ข่าว
100 year

เสาไฟยังคาถนน ชาวพหลฯฝันค้าง

ไทยรัฐออนไลน์2 มี.ค. 2558 05:01 น.
SHARE

ผู้คนสองฝั่งถ.พหลโยธินช่วงแยกลาดพร้าวถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิต่างฝันกันไว้ สักวันริมถนนสายนี้และฟุตปาท ระยะความยาว 8 กิโลเมตร จะไร้ซึ่งเสาไฟและสายไฟที่ไม่ชวนมอง เปลี่ยนลุคใหม่ไปเป็นถนนสายสวย สมศักดิ์ศรีเมืองกรุงอีกแห่ง เหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับถนนรุ่นพี่อย่าง ถ.สีลม

ข่าวดีก็คือ บัดนี้ความฝันของชาวพหลโยธินทั้ง 2 ฝั่ง เป็นจริงแล้ว...ครึ่งทาง

เพราะล่าสุด ทางการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ได้นำทั้งสายไฟและหม้อแปลงไฟฟ้า ที่เคยพาดไว้ตามเสาไฟ ลงไปไว้ใต้ดินเสร็จเรียบร้อย กระทั่งปัจจุบัน กฟน.สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าจากสายไฟใต้ดินได้อย่างสมบูรณ์

แต่อีกครึ่งทางแห่งความฝัน ที่ยังคาใจชาวประชา ก็คือ ไฉนบรรดาเสาไฟฟ้ากว่า 1,000 ต้น จากแยกลาดพร้าวถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เคยตั้งโด่อยู่ยังไง ก็ยังคงตั้งเด่อยู่อย่างนั้น มิได้อันตรธานหายไปกับสายไฟด้วย

หนำซ้ำยังมีสายสื่อสารต่างๆของอีกสารพัดค่าย ทั้งเอกชน รัฐบาล และรัฐวิสาหกิจ พาดโยงเอาไว้กับเสาไฟของ กฟน. อีนุงตุงนังไปหมด

ยังไม่นับกรณีผลข้างเคียง ที่เกิดกับผิวการจราจรบน ถ.พหลโยธิน หลังการขุดเจาะเพื่อนำสายไฟลงใต้ดิน บางช่วงมีสภาพเป็นแอ่ง ไม่เรียบเสมอกับผิวถนนเดิม เป็นเหตุให้เกิดการเสียหลัก หรือเกิดอุบัติเหตุกับยวดยานที่วิ่งผ่าน โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์

ประเด็นเหล่านี้ ร้อนถึง สมชาย โรจน์รุ่งวศินกุล ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ต้องออกมาชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน ผ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1”

เขาบอกว่า โครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้า แบบผ่านอากาศ ไปเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน บริเวณ ถ.พหลโยธิน ช่วงจากห้าแยกลาดพร้าว-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ ปี 2548 มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับภูมิทัศน์ และสร้างสภาพแวดล้อมสองข้างทางให้ดีขึ้น

นอกจากนี้ การนำสายไฟลงใต้ดิน ยังช่วยสร้างความมั่นคงให้แก่ระบบไฟฟ้า เพราะสามารถป้องกันไฟฟ้าดับจากอุบัติเหตุรถชนเสาไฟฟ้า อีกทั้ง กฟน.ยังได้วางวงจรไฟฟ้าสำรองไว้ใต้ดิน เพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัวจาก 4-5 วงจร เป็น 24-34 วงจร

ซึ่งหากมีเหตุขัดข้องใต้ดิน จะช่วยให้สามารถใช้เวลาแก้ไขได้ภายในเวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง

ผู้ว่าการสมชายบอกว่า อย่างไรก็ดี แม้ขณะนี้ กฟน.ได้ดำเนินการก่อสร้างระบบสายไฟใต้ดินบริเวณโครงการถนนพหลโยธินแล้วเสร็จ จนสามารถจ่ายไฟฟ้าด้วยระบบสายใต้ดินเป็นที่เรียบร้อย แต่เหตุที่ยังคงมีเสาไฟฟ้าปักอยู่ริมถนนดังเดิม เป็นเพราะมีความจำเป็นบางประการ

“ที่เรายังไม่สามารถเอาเสาไฟลงได้ เพราะต้องคงไว้เพื่อให้สายสื่อสารต่างๆอาศัยพาด ซึ่งเป็นทรัพย์สินของหน่วยงานอื่นทั้งนั้น เช่น สายสื่อสารของผู้ประกอบการเคเบิลทีวีจำนวน 10 กว่าแห่ง สายสัญญาณของทีโอที และสายของ กสท โทรคมนาคม เป็นต้น”

ผู้ว่าการ กฟน. บอกว่า นอกจากนี้ทางคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยังได้ขอให้ทางการไฟฟ้านครหลวง ยืดระยะเวลาการรื้อถอนเสาไฟฟ้าในแนวถนนพหลโยธินออกไปก่อน พร้อมกับกำหนดแนวทางจัดระเบียบสายสื่อสาร ที่พาดอยู่กับเสาไฟของ กฟน.

