ชาวกะหร่างใน อช.แก่งกระจานโวย ถูกอ้างชื่อเบิกเงินในโครงการปลูกป่าลดภาวะโลกร้อนกว่า 7.5 แสนบาท ทั้งๆ ที่ชาวบ้านส่วนมากเขียนหนังสือไม่เป็น แต่มีคนปลอมลายมือไปเบิกเงินแทน ผช.ผญบ.บอกถ้าทำกันขนาดนี้ ก็อยู่ด้วยกันไม่ได้...
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 25 ก.พ.58 นายณรงค์ กิจเกตุ กำนัน ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ได้พานายโสน คำสอน อายุ 48 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 บ้านโป่งลึก นายจิระ ปลาดุก อายุ 37 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 บ้านโป่งลึก นายพอชิ ทองเกิด อายุ 48 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 บ้านบางกลอย และ นายพนม ปานดุก อายุ 48 ปี อดีตสมาชิก อบต.ห้วยแม่เพรียง อยู่บ้านเลขที่ 11 หมู่ 2 บ้านโป่งลึก ทั้งหมดเป็นผู้นำชาวกะหร่าง ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.จิยวัฒน์ เหล่าสังข์สุข พงส.สภ.แก่งกระจาน
ทั้งนี้ ผู้เสียหายทั้งหมดแจ้งว่า ชาวบ้านในพื้นที่ถูกปลอมลายมือชื่อ เบิกเงินในโครงการปลูกป่าเพื่อลดภาวะโลกร้อนในพื้นที่แก่งกระจาน (3) และ (4) จ.เพชรบุรี ตามคำสั่งสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ที่ 2367 /2557 และที่ 2368 /2557 ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2557 จำนวนเงินคนละ 5,100 บาท โดยที่ทุกคนไม่เคยทราบมาก่อนว่า มีการจัดทำโครงการดังกล่าว กระทั่งมีการเบิกเงินไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และไม่ได้รับเงินใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งเมื่อตรวจสอบรายชื่อลูกจ้างชั่วคราวรายวันเฉพาะใน 2 โครงการดังกล่าว มีรายชื่อลูกบ้านในหมู่ 1 บ้านบางกลอย และหมู่ 2 บ้านโป่งลึก จำนวน 148 คน คนละ 5,100 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 754,800 บาท โดยที่ทุกคนใน 2 หมู่บ้านดังกล่าว ไม่เคยรู้ว่ามีการนำเอาชื่อไปทำการเบิกเงินออกมา และยังทราบว่ามีอีกหลายโครงการในหลายพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่มีการดำเนินการในลักษณะเดียวกัน รวมเป็นเงินประมาณ 1,600,000 บาท จึงขอให้มีการสอบสวนและดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดดังกล่าวด้วย
นายณรงค์ กิจเกตุ กำนัน ต.ห้วยแม่เพรียง กล่าวว่า ตนเองเมื่อทราบข่าว รู้สึกตกใจ เพราะเมื่อสอบถามลูกบ้านแล้ว ก็พบว่า ไม่มีใครเคยรู้เรื่องมาก่อนว่า มีการจัดทำโครงการนี้ รวมทั้งมีการนำเอาสำเนาหลักฐานพร้อมทั้งปลอมลายมือชื่อไปทำการเบิกเงินออกมา ยิ่งมีการนำชื่อของผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐไปเบิกเงินด้วย ยิ่งทำให้ไม่สบายใจมากขึ้น เพราะไม่สามารถทำได้ ซึ่งโครงการที่ตั้งขึ้นมา หากมีการทำจริง ก็จะเป็นประโยชน์ทั้งต่อทรัพยากรป่าไม้ และยังเป็นการช่วยเหลือค่าครองชีพให้กับลูกบ้านด้วย
"แต่นี่ไม่มีการทำจริง แต่มีเบิกเงินไป ซึ่งถือว่าไม่สมควร จึงต้องให้มีการสอบสวนถึงการกระทำความผิดดังกล่าว เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดทุจริตเงินหลวง มาลงโทษให้เป็นเยี่ยงอย่าง" นายณรงค์กล่าว
ด้านนายโสน คำสอน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 บ้านโป่งลึก กล่าวว่า ตนเองรู้สึกตกใจ เมื่อทราบว่ามีการนำรายชื่อผู้นำชาวบ้าน และชาวบ้านไปเบิกเงินในโครงการดังกล่าว เพราะชาวบ้านไม่รู้ตัว และไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน ที่สำคัญชาวบ้านมีคนที่เขียนหนังสือไม่เป็นจำนวนมาก แต่หลักฐานที่นำไปเบิกมีการลงลายมือชื่อแทน ซึ่งถือเป็นการปลอมแปลงลายมือชื่อ ชาวบ้านที่นี่จำนวนมาก เวลาลงลายมือชื่อยังต้องใช้วิธีพิมพ์นิ้วหัวแม่มือ และต้องมีคนรับรองด้วย ดังนั้น การที่ไปทำกันแบบนี้จึงแย่ และเสียความรู้สึกมาก
