ก่อคดีนนทบุรี จนมุมที่พัทยา ยังหนีรอดอีก 1
ตำรวจจู่โจมค้นแคมป์ คนงานเมืองชลบุรีล่าแก๊งพม่าฉกทองร้านดังย่านบางบัวทอง 600 บาท มูลค่า 14 ล้านบาท รวบ 1 ใน 3 ผู้ต้องหา ทำหน้าที่ดูต้นทางขณะเตรียมตัวหนี ยึดของกลางสร้อยคอทองคำ 22 บาท ส่วน “ไอ้ชัย” หัวหน้าแก๊งหนีรอดหวุดหวิด ล็อกญาติสอบรู้เห็นให้ความช่วยเหลือคนร้าย “อำนวย” สั่งล้อมคอกตรวจสอบแคมป์คนงานในพื้นที่
จากกรณีคนร้ายบุกเข้าไปขโมยทองรูปพรรณ ภายในร้านทองเยาวราช เลขที่ 15/6-7 หมู่ 8 ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี รวมน้ำหนักกว่า 600 บาท มูลค่าประมาณ 14 ล้านบาท เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ที่ผ่านมา กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายที่ก่อเหตุได้คือ นายชัย อายุ 25-30 ปี คนงานก่อสร้างชาวพม่าและพวกอีก 2 คน ที่เช่าห้องพักอยู่ด้านหลังที่เกิดเหตุและได้หลบหนีไปตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเวลา 11.30 น. วันที่ 9 มี.ค. ที่ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.คเชนทร์ คชพลายุกต์ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.สำราญ ยินดีอารมณ์ ผบก.ภ.จ.นนทบุรี พ.ต.อ.สุรพงษ์ ถนอมจิตร รอง ผบก.ภ.จ.นนทบุรี และ พ.ต.อ.ปรีชา มาเจริญ ผกก.สภ.บางบัวทอง ร่วมกัน แถลงข่าวจับกุม นายอะทุย อายุ 20 ปี สัญชาติพม่า หนึ่งในผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ พร้อมของกลางสร้อยคอทองคำ 11 เส้น น้ำหนัก 22 บาท แหวนทองคำ 1 วง น้ำหนัก 2 สลึง โทรศัพท์มือถือ 9 เครื่อง กระเป๋าคาดเอวที่ใช้ใส่ทองวันก่อเหตุ 1 ใบ และสร้อยคอสเตนเลสกว่า 50 เส้น นอกจากนี้จับกุมผู้มีส่วนรู้เห็นอีก 3 คน ได้แก่ นายเมนน่า อายุ 56 ปี บิดานายชัย นายบาทู อายุ 21 ปี น้องชายนายชัย และนายชิเนมอ อายุ 20 ปี เพื่อนสนิทนายชัย ทั้งหมดสัญชาติพม่า
พล.ต.ท.อำนวย เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุตำรวจได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้านและใกล้เคียงพบผู้ต้องหาที่ก่อเหตุมี 3 คน เป็นคนงานก่อสร้างชาวพม่าที่พักอยู่ด้านหลังจุดเกิดเหตุได้เพียง 3 วัน คือ นายชัย คนปีนเข้าไปขโมยทอง นายอะทุย และนายโกทุย ทำหน้าที่เป็นคนดูต้นทาง ต่อมาตำรวจชุดสืบสวนภูธรภาค 1 ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ชุดสืบสวน สภ.บางบัวทอง สืบทราบว่าผู้ต้องหาทั้งหมดได้หลบหนีไปที่แคมป์คนงานก่อสร้างภายใน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงสนธิกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา สามารถ จับกุมนายอะทุย ผู้ต้องหาขณะกำลังจะหลบหนีและจับผู้มีส่วนรู้เห็นได้อีก 3 คน จากการตรวจค้นห้องพักผู้ต้องหาพบสร้อยคอทองคำในกระป๋องแป้งและในหมอนจึงควบคุมตัวทั้งหมดมาสอบสวนที่ สภ.บางบัวทอง โดยแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร ส่วนนายชัย และนายโกทุยหลบหนีไปได้อย่างหวุดหวิด
พล.ต.ท.อำนวย กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นนายอะทุย ให้การว่าไม่รู้รายละเอียดทำหน้าที่เพียงดูต้นทาง โดยมีนายชัยเป็นผู้วางแผนก่อเหตุทั้งหมด สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมมีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ โดยนายเมนน่า นำทองไปซ่อนไว้ในหมอน นายบาทู ช่วยเหลือให้ที่พักพิง และนายชิเนมอไปรับภรรยานายชัยจาก จ.นครปฐม เพื่อหลบหนี ทั้งหมดรู้ว่านายชัยไปก่อเหตุขโมยทองแต่ให้ความช่วยเหลือและเตรียมตัวหลบหนี ส่วนนายชัย และนายโกทุย ที่ยังหลบหนีได้สั่งให้ตำรวจชุดสืบสวนเร่งติดตามจับกุมตัวให้ได้เชื่อคาดจะได้ตัวเร็วๆนี้
“อยากจะฝากเตือนถึงเจ้าของร้านทองให้เพิ่มความระมัดระวังทรัพย์สิน เป็นไปได้หลังปิดร้านแล้วควรเก็บทองทั้งหมดเข้าตู้เซฟให้มิดชิด จากนี้ตนเองได้สั่งการให้ตำรวจเร่งตรวจสอบแคมป์คนงานในพื้นที่เพื่อทำการเก็บประวัติ หากเกิดปัญหาจะได้ตรวจสอบติดตามได้โดยง่าย” พล.ต.ท.อำนวยกล่าว
เวลา 19.45 น. พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ ภาคภูมิ รอง ผบก.จ.อุตรดิตถ์ พ.ต.อ.เด่น ทองศรีจันทร์ ผกก.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ พ.ต.อ.โกมินทร์ สิงห์ขาว ผกก.สส.ภ.จ.อุตรดิตถ์ ร่วมกับทหารจากค่ายพิชัยดาบหักจังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์ตั้งด่านตรวจรถยนต์ขาขึ้นภาคเหนือที่ด่านปราบยาเสพติดถาวร ต.น้ำอ่าง อ.ตรอน พบรถตู้โตโยต้า สีขาว ทะเบียน ฉข 4720 กรุงเทพมหานคร ต้องสงสัยจึงเรียกตรวจค้นพบหญิงชาวพม่า 5 คน ชายพม่า 1 คน และคนไทย 2 คน
จากการตรวจสอบพบผู้ต้องหา คือนายชัย อายุ 27 ปี สัญชาติพม่า และนางมุสะ แฟนสาวสัญชาติพม่า พร้อมของกลางทองรูปพรรณน้ำหนัก 328 บาท ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทาง เบื้องต้นนายชัย ให้การรับสารภาพว่าได้เหมารถตู้จาก กทม. เพื่อเดินทางไปด่านท่าขี้เหล็ก จ.เชียงราย หวังหลบหนีไปประเทศพม่าแต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้เสียก่อน ส่วนผู้โดยสารคนอื่นไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตำรวจจึงควบคุมตัวนายชัยเพื่อประสานให้ตำรวจ สภ.บางบัวทอง มารับตัวไปดำเนินคดีต่อไป


