ทล.นำรถฉลามบกออกตรวจบนถนนสายเอเชีย เจอรถเทรลเลอร์ขับส่ายไปมา ไล่จับ แถมมีตะโกนด่า ต้องใช้รถจอดปิดถนนจึงยอมจำนน พบโชเฟอร์เป็นลุงวัย 61 ปี ประวัติโชกโชน เป็นเบาหวานถูกจับมาแล้ว 4 ครั้ง แต่ชอบขับรถ ขอนายจ้างกลับไปขับอีก...
เมื่อช่วงสายวันที่ 11 มี.ค. 2558 ร.ต.ต.ศิรภพ จันทร์ลอย และ ด.ต.ธนนนท์ ปีอาทิตย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงประจำรถวิทยุสายตรวจทางหลวงหมายเลข 1115 กำลังออกตรวจตามปกติ บนถนนทางหลวงสายเอเชีย บริเวณกิโลเมตรที่ 36 อ.เมืองอ่างทอง ได้สังเกตเห็นรถเทรลเลอร์บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ทะเบียน 70-6153 นครราชสีมา ขับส่ายไปมาในลักษณะหวาดเสียว จึงได้ส่งสัญญาณให้หยุด เพื่อทำการตรวจสอบและแจ้งข้อกล่าวหา แต่รถคันดังกล่าวไม่ยอมหยุด ทั้งยังเร่งเครื่องหลบหนี เป็นที่น่าหวาดเสียวแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน
เจ้าหน้าที่ทั้ง 2 นาย จึงประกาศใส่ไมค์ของรถวิทยุสายตรวจ ให้หยุดรถ แต่คนขับยังไม่ยอมหยุด พร้อมกับตะโกนด่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงที่อยู่ในรถ จนรถวิ่งมาถึงทางต่างระดับอ่างทองได้ขับเบี่ยงซ้ายเข้าตัวเมืองอ่างทอง เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจึงได้วิทยุขอกำลังเสริมจากตำรวจภูธรเมืองอ่างทอง เพื่อเข้าทำการจับกุม
โดยเจ้าหน้าที่ต้องขอให้รถส่งหนังสือพิมพ์ของสำนักพิมพ์แห่งหนึ่งที่ผ่านมาพอดีช่วยจอดปิดถนน เมื่อรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ทะเบียน 70-6153 นครราชสีมา คันดังกล่าวมาถึง ไม่สามารถผ่านไปได้จึงต้องยอมจำนน
จากการสอบถามคนขับ ทราบว่าชื่อนายหัน แพงแสน อายุ 61 ปี ชาวบ้าน หมู่ 2 ต.สำโรง อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ค้นในตัวและในรถไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทหวาดเสียว และฝ่าฝืนการเรียกตรวจของเจ้าหน้าที่
ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้สอบถามไปยังบริษัทเจ้าของรถ ที่นายหัน เป็นผู้ขับมา ทราบว่ารถบรรทุกคันดังกล่าวได้บรรทุกยางรถยนต์และน้ำมันหล่อลื่นจาก จ.ชลบุรี มุ่งหน้าไปส่งของที่ จ.เชียงใหม่ โดยนายหัน นั้น มีโรคประจำตัวคือ โรคเบาหวาน ซึ่งทางบริษัทเคยขอให้นายหัน หยุดขับรถบรรทุกมาแล้วถึง 3 ครั้ง แต่นายหันได้มาอ้อนวอนขอร้องที่จะขอขับรถต่อทุกครั้งไป จนมาครั้งนี้ ได้กระทำความผิดและถูกจับเป็นครั้งที่ 4 แล้ว ดังนั้น ทางบริษัทคงจะต้องพิจารณาให้ไปอยู่แผนกอื่นต่อไป
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภายหลังตรวจสอบไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย มีแต่เพียงข้อหาขับรถในลักษณะประมาทหวาดเสียวทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อน จึงได้เปรียบเทียบปรับ ก่อนจะปล่อยตัวไป.


