อจ.หนุ่มใหญ่วืดประกัน หมายจับอดีตผช.อธิการ
ป.แจ้ง 5 ข้อหาหนัก “ถวิล พึ่งมา” อดีตอธิการบดี สจล. คดีร่วมกันโกงเงินสถาบัน หลังเข้าถ้ำเสือรับทราบข้อกล่าวหา ก่อนถูกนำฝากขังศาลพร้อมอาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สจล.ที่ถูกออกหมายเรียกในคดีเดียวกัน ส่วนอดีตผู้ช่วยอธิการบดีอีกคนที่ไม่มาตามนัด เจอหมายจับข้อหาเบี้ยวหมายเรียก ขณะที่โฆษก ตร. เผยพบพิรุธ “ถวิล” เพียบ ส่วนจะใช่ “บอส” หรือไม่ น่าจะอยู่ในกลุ่มผู้ต้องหา 3 คนนี้ ด้าน “ถวิล” เผยหลังศาลให้ประกันตัว ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันสู้คดีถึงที่สุด ตั้งข้อสังเกต อาจมีการปลอมลายเซ็น
“ถวิล พึ่งมา” เข้าพบกองปราบฯ รับทราบ 5 ข้อหาหนักคดีร่วมกันโกงเงิน สจล. เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 ก.พ. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายถวิล พึ่งมา อายุ 61 ปี อดีตอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) พร้อมทนายความเข้าพบ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.ณษ เศวตเลข รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบก.ป. เพื่อรับทราบ ข้อกล่าวหา คดีลักเงินกองกลางสถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) 1,600 ล้านบาท โดยนายถวิลซึ่งมีอาการวิตกกังวลเล็กน้อย ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนโดยยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และอยากให้สาวให้ถึงต้นตอผู้กระทำผิด เพราะในช่วงที่มีการลักทรัพย์เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 55-57 มีทีมผู้บริหารถึง 3 ชุด คือชุดตน ชุดก่อน และชุดหลังตน ที่มีอำนาจในการเซ็นเบิกถอน ส่วนการเซ็นเอกสารในขณะที่ตนดำรงตำแหน่ง จำไม่ได้ว่าเคยเซ็นเอกสารอะไรบ้าง หรือมีการยัดไส้เอกสารหรือไม่ ทั้งนี้ พร้อมที่จะสู้คดี และยืนยันความบริสุทธิ์ พร้อมเตรียมหลักทรัพย์ขอยื่นประกันตัว
ขณะที่ พล.ต.ท.ประวุฒิเผยว่า วันนี้ สจล.ได้มอบอำนาจให้ตัวแทนสถาบันแจ้งความดำเนินการกับ 3 อดีตผู้บริหาร สจล. ได้แก่ นายถวิล พึ่งมา อดีตอธิการบดี นายสรรพสิทธิ์ ลิ่มนรรัตน์ อดีตผู้ช่วยอธิการบดี และนายศรุต ราชบุรี อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม โดยนายถวิลเข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาทั้งหมด 5 ข้อหา ได้แก่ ร่วมกันลักทรัพย์ปลอมและใช้เอกสารปลอม เป็นเจ้าพนักงานของรัฐที่ดูแลรักษาทรัพย์ เบียดเบียนทรัพย์นั้นเป็นของตนเองหรือของผู้อื่นโดยทุจริต เป็นเจ้าพนักงานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตาม ม.157 และร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน
พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวต่อว่า เบื้องต้นนายถวิลให้การปฏิเสธไม่เกี่ยวข้อง และจำไม่ได้ว่าเคยเซ็นชื่อไปตอนไหนบ้าง แต่จากพยานหลักฐาน และพฤติกรรมพบพิรุธ เนื่องจากนายถวิลลงนามเปิดบัญชีสถาบันก่อนที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งอธิการบดี รวมทั้งเป็นผู้เซ็นปิดบัญชีหลังจากหมดสถานภาพการเป็นอธิการบดีแล้ว นอกจากนี้ ยังทำหนังสือลงนามถึงธนาคารระบุไม่อนุญาตให้ธนาคารตรวจสอบบัญชี หรือสถานะทาง การเงินของสถาบัน ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะปกติแล้วผู้บริหารสถาบันจะไม่ทำแบบนี้ นอกจากนี้ ยังพบว่า นายถวิลได้ทำหนังสือรับรองความประพฤติให้กับนายทรงกลด ศรีประสงค์ อดีต ผจก.ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาศรีนครินทร์ ในช่วงที่ธนาคารพบพิรุธในพฤติกรรม เตรียมจะโยกย้ายหรือให้นายทรงกลดออก ดูแล้วนายถวิลมีความสนิทสนมกับนายทรงกลดเกินกว่าปกติ ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ของทั้ง 2 คนจะไปเชื่อมในเรื่องการเงินตรงส่วนไหนอยู่ระหว่างตรวจสอบ
