ข่าว
100 year

ดีเอสไอเช็ก6กลุ่ม รับหมื่นล. สหกรณ์ยูเนี่ยนฯ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์7 มี.ค. 2558 05:33 น.
SHARE

โยงวัดธรรมกายกับธัมมชโย ‘ศุภชัย’รีบร้อนแถลงคืนเงิน นายกฯยํ้าห้ามมีม็อบผ้าเหลือง

เผยเส้นทางเงินจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ที่ถูกยักย้ายถ่ายเท เตรียมเรียกผู้รับเช็คทั้งหมดมาสอบปากคำ ดีเอสไอผนึกกำลัง ปปง.สนับสนุนข้อมูลการฟอกเงินเพื่อดำเนินคดี ด้านอดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ยอมรับนำเงินสหกรณ์ฯไปบริจาคให้วัดพระธรรมกายและธัมมชโยจริง อ้างเป็นเงินที่กู้มาถูกต้องและใช้คืนไปหมดแล้ว พร้อมปัดวัดพระธรรมกายและธัมมชโยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง คณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สปช. สลายตัวประกาศปิดจ๊อบยุบตัวเอง ยุติบทบาทการทำหน้าที่ ลดแรงกดดัน แต่ยังขอติดตามตรวจสอบธรรมกาย “วิษณุ” พอใจคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ แฉธรรมกายจ่อเรี่ยไรลูกศิษย์ หาเงินคืนสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ นายกฯลั่น 12 มี.ค. ห้ามมีม็อบพระ

ในที่สุดคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ก็ปิดจ๊อบสลายตัวเองแล้ว โดยอ้างว่าภารกิจบรรลุเป้าหมาย หลังถูกกดดันและโจมตีหนัก

“ไพบูลย์” ประกาศยุบ คกก.ปฏิรูปฯ

ทั้งนี้ ที่รัฐสภาเมื่อบ่ายวันที่ 6 มี.ค. นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดแถลงข่าวว่า ขอยุติบทบาทของคณะกรรมการฯ เพราะได้ศึกษา วิเคราะห์ปัญหาศาสนาจนครบถ้วนแล้ว อาทิ ศาสนสมบัติของวัด และของพระภิกษุสงฆ์ พระสงฆ์ที่ไม่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย การทำให้พระวินัยวิปริต และเรื่องของฝ่ายอาณาจักร ที่ต้องเข้าไปสนับสนุนปกป้องกิจการของฝ่ายศาสนจักร ประชุมกันมา 5 ครั้ง เชิญทั้งสำนักงานพระพุทธศาสนา ปปง.มาหมด ได้ทำหนังสือสรุปผลการศึกษาถึงนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. ลงวันที่ 6 มี.ค. และประธาน สปช.รับทราบแล้ว ถือว่าภารกิจได้บรรลุเป้าหมายสมบูรณ์ทุกประการ ต่อไปจะเน้นการปรับปรุง บังคับใช้กฎหมายให้ถูกต้องขึ้น เมื่อถามว่า คณะกรรมการชุดนี้ยุติการศึกษาแล้วใช่หรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า ปิดจ๊อบแล้ว เนื่องจากที่ผ่านมามีแรงทักท้วงมาก แม้ประธาน สปช.จะเห็นว่าให้เดินต่อไป แต่คณะกรรมการชุดนี้ก็เห็นว่าเมื่อทำงานบรรลุเป้าหมาย ก็ไม่ควรเดินหน้าต่อ เพราะผลประโยชน์ที่ได้รับจะน้อยกว่า และประธาน สปช.อาจถูกต่อว่าได้

