ตำรวจเมืองชุมพรสนธิกำลังทหาร ตั้งด่านสกัดจับเก๋งสภาพดัดเเปลงลักลอบขนสัตว์ป่า พบตัวนิ่มกว่า 60 ตัว มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท เตรียมส่งไปลาวก่อนส่งต่อไปจีน ขณะนายทุนมาเลย์ เสนอใต้โต๊ะ 3 แสน จนท.ไม่เล่นด้วย ไล่ล่ารถที่หลบหนีอีกคัน...

เมื่อเวลา 02.00 น.วันที่ 9 มี.ค.58 ร.ต.เสน่ห์ นุ่มพรมทอง หน.ชบ.ยก.ร.25 พัน.1 ค่ายเขตอุดมศักดิ์ จังหวัดทหารบกชุมพร พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธนัญกรณ์ เลาหโชติ รอง ผกก.กก.สส.ภ.จ.ชุมพร สนธิกำลัง ทหาร ตำรวจ อส. นำกำลัง 15 นาย ตั้งด่านตรวจบนถนนเพชรเกษม ช่วงขาขึ้นกรุงเทพมหานคร ที่ด่านบ้านพละ หมู่ที่ 3 ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร พบรถเก๋ง สีดำ ทะเบียน วฮ 4819 กรุงเทพมหานคร ขับมามีพิรุธ จึงเรียกตรวจสอบ ทราบชื่อคนขับคือ นายอาทิตย์ หนุดหละ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 103/8 หมู่ 8 ต.น้ำน้อย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา



จากการตรวจค้นภายในรถพบว่าถูกดัดแปลง โดยเอาเบาะหลังออกทะลุไปถึงกระโปรงหลัง พบลังพลาสติกสีส้มจำนวน 9 ลัง ภายในบรรจุตัวนิ่มอยู่ลังละ 4 ตัว นอกจากนี้ยังพบตัวนิ่มอีกจำนวนมากอยู่ในถุงตาข่ายสีเขียว ส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวลไปทั้งคัน เมื่อนับรวมตัวนิ่มทั้งหมดได้จำนวน 61 ตัว เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัว นายอาทิตย์ ไปสอบสวนขยายผล

สอบสวนเบื้องต้น นายอาทิตย์ รับสารภาพว่า มีนายทุนชาวมาเลเซีย ชื่อจง ว่าจ้างในราคา 1 หมื่นบาท ให้ขับรถเก๋งคันดังกล่าว จาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ไปส่งที่ จ.สมุทรสาคร แล้วจะมีคนมารับช่วงขับต่อ ไปยังประเทศลาว ก่อนผ่านเข้าประเทศจีนต่อไป

ทั้งนี้ ระหว่างที่ตำรวจ ทหาร กำลังสอบสวนนายอาทิตย์อยู่นั้น โทรศัพท์ของนายอาทิตย์ ก็ดังขึ้น โดยที่ผู้พูดปลายสายคือ นายจง นายทุนชาวมาเลเซีย ขอเจรจากับชุดจับกุมโดยเสนอเงินสดให้จำนวน 3 แสนบาท เพื่อแลกกับของกลางทั้งหมดที่ถูกจับ นอกจากนี้ยังเสนอเงินให้เดือนละ 3 หมื่นบาท เพื่อเป็นค่าผ่านด่านตรวจ โดย นายจง บอกว่าในแต่ละเดือน ตนจะลักลอบขนตัวนิ่มในลักษณะนี้เดือนละ 10 ครั้งผ่านเส้นทางนี้ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอม จึงควบคุมตัวนายอาทิตย์ พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านมาบอำมฤต อ.ปะทิว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พ.ต.ท.ธนัญกรณ์ เปิดเผยว่า การจับกุมในครั้งนี้ สายข่าวแจ้งว่ายังมีรถเก๋งอีก 1 คัน ที่บรรทุกตัวนิ่มขับตามหลังรถคันที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุม แต่คนขับรถเก๋งคันหลังเกิดไหวตัวทัน ขับรถหลบด่านตรวจหนีไปนอกเส้นทางอื่น ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจทหาร สกัดจับทั้งคืนแต่ไม่พบรถเก๋งคันดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ตัวนิ่มทั้งหมดนี้ ราคาขายในประเทศกิโลกรัมละ 3 พันบาท แต่พอถึงประเทศจีนราคาจะเพิ่มเป็น 10 เท่า ดังนั้นตัวนิ่มที่จับได้ 61 ตัว น้ำหนัก 183 กิโลกรัม หากส่งถึงประเทศจีนจะมีราคาประมาณกว่า 3 ล้านบาท จึงเป็นแรงจูงใจให้พวกนายทุนเหล่านี้กล้าที่จะเสี่ยงลักลอบขนตัวนิ่ม รวมทั้งกล้าที่จะจ่ายส่วยให้กับเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจทุกด่าน เพราะมันคุ้มค่าที่จะกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งตัวนิ่มทั้งหมดที่จับกุมได้นี้จะได้ส่งมอบให้ ด่านตรวจสัตว์ป่าชุมพร นำไปปล่อยที่ศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์ป่า จ.พังงาต่อไป.