ตร.สะเดาร่วมดีเอสไอ และฝ่ายปกครอง กวาดล้างการค้ามนุษย์และยาเสพติดในพื้นที่ จับยาไอซ์ ขยายผลถึง‘เจ๊’เอเย่นต์ใหญ่ ตรวจเจอของกลางยัดขาเตียงในห้อง ยึดเงินสกุลริงกิตและเงินไทยกว่าครึ่งล้าน ตะลึงรวยจัด จนต้องใช้เครื่องนับเงิน...

เมื่อเวลา 22.00 วันที่ 10มี.ค.58 พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผกก.สภ.สะเดา ร่วมกับพ.ต.ท.สิทะโชค จ่าแก้ว ผอ.สปพ.ภาค 9 และนายมานิตย์ บริพันธ์ ปลัดอำเภอสะเดา นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดีเอสไอ และกองร้อยอาสาสมัคร จำนวน70นาย ระดมกวาดล้างการค้ามนุษย์ และยาเสพติดตามนโยบายรัฐบาล ในพื้นที่แหล่งบันเทิงเมืองชายแดนบ้านด่านนอก อ.สะเดา จ.สงขลา พร้อมตั้งจุดสกัดภายในเทศบาลตำบลสำนักขาม

โดยเริ่มจากตรวจผับต่างๆ เช่น ที่ร้านสไปเดอร์ผับ ร้านฟอร์จูนผับ ร้านสกอร์เปียน และร้านฉางเอ่อ คาราโอเกะ เบื้องต้นไม่พบการะทำผิดในการค้ามนุษย์

จุดต่อมา พ.ต.ท.วีระศักดิ์ เดชประมวลพล รอง.ผกก.สส.สภ.สะเดา พร้อมด้วยพ.ต.ต.รุ่งฤทธิ์ สุดแป้น สวป.นำกำลังเจ้าหน้าที่ตั้งจุดสกัดตามถนนเขตเทศบาลตำบลสำนักขาม ตรวจค้นรถรถเก่๋งโตโยต้า คัมรี่ ทะเบียน เคดีอาร์ 535(ทะเบียนมาเลเซีย) มีนายสมมาตย์ แสวงบุญ อายุ 45 ปี บ้านอยู่ อ.หาดใหญ่ เป็นคนขับ ที่หลังตลาดสด 90 ไร่เพื่อหลบด่านตรวจบนถนนกาญจนวณิชย์ พบยาไอซ์ในกระเป๋ากางเกงน้ำหนัก 25 กรัม

จากการสอบสวนขยายผล ทราบว่ารับยามาจาก น.ส.เกษณี  จักร์สุวรรณ หรือ เจ๊ปุ้ย อายุ 31 ปี เอเยนต์ใหญ่ในพื้นที่ย่านด่านนอก จึงได้ไปตรจค้นที่ห้องแบ่งเช่า ในซอยณัฐพงษ์ 2 ถนนกานูอุทิศ ม.7 ต.สำนักขาม เป็นห้องของน.ส.เกษณี พบยาไอซ์ซุกซ่อนไว้ที่ขาเตียงเหล็กกลวง จำนวน72.8 กรัม

ก่อนนำมาตรวจค้นที่บ้านพักภายในหมู่บ้านสุธาทิพย์ ม.7 ต.สำนักขาม อ.สะเดา พบเงินสดสกุลริงกิตมาเลเซีย45,000 ริงกิตหรือคิดเป็นเงินไทย 450,000 บาท เงินไทย 90,000 บาท พร้อมสร้อยคอทองคำ 3 เส้น น้ำหนักรวมประมาณ8บาท เครื่องนับธนบัตร 1 เครื่อง โทรศัพท์ยี่ห้อซัมซุง1 เครื่อง และตู้เซฟเก็บเงินสด1ตู้ จึงยึดเป็นของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายโดยผิดกฏหมาย

สำหรับ น.ส.เกษณี หรือ เจ๊ปุ้ย เป็นเอเยนต์รายใหญ่ในบ้านด่านนอก มีสามีเป็นชาวมาเลย์คอยส่งยามาให้ ซึ่งก่อนจับกุม สามีเดินทางกลับประเทศพอดี ทำให้คลาดกันอย่างหวุดหวิด โดยมีเครือข่ายคอยส่งยาให้กับสถานบันเทิง และลูกค้าทั่วไปในพื้นที่ รวมทั้งที่อ.หาดใหญ่ มีรายได้กว่า1 แสนบาทต่อวัน จนต้องนับเงินด้วยเครื่องนับธนบัตร และเก็บเงินไว้ในตู้เซฟ.