เผยเส้นทางเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ

ที่ดีเอสไอ เวลา 10.00 น. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง รองอธิบดีดีเอสไอ เรียกประชุมคณะทำงานคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด โดย พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผอ.ส่วนตรวจ 2 ดีเอสไอ หัวหน้าชุดตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างสหกรณ์เครดิตฯ และวัดพระธรรมกาย ที่ร่วมประชุมกล่าวว่า จากการตรวจสอบเช็คสหกรณ์เครดิตฯ จำนวน 878 ฉบับ เป็นเงิน 11,367 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม ที่รับเช็คจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ ได้แก่ กลุ่มที่ 1 วัดพระธรรมกาย พระเทพญาณมหามุนี (นายไชยบูลย์ สุทธิผล) พระครูปลัดวิจารณ์ มูลนิธิอุบาสิกาจันทร์ ฯลฯ จำนวน 43 ฉบับ 932 ล้านบาท กลุ่มที่ 2 ญาติธรรมและบุคคลใกล้ชิดนายศุภชัย ศรีศุภอักษร จำนวน 27 ฉบับ 348 ล้านบาท กลุ่มที่ 3 บริษัทเอส ดับบลิว โฮลดิ้งและนายสถาพร วัฒนาศิริกุล จำนวน 12 ฉบับ 272 ล้านบาท กลุ่มที่ 4 สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมงคลเศรษฐี จำนวน 3 ฉบับ 46 ล้านบาท กลุ่มที่ 5 นายวัฒน์ชานนท์ นวอิสรารักษ์ นายจิรเดช วรเพียรกุล และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนรัฐประชา จำนวน 135 ฉบับ 2,566 ล้านบาท และกลุ่มที่ 6 นิติบุคคลและเงินโอนภายในประเทศและต่างประเทศ ในรูปแบบถอนเงินสด แคชเชียร์เช็ค โอนผ่านเน็ต โอนทางอินเตอร์เน็ตจำนวน 658 ฉบับ 7,203 ล้านบาท

พบพิรุธบัญชีเงิน “สถาพร”

พ.ต.ท.ปกรณ์กล่าวอีกว่า เงินที่มีการโอนย้าย จากบัญชีสหกรณ์เครดิตฯ ไปอยู่ในบัญชีวัดพระธรรมกาย ดีเอสไอพยายามที่จะแยกเส้นทางการเงิน เพื่อให้ทราบว่า เป็นเงินที่โอนจากสหกรณ์ยูเนี่ยนฯหรือมาจากเงินบริจาค แต่ติดปัญหาว่าวัดพระธรรมกายมีเงินจำนวนมากจึงยากแก่การตรวจสอบ และชุดทำงานยังเข้าตรวจสอบมูลนิธิพระครูปลัดวิจารณ์ที่ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ยังไม่พบความสอดคล้องกับเงินที่นายศุภชัยยักยอกไปช่วงระหว่างปี พ.ศ.2552-2555 จำนวน 119 ล้านบาท ส่วนกรณีนายสถาพรและบริษัทเอส ดับบลิวโฮลดิ้งฯ พบว่าได้รับเงินจากสหกรณ์ยูเนี่ยนฯ โดยนายสถาพรเปิดบัญชีชื่อของนายสถาพรไว้ก่อน จากนั้นโยกเงินที่รับจากนายศุภชัยเข้าบัญชีตัวเองก่อนเข้าไปลงทุนซื้อหุ้นตัวหนึ่ง และยังตรวจสอบเส้นทางการเงินของมูลนิธิอุบาสิกาจันทร์พบว่า นายศุภชัยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย เพื่อให้กับมูลนิธิอุบาสิกาจันทร์เช่นกัน

