ข่าว
100 year

พี่สาวศรีรัศมิ์ เจออีก1ปี6ด. คดีบุกรุกป่า ทำ‘รีสอร์ต’

ไทยรัฐฉบับพิมพ์4 มี.ค. 2558 05:48 น.
SHARE

“สุดาทิพย์” พี่สาวท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์โดนอีกคดีพร้อมสามี “พ.ต.อ.โกวิท” ข้อหารุกป่าและสร้างฝาย กั้นทางน้ำในสวนผึ้งรีสอร์ต จ.ราชบุรี ศาลอาญานัดเวรชี้แต่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพไม่สู้คดี ตัดสินจำคุก 3 ปี ปรับคนละ 750,000 บาท คำรับสารภาพเป็นประโยชน์ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยคนละ 1 ปี 6 เดือนไม่รอลงอาญา ปรับคนละ 375,000 บาท และให้นับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากคดีแอบอ้างขายน้ำพริกให้กองกิจการในพระองค์ฯ ซึ่งศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี 6 เดือน รวมแล้วจำคุกนางสุดาทิพย์เป็นเวลา 4 ปี

กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่กรมธนารักษ์ จับกุม สวนผึ้งรีสอร์ต อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ดำเนินคดีเจ้าของ พ.ต.อ.โกวิท ม่วงนวล อดีต ผกก.ตม. จ.สมุทรสาคร และนางสุดาทิพย์ ม่วงนวล ข้อหาร่วมกันสร้างแผ้วถางหรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าฯ หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ พ.ศ.2484 มาตรา 54 มาตรา 55 และร่วมกันปลูกสร้างอาคารฝายล่วงล้ำในแม่น้ำ ลำคลอง บึงอ่างเก็บน้ำหรือทะเลสาบที่ประชาชนใช้ร่วมกันโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 มาตรา 117 และมาตรา 183 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าจากห้องเวรชี้ศาลอาญา เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 มี.ค. ศาลนัดสอบคำให้การจำเลยคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 1 เป็นโจทก์ฟ้อง พ.ต.อ.โกวิท ม่วงนวล อายุ 42 ปี อดีต ผกก.ตม. จ.สมุทรสาคร และนางสุดาทิพย์ ม่วงนวล หรืออัครพงศ์ปรีชา อายุ 45 ปี พี่สาวท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานร่วมกันครอบครองที่ดิน แผ้วถางบุกรุกทำลายป่า ทำให้ดินเสื่อมสภาพฯ

โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างวันที่ 2 เม.ย. 5-20 พ.ย.57 จำเลยทั้ง 2 ร่วมกันบุกรุกครอบครองที่ดินบริเวณหมู่ 2 ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี จำนวน 10 ไร่ 2 งาน 49 ตารางวา ทำให้รัฐเสียหาย 495,878 บาท อันเป็นสาธารณสมบัติ นอกจากนี้จำเลยทั้ง 2 ยังร่วมกันกระทำผิดสร้างฝายปูนเป็นถนนกว้าง 10 เมตร ยาว 50 เมตร เนื้อที่ 500 ตารางเมตร ล่วงล้ำลำคลองอันเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ในชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยเข้าใจแล้วสอบถาม ปรากฏว่าจำเลยทั้ง 2 ให้การรับสารภาพ

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยทั้ง 2 กระทำผิดจริง ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 90 อันเป็นบทหนักสุดลงโทษจำคุกจำเลยคนละ 3 ปี และฐานปลูกสร้างฝายน้ำหรือสิ่งอื่นใดอันเป็นการรุกล้ำจำนวน 500 ตารางเมตร ปรับตารางเมตรละ 1,500 บาท รวมเป็นเงินปรับคนละ 750,000 บาท แต่คำรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยไว้คนละ 1 ปี 6 เดือนโดยไม่รอลงอาญา ปรับคนละ 375,000 บาท และให้นับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากคดีหมายเลขดำ อ.100/2558 ความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูงฯ กรณีแอบอ้างขายน้ำพริกให้กองกิจการในพระองค์ฯซึ่งศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี 6 เดือนด้วย รวมแล้วคงจำคุกนางสุดาทิพย์เป็นเวลา 4 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวนางสุดาทิพย์มาจากทัณฑสถานหญิงกลาง โดยนางสุดาทิพย์ตัดผมสั้นจากเดิมที่เคยไว้ผมยาว ส่วน พ.ต.อ.โกวิทสามีมาศาลในชุดเสื้อโปโลสีส้ม เนื่องจากได้รับการปล่อยชั่วคราว แต่หลังฟังคำพิพากษา เสร็จสิ้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวทั้ง 2 ออกจากห้องเวรชี้ นางสุดาทิพย์ถึงกับร่ำไห้ขณะเดินเคียงข้างมากับสามี จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์แยกคุมตัว พ.ต.อ. โกวิทไปขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ส่วนนางสุดาทิพย์คุมตัวกลับไปขังที่ทัณฑสถานหญิงกลางตามเดิม

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โกวิท ม่วงนวลสุดาทิพย์ ม่วงนวลจำคุกไม่รอลงอาญาพี่สาวพี่สาวท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดีคดีบุกรุกป่ารีสอร์ตรับสารภาพแอบอ้างขายน้ำพริกทีมข่าวหน้า1ข่าวข่าวฉบับพิมพ์

คุณอาจสนใจข่าวนี้