เมื่อถามว่ากลุ่มอดีตผู้บริหาร 3 คนนี้ ใช่ตัว “บอส” ตามที่มีการกล่าวอ้างหรือไม่ พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวว่า น่าจะใกล้เคียง น่าจะเป็นกลุ่มอดีตผู้บริหาร สจล.ทั้ง 3 รายนี้ ส่วนจะมีผู้ที่อยู่เบื้องหลังคอยบงการหรือไม่ เท่าที่ปรากฏในตอนนี้ยังไม่ชัดเจน เชื่อว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการอีก แต่ไม่ใช่ระดับผู้บงการ อย่างไรก็ตาม ได้ประสานอัยการเพื่อติดตามจับกุมนายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด ผู้ต้องหาคนสำคัญที่เชื่อว่ายังคงหลบหนีอยู่ในประเทศอังกฤษ หากจับกุมได้จะสามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินของขบวนการนี้ทั้งหมด ทั้งนี้ ในส่วนของนายสรรพสิทธิ์ ลิ่มนรรัตน์ และนายศรุต ราชบุรี พนักงานสอบสวนนัดหมายมาสอบปากคำในเวลา 10.00 น. แต่นายสรรพสิทธิ์ติดภารกิจ ขอเลื่อนมาพบในวันที่ 25 ก.พ. เวลา 10.00 น.
ต่อมาเวลา 11.30 น. นายศรุต ราชบุรี อายุ 54 ปี อาจารย์คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สจล. เข้ารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม โดยถูกแจ้ง 3 ข้อหา ฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ร่วมกันลักทรัพย์ และร่วมกันฟอกเงิน โดยนายศรุตได้นำเอกสารที่เกี่ยวข้อง เข้าชี้แจงกับพนักงานสอบสวนพร้อมให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขณะที่ทนายความได้เตรียมหลักทรัพย์กว่า 1 ล้านบาท ขอประกันตัวด้วย
นายศรุตกล่าวว่า อาจารย์เกือบทุกคนใน สจล. ต้องรู้จักกับนายทรงกลด เพราะเขาเป็นผู้จัดการธนาคาร คุยเก่ง และสนิทกับคนอื่นได้ง่าย ทั้งนี้เมื่อปี 49 นายทรงกลดชักชวนตนลงทุนในกองทุนต่างๆอ้างว่ามีกำไรดีกว่าฝากกินดอกกับธนาคาร ทดลองร่วมลงทุนไป ปรากฏว่าได้กำไรดี จึงโอนเงินลงทุนกับเขาไปเรื่อยๆ กระทั่งเมื่อปี 52 เริ่มผิดสังเกต เพราะเริ่มจะโอนเงินกำไรมาให้ช้า ต้องไปทวงบ่อยๆ กระทั่งมารู้ตอนหลังว่าเงินที่เขาโอนคืนมาให้นั้นเป็นเงินที่โอนมาโดยตรงจากบัญชีของ สจล. รวมแล้ว 5 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม จะปรึกษา ทนายความฟ้องกลับนายทรงกลดแน่นอนหลังจากคดีนี้เสร็จสิ้น
ต่อมาพนักงานสอบสวนกองปราบฯ ได้ควบคุมตัวนายถวิล พึ่งมา อดีตอธิการบดี สจล. และนายศรุต ราชบุรี อาจารย์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ของ สจล.ไปยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลจังหวัดมีนบุรี โดยคำร้องสรุปว่า เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.57 สจล. โดย น.ส. วรวรรณ สุวรรณกูฎ ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินคดีนายทรงกลด ศรีประสงค์ อดีตผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาศรีนครินทร์ และ น.ส.อัมพร น้อยสัมฤทธิ์ อดีต ผอ.ส่วนการคลัง สจล.กรณีเมื่อวันที่ 1-2 ต.ค.57 ที่กลุ่มผู้ต้องหาร่วมกันลักทรัพย์ของ สจล.ทำให้ได้รับความเสียหาย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,075,037,702 บาท จากข้อพิรุธ และความผิดปกติของบัญชีเงินฝากธนาคารของสจล.ที่ได้ตรวจสอบพบว่า นายถวิลน่าจะเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ ปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอมปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และฟอกเงิน ส่วนนายศรุตน่าจะเกี่ยวข้องฐานร่วมกันเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ซื้อ จัดซื้อหรือจัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจหน้าที่ในทางทุจริตและร่วมกันฟอกเงิน ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งคู่ให้การปฏิเสธ
...