ดีเอสไอเรียกผู้รับเช็คสอบปากคำ

พ.ต.ท.ปกรณ์กล่าวต่อว่า กรณีที่นายศุภชัยออกมาแถลงข่าวว่า ได้คืนเงินที่ยืมจากสหกรณ์ยูเนี่ยนคลองจั่นฯ ช่วงปี 2552-2553 จำนวน 634 ล้านบาทแล้วนั้น จากการตรวจสอบยังไม่พบว่านายศุภชัยคืนเงิน กรณีที่มีข่าวว่านายศุภชัยถอนเงินสด 1,900 ล้านบาทจากสหกรณ์ฯ เชื่อว่าไม่มีการถอนไป เพราะสหกรณ์ไม่น่าจะมีเงินสดไว้จำนวนมาก ทั้งนี้ยังพบความผิดปกติในสัญญาเงินกู้ 27 ฉบับ ที่ไม่มีการลงลายมือชื่อผู้กู้ และจะเรียกผู้รับเช็คจำนวน 878 ฉบับ มาสอบปากคำ โดยจัดลำดับความสำคัญของกลุ่มผู้รับเช็ค กลุ่มแรกจะเป็นกลุ่มพระและวัด 4 ราย 1.พระครูปลัดวิจารณ์ วันที่ 9 มี.ค. เวลา 10.00 น. 2.พระธัมมชโย วันที่ 10 มี.ค. เวลา 10.00 น. 3.พระมนตรี สุตาภาโส วันที่ 11 มี.ค. เวลา 10.00 น. และ 4.นายสถาพร วัฒนาศิริกุล วันที่ 13 มี.ค. เวลา 14.00 น. ส่วนกลุ่มนิติบุคคลหลายรายที่ นายศุภชัยสั่งจ่ายเช็คจำนวน 200 ฉบับ จะเรียกมาสอบปากคำเช่นกัน

เตรียมยึดอายัดทรัพย์เพิ่ม

ด้าน พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 ดีเอสไอ ที่ประชุมด้วยเช่นกันกล่าวว่า ดีเอสไอจะประสานการทำงานกับ ปปง. อย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนข้อมูลการฟ้องเงินให้มีการดำเนินคดีอาญาได้ ซึ่งจะมีการยึดอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติมในเร็วๆนี้

ขณะที่ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ ดีเอสไอ กล่าวว่า เอกสารที่พบว่านายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอ ได้เซ็นชี้แจงว่านายศุภชัยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระทำความผิดคดีสหกรณ์เครดิตฯ เชื่อว่าไม่เข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากเป็นคนละช่วงระยะเวลาการเซ็น โดยนายธาริตได้เซ็นเอกสารช่วงเดือน เม.ย.2556 แต่กลุ่มผู้ร้องทุกข์มาร้องเรียนนายศุภชัยช่วงเดือน พ.ค. 2556

ร้องให้สอบสหกรณ์ออมทรัพย์ ตร.

เวลา 13.00 น. นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางมายื่นหนังสือที่ดีเอสไอ ให้ดีเอสไอตรวจสอบคณะผู้บริหารสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ชุดปัจจุบัน เนื่องจากไม่มั่นใจในการบริหารที่อาจไม่โปร่งใส เพราะในแผนฟื้นฟูกิจการสหกรณ์นั้น กลับมีรายชื่อสหกรณ์ 2 แห่ง ประกอบด้วย สหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจแห่งชาติ จำกัด จะได้รับเงินเป็นอันดับแรกๆ หลังจากนั้นประชาชนที่ฝากเงินกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ จึงจะได้เงินในระยะเวลา 5 ปี มีผลตอบแทนให้ร้อยละ 15 นอกจากนี้ ยังพบว่านายเผด็จ มุ่งธัญญา ประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ชุดปัจจุบัน ได้เชิญ พล.ต.อ.นิพจน์ วีระสุนทร ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจ มาเป็นรองประธานบริหารของบริษัท สหประกันภัย ที่นายศุภชัยไปซื้อกิจการแล้วในนามชื่อสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เกิน 50 เปอร์เซ็นต์ พล.ต.อ.นิพจน์ เป็นหนึ่งในผู้ที่นำเงินจำนวนกว่า 1,000 ล้านบาทจากสหกรณ์ตำรวจ มาฝากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นโดยผ่านนายศุภชัย

