กรมพินิจและคุ้มครองเด็กฯ จับมือสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ นำร่องจ.ราชบุรี เก็บตัวอย่างเส้นผมเยาวชนพิสูจน์สารเสพติด ชี้ในอาเซียน เพิ่งมีใน ไทย และสิงคโปร์ สามารถล้างการปนเปื้อน และตรวจพบหลังการเสพได้นานเป็นเดือน ป้องกันไม่ให้เด็กกลับไปเสพซ้ำ...
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 25 ก.พ. 58 นายภูมิพงษ์ ขุนฉนมฉ่ำ ผู้ตรวจราชการกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน พ.ต.ท.อัมพิกา ลีลาพจนาพร นักนิติวิทยาศาสตร์เชี่ยวชาญ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร่วมจัดโครงการตรวจพิสูจน์หาสารเสพติดจากเส้นผม ที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน เขต 2 ต.หินกอง อ.เมืองราชบุรี เพื่อเก็บตัวอย่างเส้นผมของเด็กและเยาวชน ในการตรวจหาสารเสพติด เป็นการติดตามและป้องกันเด็กและเยาวชนที่ได้รับการบำบัดยาเสพติดไม่ให้กลับไปเสพยาเสพติดซ้ำ
ทั้งนี้ วิธีดังกล่าวสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้พัฒนามาจากประเทศออสเตรเลียเป็นต้นแบบ ได้รับการยอมรับในความเป็นมาตรฐานสากล ซึ่งกลุ่มประเทศอาเซียนได้นำวิธีดังกล่าวมาใช้เพียง 2 ประเทศ คือ ไทย และสิงคโปร์ มีการจัดตรวจหาสารเสพติดจากเส้นผมเด็กและเยาวชน ขึ้นครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว หลังจากที่ได้มีการตรวจไปเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2558 ที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน บ้านบึง
นายภูมิพงษ์ กล่าวว่า ข้อดีของการตรวจหาสารเสพติดในเส้นผม คือ สามารถตรวจพบสารเสพติดหลังเสพครั้งสุดท้ายเป็นระยะเวลาสัปดาห์ หรือเป็นเดือน ขึ้นกับความยาวของเส้นผม และหากต้องการเก็บตัวอย่างใหม่อีกครั้งก็ยังสามารถเก็บเส้นผมได้ และตัวอย่างของเส้นผมที่เก็บมาตรวจสามารถล้างการปนเปื้อนจากภายนอกก่อนได้ อีกทั้ง การเก็บตัวอย่างเส้นผม ก็สามารถทำได้ไม่ยาก ง่ายต่อการดูแล
ขณะที่ข้อเสียจากการตรวจหาสารเสพติดในเส้นผม คือ ยังไม่สามารถตรวจในภาคสนามและรู้ผลได้ทันที ต้องทำการล้าง สกัดเส้นผมก่อนที่จะทำการตรวจวิเคราะห์
อย่างไรก็ตาม มีการนำการตรวจหาสารเสพติดในเส้นผมมาใช้ในงานนิติเวชในผู้เสพติดและการติดตามการบำบัดรักษา และใช้ในการตรวจหาสารเสพติดทั้งเมทแอมเฟตามีน แอมเฟตามีน ฝิ่นและอนุพันธ์ของฝิ่น โคเคน กัญชา หรือแม้กระทั่งอนุพันธ์ของสาร Xylene และ toluene ในผู้ที่สงสัยว่าสูดดมสารระเหยพวกทินเนอร์ (Thinner) ถือเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งในการติดตามดูแลป้องกันเด็กและเยาวชนกลับไปเสพยาเสพติดซ้ำ
"กลุ่มพัฒนาระบบงานพยาบาลและการสาธารณสุข สำนักพัฒนาระบบงานยุติธรรมเด็กและเยาวชน เห็นความสำคัญดังกล่าว จึงร่วมจัดโครงการดังกล่าวขึ้น ดำเนินการในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านบึง ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 2 ราชบุรี และ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านอุเบกขา เพื่อเป็นแนวทางสำหรับหน่วยงานในสังกัดกรมพินิจฯ ใช้ดูแลป้องกันเด็กและเยาวชนที่ได้รับการบำบัดยาเสพติด ไม่กลับไปใช้ยาเสพติดซ้ำ ส่งผลให้การดูแลเยาวชนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น" .