เจ้าคณะอำเภอเมืองสิงห์บุรี นำพระและญาติโยมร่วมตรวจสอบทรัพย์สินวัดสว่างอารมณ์ หลัง‘ท่านโชติ’อดีตเจ้าอาวาส พระนักเทศน์ชื่อดังส่งจม.ระบุลาสิกขาแล้ว พบหลักฐานใช้เงินมูลนิธิ1ล้านบาท ซื้อหุ้นในนามของวัด ท่ามกลางความกังขาของชาวบ้าน...
จากกรณีเกิดเรื่องอื้อฉาวขึ้นภายในวัดสว่างอารมณ์ วัดดังในอ.เมืองสิงห์บุรี แหล่งสะสมตัวหนังใหญ่ที่มีมากที่สุดในประเทศไทย พระครูอรรถสิทธิ์โสภณ(โชติ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสว่างอารมณ์ หายไปจากวัดเมื่อวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา หลังมีภาพกำลังนัวเนียกับสีกา แพร่กระจายในโลกออนไลน์
จนเมื่อวันที่ 8 มี.ค.2558 พระครูอรรถสิทธิ์โสภณ หรือที่ญาติโยมเรียกติดปากว่า ‘ท่านโชติ’ พระนักเทศน์ชื่อดัง ก็ได้ส่งรูปถ่ายจดหมายที่เป็นลายมือถึงเจ้าคณะตำบลจักรสีห์ ระบุว่า“ผมพระครูอรรถสิทธิ์โสภณ ได้ลาสิกขาแล้ว ขอให้ดำเนินการทางวัดได้เลย ทรัพย์สินใดๆ ของทางวัดผมไม่ได้เอามา”
ต่อมาเมื่อเวลา17.30 น. วันที่10มี.ค.58 ที่ วัดสว่างอารมณ์ หมู่ 5 ต.ต้นโพธิ์ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี พระครูวิธานปริยัติคุณ เจ้าคณะอำเภอเมืองสิงห์บุรี เจ้าอาวาสวัดแจ้งพรหมนคร พระครูสุนทรพัฒนาลังการ เจ้าคณะตำบลจักรสีห์ เจ้าอาวาสวัดโพธิ์แก้วนพคุณ กรรมการวัด และกลุ่มชาวบ้านในละแวกวัดได้มาเป็นสักขีพยานในการตรวจสอบทรัพย์สินของวัด
พร้อมกันนี้ มีการแต่งตั้งพระครูใบฎีกาวัฒนา อริยวโส ซึ่งเป็นนักธรรมเอก บวชมาแล้ว 19 พรรษา อายุ 66 ปี ให้รักษาการเจ้าอาวาสวัดสว่างอารมณ์ หลังจากที่พระครูอรรถสิทธิ์โสภณ เจ้าอาวาสวัดสว่างอารมณ์ รูปเดิมได้ลาสิกขาไป
ทั้งนี้ คณะสงฆ์และกรรมการวัดได้ตรวจสอบบัญชีธนาคาร 3 ฉบับ พบว่า 1 ฉบับซึ่งเป็นเงินมูลนิธิ มีการนำเงินในบัญชีนับล้านบาทไปซื้อหุ้น และพบหลักฐานเป็นหนังสือการโอนซื้อหุ้นเป็นเงิน 1 ล้านบาทในนามของวัดสว่างอารมณ์ ซึ่งชาวบ้านหลายคนสงสัยว่า การนำเงินวัดไปซื้อหุ้นเป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือไม่ และเห็นว่า ควรมีการตรวจสอบในเรื่องนี้ เพื่อให้เกิดความกระจ่างต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณี ‘พระเล่นหุ้น’ เคยเป็นข่าวดังเมื่อปลายปี2557 ที่ผ่านมา เมื่อเจ้าคณะจังหวัดพิจิตรมีคำสั่งปลด พระครูวิสิฐสีลาภาณ์ เจ้าอาวาสวัดหิรัญญาราม หรือวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน ต.บางคลาน อ.โพทะเล จ.พิจิตร ให้พ้นจากตำแหน่งเจ้าอาวาส หลังมีการไต่สวนข้อเท็จจริงและเดินเผชิญสืบแล้ว พบว่าเงินของวัด ถูกนำไปซื้อหุ้นถึง 40 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวได้มีกระแสจากฝ่ายลูกศิษย์ ของพระที่โดนปลดว่า เป็นการใส่ความกลั่นแกล้ง พร้อมกันนั้นก็มีการตั้งกระทู้ถามในสังคมออนไลน์ว่า ‘พระเล่นหุ้นผิดหรือไม่’ ซึ่งคำตอบหรือความเห็นที่ตอบกลับมา มีทั้งที่เห็นว่า ถ้าเป็นพระในนิกายหินยานหรือเถรวาทก็น่าจะผิด แต่ถ้าเป็นพระมหายานไม่ผิด บางรายเห็นว่าเล่นหุ้นก็เหมือนเล่นหวย หรือบ้างก็เห็นว่าน่าจะเป็นอาบัติขั้นปาจิตตีย์ ซึ่งเทียบเท่าความผิดลหุโทษในทางโลก.