“วิษณุ” พอใจคดีสหกรณ์ยูเนี่ยน

ช่วงบ่าย ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดี กรมสอบสวนคดีพิเศษ ตัวแทนกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เข้ารายงานความคืบหน้าคดียักยอกเงินสหกรณ์ออมทรัพย์ เครดิตยูเนี่ยน กับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี จากนั้นนายวิษณุ กล่าวว่า พอใจการทำงานของแต่ละหน่วยงาน ขณะนี้ดำเนินคดีอาญากับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯ และพวกรวมทั้งสิ้น 3 คดี ในข้อหาฉ้อโกงประชาชนและความผิดฐานยักยอกทรัพย์ อยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนและอัยการ ยังไม่ได้ฟ้องร้องต่อศาล นอกจากนี้ยังมีคดีทางแพ่งที่สหกรณ์ฯ ฟ้องเรียกเงินกับนายศุภชัย และพวกอีก 3 คดี ซึ่งศาลนัดพิจารณาคดีในช่วงปลายเดือน เม.ย. จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ ทราบว่าขณะนี้นายศุภชัยยังไม่ตกเป็นจำเลยในคดีอาญา อาจจะเป็นเพียงผู้ต้องหา แต่รู้สึกไว้ใจพนักงานสอบสวนในการดำเนินการ

แฉธรรมกายจ่อเรี่ยไรเงินคืนสหกรณ์ฯ

นายวิษณุกล่าวต่อว่า กรณีที่สหกรณ์ฯดำเนินคดีกับวัดพระธรรมกายและพระที่มีส่วนเกี่ยวข้องถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีอีกหลายคดี ทราบว่าขณะนี้ทั้งโจทก์และจำเลย ได้ตกลงรับข้อเท็จจริงว่า เงินที่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกาย ทั้งให้กับพระและวัดได้ประโยชน์ หรือที่วัดได้รับประโยชน์โดยตรงมีทั้งสิ้น 684 ล้านบาท ในวันที่ 16 มี.ค. ผู้ที่เกี่ยวข้องจะเดินทางไปตกลงกันที่ศาลว่าจะต้องคืนเงินอย่างไรหรือไม่ ทราบมาว่า วัดพระธรรมกาย จะมีการจัดตั้งกองทุนรับบริจาคเพื่อหาเงินมาคืนสหกรณ์ฯ ส่วนกรณีที่พระสงฆ์นัดหมายชุมนุมของพระทั้ง 2 ฝ่าย ในวันที่ 12 มี.ค. เชื่อว่าคงจะทำความเข้าใจกันได้แล้ว เนื่องจากทุกฝ่ายเริ่มเห็นข้อเท็จจริงกับเรื่องที่เกิดขึ้นว่า รัฐบาลไม่มีอำนาจในการยุบคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางมาตรการการป้องกันพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สปช.และคณะกรรมการดังกล่าว ก็ได้ยุบตัวเองลงไปแล้ว กระแสก็เบาลงไป

มหาโชว์แจ้งจับพุทธะอิสระ

วันเดียวกัน ที่กองบังคับการปราบปราม (ก.ป.) ดร.พระมหาโชว์ ทสฺสนีโย ที่ปรึกษาสมาคมนักวิชา การเพื่อพระพุทธศาสนา และ ผช.ศ.ดร.เสถียร วิพรมหา นายกสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา เข้าพบ ร.ต.ท. วีรยุทธ ไชยสุระ พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับ “พุทธะอิสระ” กรณีนำมวลชนไปบุกรุกวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ที่พำนักของผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 ก.พ. โดยนำพยานหลักฐานเป็นเอกสาร ภาพประกอบการกระทำความผิด และข้อความที่โพสต์ลงในเฟซบุ๊ก มามอบให้กับพนักงานสอบสวนไว้ตรวจสอบ

