นายอดิเทพ ให้การว่า ได้เดินทางมาที่เมืองพัทยา เพื่อมาตามหารถที่ถูกยืมไปจาก อ.ศรีราชา แล้วยังไม่นำมาคืน โดยมีลูกน้องจำนวน 2 คน ที่หลบหนีไป ได้นั่งมาด้วย ในระหว่างนั้นได้มาพบด่านของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและทหาร เรียกตรวจสอบ ตอนนั้นได้หยุดแล้วแต่ลูกน้องที่มาด้วย ตะโกนบอกให้ตนเองขับหลบหนี จากนั้นจึงเร่งเครื่องหลบหนี ไปชนด่านตำรวจ รถเจ้าหน้าที่ และนักท่องเที่ยวเจ็บ แต่สุดท้ายไปชนกับรถชาวบ้านแล้วถูกจับกุมในที่สุด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัว นายอดิเทพ ไปยัง สภ.เมืองพัทยา เพื่อตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย ก่อนส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


