‘หนุ่มส่งเอกสาร’ตัวการ ส่งอู่ถอดเครื่องจีพีเอส ค้นอีกจุดอายัดไว้55คัน
ตำรวจห้วยขวางสนธิกำลังทหาร ทลายแก๊งเช่ารถแล้วเชิดหนีนำไปวางขายตามเต็นท์รถ ได้ของกลางรถยนต์ 19 คัน หลังผู้เสียหายเข้าแจ้งความเจอรถที่ถูกเชิดหนีจอดอยู่ในเต็นท์รถไม่มีชื่อย่านถนนเทียมร่วมมิตร เผยคนร้ายใช้วิธีถอดระบบติดตามรถยนต์ หลังตระเวนเช่ารถตามที่ต่างๆ บางคันยังจ่ายค่าเช่าอยู่ทำให้เจ้าของไม่ทราบเรื่อง พบหัวโจกเป็นอดีตพนักงาน ส่งเอกสารอยู่ระหว่างหลบหนี ตกเย็น ผบช.น.เข้าตรวจค้นที่บริษัทในพื้นที่ สน.โคกคราม พบรถที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับคดีอีก 55 คัน กำลังตามตัวเจ้าของบริษัทมาตรวจสอบข้อเท็จจริง
รวบแก๊งเช่ารถ-เชิดเอาไปขาย เปิดเผยเมื่อ เวลา 16.30 น. วันที่ 10 มี.ค. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 พ.ต.อ.กิตติพงษ์ วิเศษสงวน ผกก.สน.ห้วยขวาง พร้อมฝ่ายสืบสวนแถลงข่าวจับกุม น.ส.ภูริตา มณีมาศ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 115/5 ถนนดอนนก ต.ตลาด อ.เมืองสุราษฎร์ธานี นายปิยะวัฒน์ เกตุนาค อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 97/49 ม.8 ต.บางเขน อ.เมืองนนทบุรี นายสุริยาวุธ นามพุทธา อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 140 ม.16 ต.ภูเงิน อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด และนายกวางเจิง แซ่เจา อายุ 20 ปี ชาวจีน ของกลางรถยนต์ 19 คัน กุญแจรถยนต์ยี่ห้อต่างๆจำนวนมาก เครื่องมือช่าง 2 กล่อง เครื่องระบุตำแหน่งติดตามรถยนต์ 5 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เงินสด 689,900 บาท
สืบเนื่องมาจากนางสาวศิวพร ตั้งรุ่งเรืองอยู่ ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับ พงส.สน.ห้วยขวางว่านายกิตติภัฎ สมิติวิวรรณ ได้เช่ารถยนต์ของ น.ส.ศิวพรไป 3 คัน เมื่อถึงกำหนดไม่มีการส่งรถคืน จึงตามหารถด้วยระบบติดตามรถยนต์ กระทั่งพบรถจอดอยู่ที่เต็นท์รถไม่มีชื่อด้านหลังเต็นท์รถยุ้ย รัชดา ถนนเทียมร่วมมิตร แขวงและเขตห้วยขวาง กทม. หลังทราบเรื่องตำรวจ สน.ห้วยขวางและทหารเข้าตรวจสอบโดยใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.กฎอัยการศึก พบรถฮอนด้า ซีอาร์วี สีน้ำเงิน ทะเบียน 1 กษ 4644 กรุงเทพมหานคร รถเก๋งฮอนด้า แจ๊ซ สีเขียว ทะเบียน 3 กฐ 7754 กรุงเทพมหานคร รถเก๋งโตโยต้า วีออส สีเทา ทะเบียน 3 กฆ 4574 กรุงเทพมหานคร ที่เป็นรถของผู้เสียหายจอดอยู่ ขณะตรวจค้นพบนายปิยะวัฒน์ นายสุริยาวุธ และนายกวางเจิง กำลังรื้อชิ้นส่วนรถอยู่ โดยมี น.ส.ภูริตานั่งอยู่ในรถเก๋งฮอนด้า แจ๊ซ จึงคุมตัวทั้งหมดไว้ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบรถยนต์ของกลางเพิ่มอีก 16 คัน ที่มีผู้เสียหายแจ้งความอีก 8 ราย ตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลและเร่งติดตามตัวนายกิตติภัฎมาดำเนินคดี
สอบสวนนายปิยะวัฒน์รับสารภาพว่า เปิดอู่ซ่อมรถยนต์ ชื่อเดอะ บ๊อก ที่ย่านสุทธิสาร โดยเปิดมานาน 3 ปี มีลูกค้าทราบชื่อว่านายตี๋ (ไม่ทราบชื่อและนามสกุล) มาจ้างให้ตรวจสอบระบบติดตามรถยนต์ ก่อนหน้าลูกค้ารายนี้นำรถมาตรวจสอบแล้วทั้งหมด 16 คัน ได้รับค่าจ้างคันละ 1,500 บาท พบว่ามีระบบติดตามรถยนต์ประมาณ 6 คัน ที่รับจ้างตรวจสอบเพราะคิดว่านายตี๋ทำธุรกิจเกี่ยวกับเต็นท์รถ ประกอบกับนายตี๋อ้างว่ารับซื้อรถมือสองมาแล้วมีเจ้าของเก่ามาตามเอารถคืน
