หนุ่มใหญ่สวนยางเมืองคอน วัย 48 ปี ต้องคดี ศาลนัดตัดสิน 19 มี.ค. เครียดหนักบุกยิงพยาน 2 ผัวเมียดับบนเขาที่ฉวาง เมืองคอน ก่อนลงมายิงตัวตายเป็นศพที่ 3...

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 มี.ค. ร.ต.ท.ยงยุทธิ์ วัฒนปรีชาพงษ์ พนักงานสอบสวน สภ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันตาย 3 ศพในพื้นที่ หมู่บ้านห้วยปราย หมู่ 7 ต.ห้วยปริก อ.ฉวาง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น แล้วพร้อมด้วย พ.ต.อ.อนันต์ หริกจันทร์ ผกก. พ.ต.ท.นิธิฤทธิ์ พรหมเจริญ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.สุรพล ฉับพลัน รอง ผกก.สส. เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดนครศรีธรรมราชแพทย์เวร รพ.สมเด็จพระยุพราชฉวาง และมูลนิธิสยามรวมใจปู่อินทร์ฉวาง รุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุเพื่อร่วมกันสืบสวนสอบสวน และชันสูตรพลิกศพทั้ง 3 ศพ

ที่เกิดเหตุ พบศพแรกเป็นผู้ชายนอนตายอยู่ในบ้านปูนชั้นเดียว ภายในสวนผลไม้ เลขที่ 146 หมู่ 7 ต.ห้วยปริก ทราบชื่อคือ นายสำเนียงหรือเชด เดชารักษ์ อายุ 48 ปี เจ้าของบ้าน สภาพศพมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. เข้าใต้คางขวาทะลุขมับซ้าย 1 แผลฉกรรจ์ โดยมีอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.จำนวน 1 กระบอก วางอยู่บนหน้าอกของผู้ตายและมือขวาของผู้ตายกำปืนไว้แน่น

ส่วน 2 ศพ ที่เหลือ อยู่ในสวนยางพาราบนภูเขาปลายคลองกะเปียด หมู่ 7 ต.ห้วยปริก ห่างจากที่เกิดเหตุจุดแรกประมาณ 2 กม.ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องใช้รถจักรยานยนตร์วิบากขึ้นไปยังที่เกิดเหตุสวนยางบนยอดเขา เป็นเวลาประมาณนานเกือบ 2 ชม. กว่าจะถึงที่เกิดเหตุ ด้วยความทุลักทุเล

ในที่เกิดเหตุพบศพผู้ตาย 2 ศพนอนตายอยู่ใต้ต้นยาง สอบสวนทราบชื่อคือ นายสุรพล รักษ์ทอง อายุ 38 ปีและนางเพ็ญศรี รักษ์ทอง อายุ 38 ปี ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน อยู่บ้านเลขที่ 26/1 หมู่ 12 ต.บ้านส้อง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี สภาพศพนายสุรพล มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน 9 มม. เข้าศีรษะ 1 นัดและนางเพ็ญศรี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน 9 มม. เข้าแก้มขวาทะลุแก้มซ้าย 1 นัด และมือขวาอีก 1 นัด นอนตายคู่กัน

พ.ต.อ.อนันต์ หริกจันทร์ ผกก.สภ.ฉวาง เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยได้ทำการสอบสวนปากคำนางประไพ สงค์ดวง อายุ 45 ปี ภรรยาของนายสำเนียง ผู้ตายรายแรกให้การกับตำรวจว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา นางประไพ ได้ออกจากบ้านไปกรีดยางในสวนยางบนภูเขาเพียงลำพังคนเดียว ปล่อยให้นายสำเนียง สามีเฝ้าบ้านเพียงคนเดียว พอกรีดยางเสร็จก็กลับมาบ้านและพบว่านายสำเนียงได้ใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.ของตัวเอง ยิงฆ่าตัวตายแล้ว และยังทราบในเวลาต่อมาว่า นายสำเนียงสามี ยังได้ไปก่อเหตุยิงนายสุรพลและนางเพ็ญศรี เสียชีวิต 2 ศพบนภูเขา ก่อนหน้านี้อีกด้วย

พ.ต.อ.อนันต์ กล่าวอีกว่า สำหรับสาเหตุการฆ่า 3 ศพครั้งนี้ จากการสอบสวนปากคำนางประไพ ภรรยาของนายสำเนียงและพยานอีกหลายปาก ทราบว่านายสำเนียงมีนิสัยเจ้าชู้ ซึ่งสาเหตุที่นายสำเนียงเกิดความเครียดและก่อเหตุขึ้น มาจากเรื่องคดีที่นายสำเนียงมีคดีข่มขืนหญิงสาวคนหนึ่งในหมู่บ้านเมื่อปลายปี 2557 ที่ผ่านมา จนถูกแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจ สภ.ฉวาง โดยได้ส่งฟ้องศาลจังหวัดทุ่งสงแล้ว อีกทั้งในวันที่ 19 มี.ค.นี้ ศาลจังหวัดทุ่งสงจะมีคำพิพากษาตัดสินคดีของนายสำเนียง ทำให้นายสำเนียงเกิดความเครียดหนัก กินไม่ได้นอนไม่หลับ ก่อนหน้านี้เคยบ่นกับภรรยาว่า ไม่อยากติดคุก ยอมตายดีกว่าติดคุก แต่ทางภรรยาและญาติๆ พยายามปลอบใจตลอดมา

กระทั่งเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา หลังจากนางประไพ ขึ้นไปกรีดยางบนภูเขาแล้ว นายสำเนียง ได้ขี่จักรยานยนต์วิบาก สีขาวแดงไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน นำอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.ขึ้นไปบนภูเขาภายในสวนยางและบุกยิงนายสุรพลและนางเพ็ญศรี เสียชีวิต 2 ศพ ขณะกรีดยางอยู่บนภูเขา ก่อนที่นายสำเนียงจะขี่รถจักรยานยนต์ลงจากภูเขามายิงฆ่าตัวตายเป็นศพที่ 3 ในบ้านพักตัวเอง

อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่นายสำเนียงไปยิงนายสุรพลและนางเพ็ญศรี 2 สามีภรรยาเสียชีวิต ก่อนหน้ายิงตัวตายนั้น เนื่องจากทราบว่า 2 สามีภรรยาคู่นี้ได้เป็นพยานปากสำคัญในคดีนายสำเนียงข่มขืนหญิงสาวในหมู่บ้าน ทำให้นายสำเนียงเกิดความแค้น 2 สามีภรรยาเป็นอย่างมาก จึงฆ่าล้างแค้น ก่อนลงมือฆ่าตัวตายหนีความผิดเป็นศพที่ 3 ดังกล่าว ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่ได้ทำการชันสูตรพลิกศพเสร็จแล้วได้มอบศพให้กับญาตินำไปจัดการตามประเพณีต่อไป.