“ขอเรียนว่า เราไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามประสานกับหลายหน่วยงานตลอด เช่น แจ้งกำหนดการทำงาน และร่วมประชุม เพื่อเร่งรัดให้หน่วยงานเจ้าของสายสัญญาณ กับ กสทช. หาทางนำสายสัญญาณสื่อสารลงใต้ดินให้เร็วที่สุด”

“โดยการไฟฟ้านครหลวง ได้เตรียมท่อร้อยสายใต้ดินไว้ส่วนหนึ่ง เพื่อให้หน่วยงานด้านสื่อสารสามารถมาเช่าใช้ แต่ยังคงมีข้อจำกัดบางอย่าง ทำให้หน่วยงานด้านสื่อสารเหล่านั้น ยังไม่มาใช้ท่อร้อยสายร่วมกับ กฟน.ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ”

ผู้ว่าการสมชาย บอกว่า ความคืบหน้าล่าสุด ทาง กสทช.ได้เตรียมเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แบบบูรณาการต่อไป

ส่วนกรณีการขุดเจาะถนนพหลโยธินเพื่อเปิดผิวถนน และฟุตปาทหรือทางเท้าในหลายบริเวณ เพื่อวางท่อร้อยสายไฟฟ้าลงใต้ดิน จนเป็นเหตุให้ผิวถนนและฟุตปาทชำรุด

ผู้ว่าการ กฟน.แจงว่า นอกจาก กฟน. ยังมีหน่วยงานรัฐวิสาหกิจอื่น และหน่วยงานของรัฐบางหน่วย เช่น ประปา โทรศัพท์ หรือ กทม. ร่วมกันขุดพื้นผิวถนน และทางเท้าในบริเวณพื้นที่เดียวกันกับ กฟน.

“ขอเรียนชี้แจงว่า บางกรณีการชำรุดของพื้นผิวถนนพหลโยธิน ช่วงที่มีการนำสายไฟลงใต้ดิน อาจเกิดจากการทำงานของ กฟน.เอง หรืออาจเป็นหน่วยงานอื่นก็ได้ อย่างไรก็ตาม ถ้ามีการร้องเรียนมา ตรวจสอบแล้ว พบว่าคนของเราไปทำงานไว้ไม่เรียบร้อย เราจะเร่งเข้าไปแก้ไขให้โดยด่วน หรือหากเป็นความบกพร่องของหน่วยงานอื่น เราก็ยินดีจะเร่งประสานกับหน่วยงานนั้นให้”

ปัจจุบันการไฟฟ้านครหลวง รับผิดชอบให้บริการจำหน่ายไฟฟ้า ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ มีผู้ใช้ไฟฟ้า รวมทั้งสิ้นประมาณ 3,300,000 คน

ระยะ 6 เดือนแรกของปี 2557 กฟน.มีรายได้รวมทั้งสิ้น 98,500 ล้านบาท มีค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 93,000 ล้านบาท

ในแง่การบริหารจัดการ เพื่อให้เกิดความมั่นคงในระบบไฟฟ้า กฟน. ได้ตั้งงบประมาณเพื่อการบำรุงรักษาไว้รวมทั้งสิ้น 57,000 ล้านบาท โดยแบ่งจ่ายค่าบำรุงเป็นช่วงๆ ประมาณปีละ 10,000 ล้านบาท

เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้มีความเสถียรมากขึ้น ลดปัญหาไฟฟ้าตก ไฟฟ้าดับ รวมทั้งปรับปรุงทัศนียภาพของกรุงเทพมหานครให้สวยงาม กฟน.จึงมีแผนจะเปลี่ยนแปลงระบบสายไฟฟ้าลงใต้ดินในหลายพื้นที่

เช่น โครงการถนนพหลโยธิน โครงการถนนพญาไท โครงการถนนสุขุมวิท โครงการถนนจิตรลดา และโครงการนนทรี นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีไปแล้ว คือ โครงการรัชดาภิเษก ระยะทาง 23 กม.

อย่างไรก็ดี การนำสายไฟลงใต้ดินในหลายพื้นที่ มีภาระเรื่องงบประมาณเพิ่มขึ้นประมาณ 3 เท่า เมื่อเทียบกับการเดินสายไฟผ่านอากาศ หรือพาดไว้ตามเสา

ภารกิจดังกล่าวยังค่อนข้างติดขัด หรือมีอุปสรรคทำให้เกิดความล้าช้า เพราะโครงการนำสายไฟลงใต้ดินส่วนใหญ่ เกิดขึ้นภายหลังแผนแม่บทกรุงเทพมหานคร จึงทำให้การดำเนินงานมักติดขัดในเรื่องระบบสาธารณูปโภคที่มีอยู่แล้วก่อนหน้า

ความยากของการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินในเขต กทม. ยังอยู่ที่ต้องทำท่อระบายน้ำใหม่ทั้งหมด แถมบางแห่งต้องทำเป็นท่อขนาดใหญ่พอที่คนสามารถลงไปเดินได้ เพราะนอกจากต้องนำทั้งสายไฟและสายสัญญาณต่างๆ ยัดลงไปในนั้น เพื่อให้สามารถระบายน้ำได้ดี ยังต้องมั่นใจว่า น้ำจะไม่ท่วมท่อทั้งหมดอีกด้วย

ทั้งหลายทั้งปวง จึงเป็นการตอบคำถามที่มาของปัญหา ผ่านมาแล้วเกือบ 10 ปี ทำไมโครงการเอาสายไฟลงดิน บน ถ.พหลโยธิน จึงเหมือนไม่มีอะไรคืบหน้า.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สกู๊ปหน้า1เสาไฟพหลโยธินสีลมลาดพร้าวอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิสายไฟหม้อแปลงเอกชนรัฐบาลรัฐวิสาหกิจไทยรัฐฉบับพิมพ์

คุณอาจสนใจข่าวนี้