"จำได้ว่าประมาณเดือน พ.ย.ปี 57 ทางอุทยานฯ ขึ้นไปที่บ้านบางกลอย และบ้านโป่งลึก เพื่อขอถ่ายสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และทะเบียนบ้าน โดยบอกว่า เพื่อนำไปทำสำมะโนประชากรในพื้นที่ และนำไปยื่นใบสมัครขอโครงการมาลงเพื่อจ้างงานชาวบ้านให้มีรายได้ แต่หลังจากนั้นก็เงียบหายไป จนมารู้ทีหลังว่า มีการนำเอกสาร และปลอมลายมือชื่อไปเบิกเงินออกมาแล้ว รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่ทำกันแบบนี้ ที่ผ่านมาเราได้รับการดูแลจากหัวหน้าอุทยานฯ คนเก่าอย่างดี บางครั้งก็ออกเงินส่วนตัวนำไม้ไผ่มาให้ชาวบ้านปลูกบ้าน ทำกิจกรรมต่างๆ มากมาย แต่นี่มาแล้วเงียบหาย ไม่มีอะไรเข้ามา แถมยังนำชื่อพวกเราไปเบิกเงินมาใช้กันเองอีก อย่างนี้ก็ถือว่าอยู่ร่วมกันไม่ได้แล้ว" นายโสนกล่าว
ในส่วนของนายพนม ปานดุก อดีตสมาชิก อบต.ห้วยแม่เพรียง ซึ่งถูกปลอมแปลงลายมือชื่อนำไปเบิกเงิน กล่าวว่า ทุกวันนี้ชาวบ้านก็อยู่กันอย่างยากลำบาก เพราะเป็นหน้าแล้ง ทำมาหากินกันแบบปากกัดตีนถีบ แทนที่เจ้าหน้าที่ของรัฐจะหาโครงการลงมา เพื่อช่วยเหลือให้ชาวบ้านกินอยู่อิ่มท้อง ไม่ต้องออกไปถางป่า ล่าสัตว์ กลับนำเอาโครงการลงมา แล้วทำกันแบบนี้ ทำให้เสียความรู้สึก เงินจำนวนนี้หากชาวบ้านได้ทำงานจริง ได้รับเงินจริง อย่างน้อยเกือบสองร้อยครอบครัวที่ปรากฏรายชื่อเบิกเงิน ก็พอมีเงินซื้อหาข้าวสาร อาหารแห้ง หรือนำมาใช้จ่ายในครอบครัวได้ ไม่ต้องไปกู้หนี้ใครเขา อยากให้ทางราชการตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะทราบว่ามีอีกหลายโครงการที่มีลักษณะและการกระทำอย่างนี้ ถ้าเป็นแบบนี้ ป่าแก่งกระจานคงแย่แน่ๆ
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเอกสารโครงการดังกล่าวจำนวน 2 ฉบับ พบว่า เป็นเอกสารคำสั่ง สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ที่ 2367 / 2557 เรื่อง จ้างลูกจ้างชั่วคราวรายวัน ระบุ ตามคำสั่งสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ที่ 1655/2557 ลงวันที่ 17 ต.ค. 2557 ให้นายมนตรี แสงสวัสดิ์ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ ทำหน้าที่หัวหน้าโครงการปลูกป่าเพื่อลดภาวะโลกร้อนในพื้นที่แก่งกระจาน (4) จังหวัดเพชรบุรี ขออนุมัติจ้างลูกจ้างชั่วคราวรายวัน เพื่อปฏิบัติงานดายวัชพืชเพื่อป้องกันไฟ (ครั้งที่ 1) ถากพรวนดินรอบโคนต้น จัดเวรยามลาดตระเวนระวังไฟและป้องกันการบุกรุกพื้นที่ ซ่อมแนวเขตแปลงปลูกป่า และผลิตกล้าไม้และบำรุงรักษากล้าไม้ กิจกรรมบำรุงป่า (บำรุงรักษาส่วนเดิมอายุ 2-6 ปี) โครงการปลูกป่าเพื่อลดภาวะโลกร้อนในพื้นที่แก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี
โดยอาศัยอำนาจตามคำสั่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชที่ 1490/2553 ลงวันที่ 13 ธ.ค.53 เรื่อง มอบอำนาจในการเบิกเงินจ่ายเงินสวัสดิการต่างๆ เงินค่าเช่าบ้านข้าราชการ และการสั่งจ้างลูกจ้างชั่วคราว จึงให้จ้างลูกจ้างชั่วคราวรายวันปฏิบัติงาน ประจำเดือนธันวาคม พ.ศ. 2557 จำนวน 69 คน ค่าจ้างวันละ 300 บาท ทำงานคนละ 17 วัน เป็นเงิน 5,100 บาท ต่อคน รวมเป็นเงิน 351,900 บาท และตามคำสั่งที่ 2368 /2557 อีกจำนวน 79 คน ค่าจ้างวันละ 300 บาท ทำงานคนละ 17 วัน เป็นเงิน 5,100 บาทต่อคน รวมเป็นเงินอีก 402,900 บาท รวมสองโครงการเป็นเงินทั้งสิ้น 754,800 บาท (เจ็ดแสนห้าหมื่นสี่พันแปดร้อยบาทถ้วน) ลงนามโดย นายเชิดชัย จริยะปัญญา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2557
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง นายกมล นวลใย หัวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน สอบถามถึงกรณีดังกล่าวว่ามีความเป็นมาอย่างไร นายกมล กล่าวว่า โครงการปลูกป่าลดภาวะโลกร้อนนั้น มีนายมนตรี แสงสวัสดิ์ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ เป็นหัวหน้าโครงการ ตามคำสั่งของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 เป็นโครงการต่อเนื่องจากการเข้าไปฟื้นฟูสภาพป่าที่ถูกบุกรุกแผ้วถางในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ตนทราบว่ามีโครงการนี้จริง และหัวหน้าโครงการได้จัดหาแรงงานเพื่อเข้าไปดำเนินการตามคำสั่ง ซึ่งต่อมาทราบจากหัวหน้าโครงการว่า ได้เข้าไปทำการสำรวจแล้วพบว่า เป็นพื้นที่ลาดชันและอยู่ตามแนวเขตชายแดนไม่สามารถทำได้ ทั้งการนำแรงงานและเครื่องจักรเข้าไป จึงได้ทำเรื่องเพื่อขอคืนโครงการดังกล่าวไปยังสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง).