มทบ.22 ร่วมกับ ตร. นำกำลังบุกตรวจบ่อหินในที่ป่าชุมชน เหนือเขื่อนปากมูล หลังนายทุนลักลอบขุดหิน จนพื้นถนนได้รับความเสียหาย พบกองหินมีพื้นที่กว่าร้อยไร่ มีการสร้างป้อมยาม แคมป์คนงาน ทหารจึงใช้กฎอัยการศึก ห้ามเคลื่อนย้ายจนกว่าจะมีการตรวจสอบเสร็จ...

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 5 มี.ค.58 พ.อ.ชูชาติ อุปสาร รองผู้บัญชาการมณฑลทหารที่ 22 นำกำลังชุดเคลื่อนที่เร็วกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัด ร่วมกับ พ.ต.อ.ศักดา ขวัญบุญจันทร์ ผกก.สภ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี นำกำลังเข้าตรวจสอบบริเวณบ่อหินในที่ป่าชุมชน เหนือเขื่อนปากมูล บ้านหัวเหว่ ม.4 ต.โขงเจียม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี หลังได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านว่า มีกลุ่มนายทุนลักลอบมาขุดหินในบริเวณดังกล่าว ทำให้พื้นถนนในชุมชนได้รับความเสียหาย

เมื่อลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ดูแลของโรงไฟฟ้าเขื่อนสิรินธร แต่กองหินซึ่งทั้งหมดเป็นหินทรายที่ขนมาจากการระเบิดสร้างเขื่อนปากมูล นำมากองทิ้งไว้ แล้วทางเขื่อนได้มอบให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดแล้ว โดยภายในกองหินพบมีพื้นที่กว่า 100 ไร่ มีนายทุนมาสร้างป้อมยาม รักษาการดูแลการเข้าออก มีแคมป์คนงาน และถังน้ำมันขนาด 6,000 ลิตร คาดนำมาไว้ใช้ภายในธุรกิจขนหิน ลึกเข้าไปด้านใน พบบ่อหินทรายที่มีการขุดเจาะขนย้ายออกไปแล้วบางส่วน ไม่พบรถบรรทุก หรืออุปกรณ์เครื่องจักรกลหนักแต่อย่างใด

นายสถาพร ศรีเจริญ หัวหน้ากองไฟฟ้าเขื่อนสิรินธร อุบลราชธานี กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นลานหินที่ทางเขื่อนปากมูล นำมากองทิ้งไว้ตั้งแต่สมัยสร้างเขื่อนปากมูล กว่า 20 ปี แล้ว อยู่นอกรั้วของเขื่อนปากมูล โดยหินทั้งหมดเป็นหินทรายขนาดใหญ่ ปริมาณกว่า 5 แสนคิว ซึ่งทางเขื่อนได้มอบให้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานีเป็นเจ้าของ นำไปใช้ประโยชน์ทั้งหมด แต่สัปดาห์ที่ผ่านมาเห็นมีกลุ่มนายทุนนำรถบรรทุก และเครื่องจักรเข้ามาทำการขนหินออกไป โดยไม่ทราบว่าเป็นกลุ่มใด ตนเข้าใจว่าเป็นผู้ที่ได้รับว่าจ้างมาจาก องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี จึงไม่ได้เข้ามาสอบถาม

ด้าน นายสวาท ฤทธิสิงห์ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี เผยหลังร่วมตรวจสอบพื้นที่ว่า บ่อหินทรายทั้งหมดพื้นที่กว่า 100 ไร่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ได้รับมอบมาจากเขื่อนและทำสัญญาขายให้ บริษัทเอกอุบล ในปี 2538 ในการขนหิน ระยะสัญญา 3 ปี มูลค่า 10 ล้านบาท โดยสัญญาห้ามเช่าช่วงต่อ ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี จึงไม่ได้เข้ามาตรวจสอบนานแล้ว กระทั่งมีเรื่องร้องเรียนดังกล่าว จึงมาร่วมตรวจสอบกับทางทหารพบหินหายไป ประมาณ 10% มูลค่าราว 10 ล้านบาท ซึ่งจะได้ไปรวบรวมเอกสารสัญญา ตรวจสอบรังวัดความเสียหาย เพื่อแจ้งความหาตัวผู้ที่เข้ามาลักขโมยเอาหินทรายดังกล่าวไปในฐานะที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานีเป็นเจ้าของผู้ครอบครอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น พ.อ.ชูชาติ ได้ใช้อำนาจกฎอัยการศึก สั่งอายัดอุปกรณ์ ภายในพื้นที่ทั้งหมด ไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายจนกว่าจะมีการตรวจสอบจนแล้วเสร็จ หากพบความผิดจะดำเนินการตรวจยึดหาผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.