เมื่อวัน 27 ก.พ.58 ที่ศาลาว่าการ กทม. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว. กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฯ ร่วมกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพมหานคร และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กองทัพเรือ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาฯ โดยใช้เวลาประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวภายหลังการประชุมว่า โครงการจะดำเนินการตั้งแต่สะพานพระราม 7 ถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าทั้งสองฝั่ง ระยะทาง 14 กิโลเมตร เพื่อเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ โดยในที่ประชุมได้ตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อขับเคลื่อนโครงการด้านต่างๆ 4 คณะ มีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ประกอบด้วย 1.คณะอนุกรรมการด้านการบริหารโครงการ มีหน้าที่ศึกษาความเหมาะสม กำกับ ติดตาม และให้ข้อเสนอการปฏิบัติงาน และรายงานผลการดำเนินงานให้ ครม.รับทราบ 2.คณะอนุกรรมการด้านการออกแบบและภูมิสถาปัตย์ 3.คณะอนุกรรมการด้านกฎหมาย และ 4.คณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์ ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรย้ำว่าต้องจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน หากต้องย้ายที่อยู่อาศัยผู้ที่รุกล้ำในแม่น้ำจำนวน 268 หลังคาเรือน ต้องเตรียมเยียวยาช่วยเหลือ สำหรับการออกแบบเบื้องต้น จะสร้างทางเดินและทางจักรยานบนแม่น้ำเจ้าพระยา ถัดออกมาจากเขื่อนกั้นน้ำ ความกว้าง 20 เมตรทั้งสองฝั่ง โดยแบ่งเป็นทางจักรยาน และทางเดิน นอกจากนี้จะจัดให้มีพื้นที่สันทนาการ ส่วนหน่วยงานที่รุกล้ำต้องทำการถอยร่นเข้าไป อาทิ รพ.วชิรพยาบาล สถานีดับเพลิงสามเสน ซึ่งจากนี้ กทม.จะว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเอกชนสำรวจพื้นที่และผลกระทบเพื่อนำเสนอต่อคณะอนุกรรมการฯ ทั้ง 4 ชุด โดยให้เวลาศึกษา 4-5 เดือน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการดังกล่าวได้วางกรอบการดำเนินงานเบื้องต้นแล้ว โดยมีชุมชนที่บุกรุกพื้นที่ริมแม่น้ำตามแนวเส้นทางของโครงการ 6 ชุมชน มีแนวทางดำเนินการ 2 แนวทางคือ จะออกแบบ ไม่ให้กระทบกับชุมชนที่บุกรุก กับรื้อย้ายชุมชนที่บุกรุกออกและเยียวยา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา รายละเอียดและจะออกแบบให้แล้วเสร็จภายในปีนี้.