อัยการฟ้อง 'เอฟ พลอยหิน' แอบอ้างเบื้องสูง ช่วยนักโทษล้างคดียาเสพติด พร้อมค้านประกันตัว เกรงหลบหนี ศาลนัดสอบคำให้การวันนี้ เวลา 09.00 น.ที่ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก…

เมื่อวันที่ 11 มี.ค.58 พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเอกชัย พลอยหิน หรือ เอฟ อายุ 28 ปี เป็นจำเลยฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทหรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ,เรียกหรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยวิธีทุจริต ผิดกฎหมาย หรือโดยอิทธิพลของตนให้กระทำหรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของผู้อื่นซึ่งได้รับอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมายไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

ทั้งนี้ คำฟ้องบรรยายพฤติการณ์จำเลยสรุปว่า เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.51 ในเวลากลางวันจำเลยได้กล่าวอ้างต่อ น.ส.บุษกร อุ่นใจ ผ่านทางโทรศัพท์ว่า สามารถช่วยเหลือนายไพฑูรย์ เนมีแสน สามีของ น.ส.บุษกร ซึ่งถูกขังอยู่ในเรือนจำพิเศษจังหวัดราชบุรีให้หลุดพ้นจากคดีเกี่ยวกับยาเสพติดได้ โดยเรียกค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจำนวน 2 ล้านบาท พร้อมนัดหมายให้ไปพบกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งใน จ.ราชบุรี เมื่อไปถึงที่ร้านจำเลยได้แสดงตนต่อ น.ส.บุษกร และนายบรรเทิง เนมีแสน พ่อนายไพฑูรย์ว่าเป็นหลานของพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา (พระยศในขณะนั้น) ทำให้นายบรรเทิงเชื่อว่าจำเลยจะช่วยเหลือนายไพฑูรย์ได้จริง จึงตกลงจะชำระเงินตามที่จำเลยเรียกร้อง ต่อมาวันที่ 22 ธ.ค.51 เวลากลางวันจำเลยได้นัดหมายให้นายบรรเทิง และ น.ส.บุษกร นำเงินไปมอบให้ที่โรงแรมโกลเด้นส์ซิตี้ จ.ราชบุรี แต่นายบรรเทิงหาเงินสดได้เพียง 1.3 แสนบาท จึงมอบให้แก่จำเลย โดยจำเลยบอกว่าจะนำเงินไปดำเนินการให้เรียบร้อย แสดงให้เห็นว่าจำเลยจะนำเงินดังกล่าวไปจูงใจเจ้าพนักงานให้กระทำผิดกฏหมาย และจำเลยมีเจตนาสื่อสารให้ผู้ฟังเห็นว่า จำเลยมีความใกล้ชิดกับสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สามารถอาศัยบารมีของพระองค์ช่วยเหลือได้

...

อย่างไรก็ตาม เมื่อจำเลยรับเงินจำนวนดังกล่าวไปแล้วปรากฎว่านายไพฑูรย์ไม่ได้รับการประกันตัวและถูกศาลพิพากษาจำคุก การกระทำของจำเลยจึงเป็นการแอบอ้างพระราชอำนาจไปกระทำการอันเป็นการทุจริตหรือผิดกฏหมาย ย่อมทำให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารเสื่อมเสียพระเกียรติยศ ถูกดูหมิ่นเกลียดชังได้ อันเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรืออาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ,เรียกหรือยอมรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยวิธีทุจริต ผิดกฎหมาย หรือโดยอิทธิพลของตนให้กระทำหรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด

นอกจากนี้ จำเลยยังบังอาจมีอาวุธปืนยาวลูกซองเดี่ยว ขนาด 12 จำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนลูกซองจำนวน 11 นัด อาวุธปืนยาวเดี่ยว แบบสไลด์แอ็คชั่น ขนาด 12 จำนวน 1 กระบอก ปืนออโตเมติก ขนาด 9 มม.ลูเกอร์ จำนวน 1 กระบอก และซองกระสุนปืน จำนวน 2 อัน ปืนพกออโตเมติก ขนาด .38 SUPER จำนวน 1 กระบอก และซองกระสุนปืน จำนวน 2 อัน ปืนพกออโตเมติก ขนาด .380 (9.มม.KURZ) จำนวน 1 กระบอก พร้อมซองกระสุนปืนจำนวน 2 อัน กระสุนปืนออโตเมติก ขนาด 9 มม. ลูเกอร์​ จำนวน 13 นัด กระสุนปืนออโตเมติก ขนาด .38 SUPER จำนวน 17 นัด และกระสุนปืนออโตเมติก ขนาด .380 จำนวน 14 นัด โดยอาวุธปืนดังกล่าวเป็นของบุคคลอื่นซึ่งได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน และอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนดังกล่าวอยู่ในสภาพที่สามารถใช้ยิงทำอันตรายแก่ชีวิต ไว้ในครอบครองของจำเลย

โดยจำเลยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีเหตุ เกิดที่ ต.จอมบึง อ.จอมบึง ต.โคกหม้อ อ.เมือง ต.วัดเพลง อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี ในชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพท้ายคำฟ้องพนักงานอัยการได้คัดค้านการประกันตัวจำเลย เนื่องจากเป็นคดีสำคัญที่เป็นความผิดต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และมีอัตราโทษสูงเกรงว่าจะหลบหนีโดยศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.868/2558 และให้เบิกตัวจำเลยจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ มาสอบคำให้การ ในวันที่ 12 มี.ค. เวลา 9.00 น.