มีพฤติกรรมลบหลู่ร้ายแรง

พระมหาโชว์ยังกล่าวต่ออีกว่า การที่พระสุวิทย์ นำเอาสิ่งของสกปรก ที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นกางเกงในที่ใช้แล้ว ผ้าอนามัย ดอกไม้จันทน์ ที่อ้างว่าเป็นของสังฆทานไปถวาย ถือเป็นการลบหลู่ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชอย่างร้ายแรง ในวันดังกล่าว ยังมีการส่งเจ้าหน้าที่ทหาร มีอาวุธครบมือ เข้าไปที่วัด ถือเป็นการกระทำที่ไม่สมควร ในฐานะพุทธบริษัท เห็นว่าการกระทำของพระสุวิทย์ น่าจะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ. คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 มาตรา 44 ทวิ และ มาตรา 44 ตรี จึงขอให้ตำรวจสอบสวน หากพบความผิดให้ดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย ซึ่ง ร.ต.ท.วีรยุทธ กล่าวว่า ได้รับเรื่องไว้ จากนั้นจะสอบปากคำผู้ร้องและตรวจสอบพยานหลักฐาน ก่อนนำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป

วอนวัดคืนเงินจะได้จบๆ

นายโอภาส กลั่นบุศย์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 มี.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับการแก้ไขปัญหาเงินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ซึ่งถูกนำไปบริจาคให้แก่ธัมมชโยและพระลูกวัด 937 ล้านบาท โดยนายวิษณุได้สอบถามความคืบหน้าการดำเนินการแก้ปัญหาของทุกหน่วยงาน เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถตอบคำถามของสังคมได้ แต่ไม่ได้มีการกำชับเพื่อให้ดำเนินการใดๆเป็นพิเศษ อยากให้ทางวัดนำเงินทั้งหมดมาคืนสหกรณ์โดยเร็วที่สุด เรื่องทุกอย่างจะได้จบ เพราะชาวบ้านไม่มีใครอยากค้าความ

“ศุภชัย” เปิดตัวแถลงข่าว

ด้านความเคลื่อนไหวของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด นั้น วันเดียวกันนี้ ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ นายศุภชัยได้แถลงข่าวชี้แจงความบริสุทธิ์หลังมีข่าวว่า ได้นำเงินของสหกรณ์ไปบริจาคให้กับวัดพระธรรมกายกว่าหนึ่งพันล้านบาท ก่อนแถลงข่าวนายศุภชัยได้พูดออกตัวว่าจะแถลงกรณีวัดพระธรรม-กายและพระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ส่วนเรื่องอื่นๆจะขอไปตอบในภายหลัง

อ้างกู้เงินสหกรณ์มาบริจาคธรรมกาย

จากนั้นนายศุภชัยแถลงว่า นำเงินของสหกรณ์ไปบริจาคให้กับวัดพระธรรมกายจำนวน 386 ล้านบาท และพระธัมมชโยจำนวน 248 ล้านบาท เมื่อปี 52 และ 53 จริง เป็นเงินที่ตนยืมจากสหกรณ์อย่างถูกต้อง ตามระเบียบและได้คืนสหกรณ์ไปแล้ว เป็นการคืนเงินปีต่อปี ตนมีหลักฐานเป็นรายงานของผู้สอบบัญชีประจำปี ส่วนเงินที่นำมาคืนก็เป็นเงินซึ่งมีมติรับรองของที่ประชุมใหญ่ในปี 52 และ 53 ใน การบริจาคไม่ได้ให้ในนามส่วนตัว ตนนำเช็คใส่ซองและใส่ถุงทองอีกชั้น ยืนเข้าแถวรอบริจาคเหมือนบุคคลทั่วไป ดังนั้นวัดพระธรรมกายและธัมมชโย ไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้นกับสหกรณ์ฯ จึงอยากมาชี้แจงในประเด็นนี้ให้หนักแน่น

