หนุ่ม นศ.ปี 4 นิติศาสตร์ ลูกชายนักการเมืองดัง อยากเป็นนายร้อยตำรวจ แต่สอบไม่ติด จึงฝังใจอ้างเป็น ร.ต.ท. สังกัดหน่วยปราบปรามยาเสพติดภาค 5 หลอกเอาเงินเหยื่อ ถูกรวบพร้อมเครื่องแบบที่เอาไว้แต่งอวดสาว ตรวจฉี่เป็นสีม่วง โดนดำเนินคดี 3 ข้อหา...

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 20 ก.พ.58 พ.ต.ต.ณรงค์ชัย เอกฉันท์ สว.สส.สภ.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ ได้นำกำลังเข้าจับกุม นายชนาธิป ทาจิตร์ อายุ 20 ปี เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ และเป็นลูกชายนักการเมืองท้องถิ่นชื่อดังใน จ.ลำปาง

โดยจับกุมได้ที่บริเวณห้องพักหมายเลข 408 ทรัมส์คอนโดมิเนียม ถ.เจ็ดยอด ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยของกลางรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีขาว 1 คัน อาวุธปืนขนาด 9 มม. จำนวน 2 กระบอก กระสุนปืนขนาด 9 มม. 18 นัด วิทยุสื่อสาร 2 เครื่อง เครื่องแบบตำรวจพร้อมเครื่องหมาย 2 ชุด ทองรูปพรรณ และพระเครื่องอีกจำนวนหนึ่ง

พ.ต.ต.ณรงค์ชัย เปิดเผยว่า ก่อนที่จะจับกุมผู้ต้องหารายนี้ ได้มีผู้เสียหายมาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนว่า ถูกผู้ต้องหาแต่งกายแอบอ้างว่าเป็นยศร้อยตำรวจโทอยู่ฝ่ายปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรภาค 5 สามารถช่วยเหลือให้ผู้เสียหายประมูลซื้อรถเก๋งที่จะขายทอดตลาดคดี พ.ร.บ.ยาเสพติด ของ สภ.ช้างเผือกได้ พร้อมกับพามาดูรถและเรียกขอเงินมัดจำจำนวน 6 หมื่นบาท ผู้เสียหายหลงเชื่อ ต่อรองมัดจำเหลือ 4 หมื่นบาท เหตุเกิดเมื่อต้นเดือน ม.ค.58 ที่ผ่านมา แต่ผู้เสียหายรอนานแล้วก็ยังไม่ได้รถ จึงไปทวงเงินคืนก็บ่ายเบี่ยง ทั้งยังข่มขู่ผู้เสียหาย จึงมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน

ต่อมา ตำรวจได้ไปดักรออยู่ที่หน้าคอนโดฯ ที่พัก เมื่อผู้ต้องหาขับรถเก๋งเข้ามาจอด จึงแสดงตัวขอตรวจค้นรถ พบของกลางทั้งหมดซุกซ่อนอยู่ รวมทั้งชุดตำรวจก็แขวนอยู่ในรถด้วย นำตัวมาสอบสวนที่โรงพักรับสารภาพว่าไม่ได้เป็นตำรวจจริง แต่เคยไปสอบเป็นนักเรียนรวมเหล่าแล้ว 2 ครั้ง แต่สอบไม่ได้ จึงฝังใจอยากเป็นตำรวจและชอบตำรวจ จึงไปซื้อชุดมาแต่งเป็นนายร้อยตำรวจไปอวดสาวๆ

ส่วนคดีฉ้อโกงเป็นความผิดอันยอมความกันได้ หลังถูกจับทางผู้ปกครองได้นำเงินสดมาขอเคลียร์กับผู้เสียหายไม่ให้เอาเรื่อง

อย่างไรก็ตาม ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาไปตรวจปัสสาวะ พบว่ามีสีม่วง ซึ่งผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าเสพยาบ้ามาด้วย จึงนำตัวไปส่งมอบให้ พ.ต.อ.สมพร ปานพรหม พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ ดำเนินคดีในความผิด 3 ข้อหา คือ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีและใช้วิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ต่อไป.