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา แต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นต้องสอบพยานบุคคลอีก 15 ปาก และเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูงมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก เกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นและรอผลการตรวจสอบการต้องโทษของผู้ต้องหาข้างต้นด้วยความจำเป็นดังกล่าว ขอฝากขังผู้ต้องหาไว้เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.-7 มี.ค.นี้ ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน อนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาทั้งสองได้ โดยนายถวิลยื่นหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดินมูลค่า 7 ล้านบาท แต่ศาลตีวงเงินประกัน 5 ล้านบาทก่อนให้ประกันตัวตามคำร้อง ส่วนนายศรุตศาลตั้งวงเงินประกันตัว 5 ล้านบาท แต่หาหลักทรัพย์ไม่ทัน เนื่องจากนำเงินสดมาเพียง 2 ล้านบาทเท่านั้น ต้องยื่นในวันพรุ่งนี้ (25 ก.พ.) โดยนายศรุตต้องอยู่ในเรือนจำอีก 1 คืน
นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนกองปราบฯได้เสนอศาลออกหมายจับนายสรรพสิทธิ์ ลิ่มนรรัตน์ อดีตผู้ช่วยอธิการบดีของ สจล.เนื่องจากไม่มารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตัวเองในวันนี้ด้วย
ภายหลังได้ประกันตัว นายถวิลกล่าวว่า หลัง จากที่ทนายยื่นประกันแล้วศาลอนุมัติ คงเป็นเพราะว่าตนไม่ได้มีพฤติกรรมหลบหนี ทั้งนี้ จะต่อสู้ในชั้นศาลให้ถึงที่สุด ยืนยันว่าตลอดเวลาที่เข้ามาทำหน้าที่อธิการบดี ไม่ได้ทุจริต ส่วนการเปิดหรือปิดบัญชีย้อนหลังนั้น คงปฏิเสธไม่ได้เพราะเป็นลายเซ็นตน แต่ทุกครั้งที่เซ็น ตนอ่านรายละเอียดอยู่ตลอด เป็น ไปได้ว่าอาจมีการปลอมลายเซ็น ส่วนการฟ้องร้องนั้น ไม่ได้คิดจะฟ้องใคร เพราะตำรวจทำตามหน้าที่ แม้จะมีการยืนยันว่า ช่วงที่ตนทำหน้าที่อธิการบดีจะมีเงินหายไปถึง 1 พันล้านบาท แต่ช่วงก่อนหน้าจะมารับตำแหน่ง และช่วงหลังจากพ้นจากตำแหน่งยังมีเงินหายไปอีกต้องมองจุดนี้ด้วยเช่นกัน
...
วันเดียวกัน นายจรูญ เล้าสินวัฒนา รักษาการแทนรองอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบบัญชีเงินฝากธนาคาร (เงิน ออม) ของ สจล. กล่าวว่า มหาวิทยาลัยได้ทราบเรื่องการเข้ามอบตัวของนายถวิล พึ่งมา อดีตอธิการบดี สจล. แล้ว เรื่องนี้คงต้องเป็นไปตามกระบวนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางสถาบันฯคงไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง นอกจากรอผลการสอบสวนข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร ทั้งนี้ สำหรับความคืบหน้าในการขอเอกสารจากธนาคารไทยพาณิชย์นั้น ตั้งแต่มีการเปลี่ยนผู้ประสานงาน สถาบันฯ พอใจการดำเนินการของธนาคารอย่างมาก เพราะได้รับความร่วมมืออย่างดี ไม่มีปัญหาอย่างที่ผ่านมา