เจอคำถามจี้ใจถึงกับอึ้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในปี 56 สหกรณ์มงคลเศรษฐียังมีการปล่อยสินเชื่อเพื่อการกุศลจำนวน 230 ล้านบาท ซึ่งนายศุภชัยก็ยังดำรงตำแหน่งเป็นประธาน ประเด็นนี้นายศุภชัยชี้แจงว่า ตนเองนั่งเป็นประธานหลายที่ แต่ไม่ได้เข้ามาบริหารงาน จึงไม่รู้รายละเอียดว่าแต่ละที่ทำอะไรกันบ้าง เมื่อถามว่า แล้วนำเงินจากที่ไหนมาคืน นายศุภชัยกล่าวว่า ตนทำธุรกิจหลายๆอย่าง ก็เป็นเรื่องที่เรามีศักยภาพ เมื่อถามอีกว่า ถ้าเหตุนั้นทำไมต้องกู้ยืมเงินสหกรณ์ฯ ปรากฏว่านายศุภชัยอ้ำอึ้งก่อนจะตอบว่าเป็นเรื่องปกติ

หลังการแถลงข่าวผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์นายศุภชัยเป็นการส่วนตัว บางคำถามนายศุภชัยก็ตอบแต่บางคำถามก็เลี่ยงไม่ตอบ ต่อมาทีมผู้ติดตามนายศุภชัยจำนวน 5 คน ได้นำตัวนายศุภชัยเดินฝ่าวงล้อมสื่อมวลชนออกจากห้องแถลงข่าง ลงลิฟต์ออกจากโรงแรมไปทันที โดยใช้เวลาแถลงข่าวเพียง 6 นาทีเท่านั้น ส่วนเอกสารที่แจกแก่สื่อมวลชนในการแถลงข่าว แผ่นแรกเป็นข้อความชี้แจง แผ่นที่สองเป็นรูปนายศุภชัยกำลังมอบเงินบริจาคที่อยู่ในถุงทองให้พระธัมมชโย

“บิ๊กตู่” ลั่นห้ามพระเดินขบวน

เวลา 14.30 น.วันเดียวกัน ที่ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวตอนหนึ่งในการเปิดงานวันสตรีสากล ประจำปี 58 ถึงปัญหาความขัดแย้งของสถาบันสงฆ์ว่า เรื่องสังคมวันนี้ ฝากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องดูแลปัญหาด้วย ทุกคนรู้ปัญหา แต่ไม่รู้จะแก้อย่างไรไม่ได้ ถ้าทุกคนเอาปัญหายัดให้ตนคนเดียวมันแก้ไม่ได้ ต้องช่วยกันลดความขัดแย้งไปสู่การเลือกตั้ง ต้องช่วยตน ไม่ใช่ขยายความขัดแย้งทุกเรื่อง ทั้งเรื่องพระ เรื่องสงฆ์มาหมด ทำไมเมื่อก่อนไม่มี ตอนนี้กำลังให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีไปหารือรับข้อสังเกตของทุกคน แต่ต้องให้คณะสงฆ์แก้ ฆราวาสไปแก้เรื่องอื่น อย่างเรื่องทุจริต จะเอาทุกอย่างมาตีกันหมดไม่ได้ นมัสการหลวงพ่อ หลวงพี่ด้วย เดินขบวนวันที่ 12 มี.ค.ไม่ให้เดิน พระจะมาเดินขบวนไม่ได้ ฝากตำรวจด้วยพระสงฆ์ห้ามเดิน กราบนมัสการท่านกลับวัด พูดแต่ปัญหาแล้วเอาปัญหามาตีกัน แล้วมาให้ผมห้ามมันจะได้เรื่องไหม อะไรก็ลำบาก การแก้ไขไม่ได้ง่าย เพราะหมักหมมมายาวนาน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดีเอสไอสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นวัดพระธรรมกายธัมมชโยฟอกเงินสปช.ม็อบพระไพบูลย์ นิติตะวันพุทธะอิสระศุภชัย ศรีศุภอักษรบริจาคเงินทีมข่าวหน้า1ข่าวข่าวฉบับพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์

คุณอาจสนใจข่าวนี้