ตำรวจกองปราบปราม ลงพื้นที่ลุยสางคดีฆ่า “พระหมอ” เจ้าอาวาสวัดป่าตอสีเสียด ด้าน ผบก.ภ.จ. อุดรธานี แฉกระสุนที่ใช้สังหารเป็นกระสุนปืนเอ็ม 16 แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าคนร้ายใช้ปืนชนิดใด และใช้ลำกล้องเก็บเสียงหรือไม่ ยอมรับปมมรณะยังไม่ชัดเจน ต้องตรวจสอบทุกประเด็น รวมทั้งงานในโครงการต่างๆที่พระเหยื่อโหดรับผิดชอบ อดีตปลัดอำเภอคนใกล้ชิดเผย “พระหมอ” ขอให้ช่วยรวบรวมที่ดินวัดที่ยังเป็นชื่อบุคคลโอนเป็นของวัด แต่ไม่น่าจะเป็นชนวนขัดแย้ง เพราะที่ดินราคาไม่สูง

จากคดีมือปืนเดนนรก ควบรถปิกอัพนิสสันสีขาวใช้ปืนไม่ทราบขนาดกระหน่ำยิงพระอาจารย์บัณฑิต สุปัณฑิโต หรือ นพ.บัณฑิต สงวนแก้ว อายุ 48 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าตอสีเสียด หมู่ 15 ต.บ้านตาด อ.เมืองอุดรธานี มรณภาพคาถนนทางเข้าวัด ขณะเดินกลับจากบิณฑบาต เหตุเกิดเช้าวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งตำรวจยังไม่สามารถฟันธงชนวนมรณะ เนื่องจากพระอาจารย์บัณฑิตเป็นพระสายวัดป่าที่ชาวบ้านเคารพนับถือ ทำได้เพียงตั้งประเด็นกว้างๆ เรื่องความขัดแย้งและเรื่องความเข้าใจผิด

ความคืบหน้าการสางปมล่ามือปืนฆ่าพระ เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 4 มี.ค. ที่ห้องประชุมทางไกล บก.ภ.จ.อุดรธานี พล.ต.ต.ชัยญัติ สายถิ่น ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.วิธ มุธสินธิ์ ผกก.สส.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.บรรจบ สีหาวี พงส.ผทค.สภ.เมืองอุดรธานี ชุดสืบสวนสอบสวนภาค 4 ชุดสืบสวน บก.ภ.จ.อุดรธานี และ สภ.เมืองอุดรธานี ร่วมประชุมสรุปความคืบหน้าและวางแผนล่าฆาตกรฆ่าพระอาจารย์บัณฑิต สุปัณฑิโต โดยมี พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย ผกก.4 บก.ป. ร่วมประชุมด้วย ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

จากนั้น พล.ต.ต.ชัยญัติ สายถิ่น ผบก.ภ.จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า สาเหตุยังไม่ชัดเจนนัก ตั้งปมมรณะไว้กว้างๆ เรื่องความขัดแย้ง และความเข้าใจผิด นอกจากนี้ตำรวจกำลังตรวจสอบกิจกรรมต่างๆ ที่พระอาจารย์บัณฑิตรับผิดชอบ ส่วนหลักฐานที่พบในกุฏิพระอาจารย์บัณฑิต ทั้งภาพถ่าย เอกสารต่างๆ บัญชีการเบิกจ่ายเงินในโครงการต่างๆที่อยู่ในความดูแลของท่าน รวมทั้งสมุดบันทึก อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดว่ามีเรื่องใดที่อาจเป็นปมขัดแย้งได้หรือไม่ ส่วนกระสุนปืนที่พบในร่างของ “พระหมอ” น่าจะเป็นกระสุนปืน .223 หรือเอ็ม 16 แต่ยังไม่รู้ว่ายิงจากปืนชนิดใด เพราะพยานไม่เห็นปืนและบอกว่าเสียงปืนไม่ค่อยดัง และยืนยันไม่ได้ว่ามีการใช้ลำกล้องเก็บเสียงหรือไม่ หลังพิธีฌาปนกิจศพ ตำรวจได้ขอสอบปากคำพระพ่อและโยมแม่พระอาจารย์บัณฑิต แต่ทั้งสองยังไม่พร้อมให้ปากคำ

ขณะเดียวกันนายคเณศ ศรีจันทร์ อดีตปลัด อำเภอเมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า ที่ดินที่ตั้งวัดมีทั้งหมดราว 49 ไร่เศษ เป็นที่ดินของพระอาจารย์บัณฑิตราว 10 ไร่ ส่วนที่เหลือเป็นที่ดินที่วัดซื้อไว้ รวมทั้งที่ดินของตนจำนวน 20 ไร่ที่ใช้เป็นที่ฌาปนกิจและที่จอดรถที่ลูกศิษย์ซื้อถวาย ทำให้ตนพบพระอาจารย์บัณฑิตบ่อยๆ แต่ที่ดินส่วนใหญ่ยังเป็นชื่อของตัวบุคคล เมื่อราวเดือนเศษที่ผ่านมา ท่านขอให้ตนช่วยรวบรวมที่ดินดังกล่าวโอนเป็นชื่อวัดให้ถูกต้อง พร้อมมอบเอกสารให้มา ตนรับปากจะดำเนินการในเดือนนี้แต่มาเกิดเหตุเสียก่อน ขอยืนยันว่าไม่เคยได้ยินว่ามีปัญหาเรื่องที่ดินและที่ดินบริเวณนี้ราคาไม่สูง

เที่ยงวันเดียวกัน พล.ต.ต.พีรพงษ์ วงษ์สมาน ผบก.สส.ภ.4 พร้อมเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งเดินทางไปยังวัดป่าตอสีเสียด เพื่อที่จะขอสอบปากคำหลวงปู่สุข พระพ่อ และนางรุวณี สงวนแก้ว โยมแม่ของพระอาจารย์บัณฑิต พบเพียงนางรุวณี พร้อมญาติและพระภิกษุจำนวนหลายรูปในศาลาการเปรียญ ส่วนหลวงปู่สุขเก็บตัวอยู่ในกุฏิ ซึ่งนางรุวณีและญาติแจ้งต่อ พล.ต.ต.พีรพงษ์ ว่าหลวงปู่สุขและแม่ไม่พร้อมที่จะให้การ และขอตัวเดินทางกลับ