ส่วน น.ส.ภูริตากล่าวว่า เป็นแฟนกับนายตี๋โดยคบหากันมาประมาณ 1 ปี นายตี๋ให้ตนขับรถไปจอดให้ช่างตรวจหาระบบติดตามรถยนต์ ไม่ทราบว่าเป็นรถที่ได้จากการกระทำผิด สำหรับนายตี๋ ชื่อจริงคือนายกิตติภัฎ สมิติวิวรรณ อายุ 26 ปี พนักงานส่งเอกสารและรับติดตั้งเครื่องเสียง โดยแฟนหนุ่มเคยบอกว่ากำลังจะเปิดเต็นท์รถ ตนจึงมาช่วย ทราบเพียงว่าเต็นท์รถเป็นของนายการันต์ หรือเก๋ ดาวสื่อ อายุ 27 ปี เพื่อนของนายตี๋
ด้านนายอินกวิน อัครพัฒน์ อายุ 44 ปี เช็กเกอร์ของบริษัทสาธร คาร์เร้นท์ จก. เปิดให้บริการเกี่ยวกับรถเช่า 1 ในผู้เสียหาย กล่าวว่า เมื่อปลายเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา น.ส.ณภาภัช พันธ์เจริญกิจ อายุ 35 ปี และนายธราธิป พันธ์เจริญกิจ อายุ 43 ปี เช่ารถเก๋งโตโยต้า คัมรี่ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฎธ 5622 กรุงเทพมหานคร ในราคาวันละ 2,500 บาท จนถึงปัจจุบันก็ยังมีการเช่าอยู่ มีการจ่ายเงินตรงตามเวลาในทุกเดือน กระทั่งตำรวจติดต่อมายังบริษัทว่าพบรถคันดังกล่าวจอดอยู่ซึ่งเป็นรถ 1 ใน 19 คัน ที่ถูกตรวจยึดไว้ดังกล่าว จึงเดินทางมาตรวจสอบ ส่วนสาเหตุที่บริษัทไม่ทราบว่ารถคันดังกล่าวถูกนำไปขาย เนื่องจากทางผู้เช่ามีการชำระค่าเช่าตรงตามเวลาทุกเดือน
เบื้องต้นตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง เพื่อดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันยักยอกทรัพย์หรือรับของโจร เพื่อสอบสวนขยายผล
เย็นวันเดียวกัน พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พ.ต.อ.กิตติเชษฐ์ ศักยภาพวิชานนท์ ผกก.สน.โคกคราม เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และเจ้าหน้าที่ทหารจากกองร้อยรักษาความสงบที่ 1 ร.12 พัน. 1 รอ. สนธิกำลังตรวจค้น บริษัท เอส.วี.อาร์.ออโต้ลีส จำกัด เลขที่ 32/60 ซอยนวลจันทร์ 10 ถนนนวลจันทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กทม.หลังผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้า ระบุว่าหลังจากนำรถไปถอดระบบติดตามแล้วจะนำรถบางส่วนมาจอดเก็บที่บริษัทดังกล่าว ตรวจสอบพบด้านหลังของตึกมีลานจอดรถขนาดใหญ่ มีรถต้องสงสัยจอดอยู่เป็นจำนวนมาก
ภายหลัง พล.ต.ท.ศรีวราห์เปิดเผยว่า ตรวจสอบพบรถยนต์ทั้งหมด 55 คัน แบ่งเป็นรถยนต์ไฟแนนซ์ของบริษัทต่างๆ 42 คัน เป็นรถยนต์ที่มีเจ้าของถือกรรมสิทธิ์อีก 9 คัน และเป็นรถยนต์ที่อยู่ในระหว่างตรวจสอบอีก 4 คัน นอกจากนี้ ยังพบรถที่ถูกสวมทะเบียนอีก 4 คัน ประสานผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำเพื่อตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่ นอกจากนี้ จากการตรวจค้นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ที่เป็นที่ทำการของบริษัทพบแผ่นป้ายทะเบียน 6 คู่ พระพุทธรูปจำนวนหนึ่ง และรถ จยย.คาวาซากิ เคเอสอาร์ อีก 1 คัน จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน ส่วนเจ้าของบริษัทชื่อนายอิทธิพล มาณวิกาเวสน์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14 ซอยรามอินทรา 42/1 แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กทม. อยู่ระหว่างตามตัวมาสอบข้อเท็จจริง


