จับหนุ่มราชบุรี พร้อมรถปิ๊กอัพแปลงกระบะท้ายเป็นที่เก็บน้ำมัน 5 ถัง จุดได้ร้อยกว่าลิตร แถมทะเบียนมาจากสงขลา คาด่านชายแดนบ้านพุน้ำร้อน ตรวจสอบพบรถหนีไฟแนนซ์ คาดส่งขายนายทุน แถมถูกตร.ซักยังให้การวกวน...

เมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 24 ก.พ. นายศรัทธา คชพลายุกต์ นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี พร้อมด้วยนายสุวิทย์ มากแก้ว ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พ.ท.สถาพร เตี๊ยะเพชรดี ผบ.ร้อย รส.ร.9 พัน 1 พล.ร.9 ค่ายสุรสีห์ พ.ต.ท.บัญชา ศรีรุจิเมธากร รอง ผกก.ป.สภ.เมืองกาญจนบุรี พร้อมกำลังคุมตัวนายรังสรรค์ กลิ่นจันทร์ อายุ 40 ปี ชาวบ้าน ต.โคกหม้อ อ.เมือง จ.ราชบุรี พร้อมรถยนต์กระบะยี่ห้อ โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก แค๊ป สีบอรนซ์ หมายเลขทะเบียน ผจ 8001 สงขลา มาสอบสวนที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบรถคันดังกล่าวมีพิรุธ ในการวิ่งข้ามชายแดนบ้านพุน้ำร้อน มีการดัดแปลงสภาพกระบะท้ายเป็นถังน้ำมัน มีฝาเติมน้ำมันอยู่มุมซ้าย ใช้พลาสติกปูพื้นสีดำปิดทับ ด้านล่างมีถังน้ำมัน 3 ถัง และเบาะนั่งแค๊ปอีก 1 ถัง รวม 5 ถัง เจ้าหน้าที่คาดว่า สามารถบรรทุกน้ำมันได้จำนวนหลายร้อยลิตร จึงอายัดเอาไว้ตรวจสอบ

เมื่อตรวจสอบเอกสารทะเบียนรถยนต์ พบว่าผู้ที่ถือกรรมสิทธิ์เป็นบริษัทไฟแนนซ์แห่งหนึ่ง โดยมีนายแขก นามสมมุติ เป็นผู้เช่าซื้อ และขาดการผ่อนชำระมาแล้วมาแล้ว 7 เดือน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานไปยังบริษัทไฟแนนซ์ ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทราบแล้วและกำลังส่งเจ้าหน้าที่เดินทางมาตรวจสอบที่ สภ.เมืองกาญจบุรี

จากการสอบปากคำนายรังสรรค์ ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมงยังให้การวกไปวนมา โดยอ้างกับเจ้าหน้าที่ว่า เดิมมีอาชีพขับรถตู้รับจ้างที่จังหวัดราชบุรี และเคยรับจ้างนำแรงงานต่างด้าวมาแสตมป์บัตรที่ด่านชายแดนแห่งนี้มาแล้วหลายครั้ง ส่วนครั้งนี้นายสหวัฒน์ บรรจงศิลป์ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99/139 หมู่ 4 ต.พงสวาย อ.เมือง จ.ราชบุรี ที่รู้จักกันมาประมาณ 2 เดือน เป็นคนจ้างให้นั่งรถมาเป็นเพื่อน โดยบอกว่าจะมาเก็บเงินค่าผักที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยจะให้ค่าจ้างเป็นเงินจำนวน 3,000 บาท ด้วยความอยากได้เงินจึงยอมมาเป็นเพื่อน แต่เมื่อมาถึงตัวเมืองกาญจน์ นายสหวัฒน์ กลับขับรถยนต์ออกมาที่ชายแดน โดยอ้างว่ามีไร่ผักอยู่ที่ชายแดน เมื่อมาถึงนายสหวัฒน์ ได้ไปทำบัตรผ่านแดนที่ทางอำเภอเมืองเป็นผู้ออกให้ โดยตนไม่ยอมทำด้วยเพราะไม่ต้องการออกไปด้วย จึงขอนั่งรออยู่ฝั่งไทย

นายรังสรรค์ ยังให้การอีกว่า ขณะที่นายสหวัฒน์ ขับรถยนต์ไปด่านบริเวณไม้กระดก นายสหวัฒน์ ได้เรียกให้ช่วยขับรถไปรอที่บริเวณด่านชายแดนที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 4 กิโลเมตร และขณะที่ตนเผลอนายสหวัฒน์ ก็ได้หายตัวไป โดยที่ตนไม่รู้ว่าไปไหนเช่นกัน และเมื่อขับรถยนต์ไปถึงด่านตรวจสุดท้ายที่อยู่ติดกับชายแดน ก็มาถูกเจ้าหน้าที่คุมตัวเอาไว้ พร้อมยึดรถยนต์กระบะเอาไว้ตรวจสอบ

ต่อมาเวลา 00.20 น. นายศรัทธา คชพลายุกต์ นอภ.เมืองกาญจนบุรี เปิดเผยถึงการสอบสวนในครั้งนี้ว่า จากคำให้การของนายรังสรรค์ เจ้าหน้าที่ที่ร่วมสอบปากคำทั้งหมด ยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะคำให้การนั้นมีพิรุธหลายอย่าง และจากการตรวจสอบเอกสารการขออนุญาตนำรถยนต์ข้ามแดนชั่วคราว นายรังสรรค์ เป็นคนเซ็นต์ลงในใบขออนุญาตเองทั้งหมด อีกทั้งจากการตรวจสอบเอกสารเกี่ยวกับผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์ คือ บริษัทไฟแนนซ์ โดยมีนายแขก นามสมมุติ เป็นคนเช่าซื้อ ตามกฎหมาย จะต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ หรือผู้ที่เช่าซื้อรถยนต์เท่านั้นจึงจะสามารถขออนุญาตนำรถผ่านชายแดนชั่วคราวได้ แต่ครั้งนี้นายรังสรรค์ กลับสามารถนำรถยนต์ออกไปได้ ซึ่งจะต้องทำการตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ หากมีก็จะทำการขยายผลต่อไป

อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้เวลาผ่านมากว่า 4 ชั่วโมง จนเช้าวันใหม่แล้ว นายรังสรรค์ยังให้การวกไปวนมาอยู่ แต่ยอมรับว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นคนบอกให้เซ็นต์ชื่อในเอกสารตามที่บอก ซึ่งตนจะรายงานให้ ผวจ.กาญจนบุรี ทราบข้อมูลเบื้องต้นต่อไป และเวลา 10.00 น.วันนี้ 25 ก.พ.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะร่วมกันสอบปากคำนายรังสรรค์ ใหม่อีกครั้งหนึ่ง ที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี.