สคร.11 จังหวัดนครศรีธรรมราช เตือนประชาชนระวังไวรัส Norovirus ระบาดในช่วงหน้าร้อนและอาจก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินอาหาร ชี้ควรใส่ใจหลักอนามัยและปรุงอาหารให้สุกก่อนรับประทานทุกครั้ง
เมื่อวันที่ 11 มี.ค.58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแพทย์นพดล ไพบูลย์สิน นายแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านเวชกรรมป้องกัน) รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า Norovirus เป็นไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินอาหารที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั่วโลก จำนวนเชื้อ Norovirus เพียง 1-10 ตัว สามารถก่อให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษได้ โดยการกินเชื้อ ไวรัส 1 ตัว อาจทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษได้ร้อยละ 50 ปริมาณไวรัสที่ถูกขับออกมาทางอุจจาระอาจพบได้มากถึง 107 ตัวต่ออุจจาระ 1 กรัม
ไวรัส Norovirus สามารถติดต่อได้ง่ายจากคนสู่คน เป็นการติดต่อกันโดยตรงจากละอองที่ปนเปื้อนเชื้อโรค ผ่านเข้ามาทางระบบทางเดินอาหารหรือติดต่อทางอ้อมในการสัมผัสของใช้ที่มีการปนเปื้อนของเชื้ออยู่ การติดต่อทางอาหารโดยเชื้อจะปนเปื้อนจากอาหารและเครื่องมือในการรับประทาน และการติดต่อยังสามารถผ่านทางน้ำได้ เนื่องจากการปนเปื้อนของแหล่งน้ำอุปโภคบริโภค บ่อน้ำ น้ำแข็ง
ทั้งนี้ Norovirus เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดการอักเสบของระบบทางเดินอาหารสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกวัย อาการที่พบ ได้แก่ คลื่นไส้รุนแรง อาเจียน ปวดท้อง และท้องร่วง อาการคลื่นไส้พบได้บ่อยในเด็ก ส่วนผู้ใหญ่มักพบอาการท้องร่วง ผู้ป่วยอาจมีอาการคลื่นไส้เพียงอย่างเดียวนำมาก่อนอาการร่วมอย่างอื่นที่พบ เช่น ปวดศีรษะ มีไข้ หนาวสั่น และปวดกล้ามเนื้อ ส่วนอาการอุจจาระร่วงอย่างแรงจากเชื้อ Norovirus นั่นพบได้ยาก อย่างไรก็ตาม มีอาการอาเจียนเป็นอาการเด่น ซึ่งพบมากกว่าร้อยละ 50 ของผู้ป่วยจากเชื้อ Norovirus ทั้งหมด และอาจทำให้เสียชีวิตได้ ในผู้ที่มีความไวต่อการรับเชื้อ เช่นผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพ
อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตนในการป้องกันโรค โดยหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ โดยเฉพาะอาหารทะเลประเภทหอย ควรปรุงให้สุกก่อนรับประทาน ล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาด ไม่ว่าจะเป็นก่อนการปรุงอาหาร ก่อนรับประทาน และหลังเข้าห้องน้ำ ทำความสะอาดส่วนที่มีคนสัมผัสบ่อย เช่น ลูกบิดประตู แยกเสื้อผ้าคนป่วยซักต่างหาก ควรใช้น้ำร้อนในการซักผ้า และไม่ควรปรุงอาหารหรือเตรียมอาหารเมื่อป่วย


