อ้างไม่ได้โกง-ไม่หนี แค่ไปเที่ยวเมืองจีน
รวบเจ้าของบริษัทโบรกเกอร์ลวงเหยื่อซื้อประกันภัยรถยนต์คาสนามบินสุวรรณภูมิ หลังเหยื่อกว่า 10 ราย เข้าแจ้งความร้องทุกข์กองปราบฯดำเนินคดี กรณีตั้งคอลเซ็นเตอร์โทร.หลอกเหยื่อให้ซื้อประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ราคาถูก ความแตกเพราะรถเหยื่อเกิดอุบัติเหตุ แต่เคลมประกันไม่ได้ ผู้ต้องหาอ้างเปิดบริษัทโบรกเกอร์จริงไม่คิดหลอกเหยื่อ และไม่ได้หนีไปต่างประเทศ แค่จะไปเที่ยวช่วงตรุษจีน
กรณีผู้เสียหายกว่า 10 คน เข้าแจ้งความร้องทุกข์พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ให้ดำเนิน คดีกับนางชญานี มนตรีโชค เจ้าของบริษัทบิ๊กชัวร์ กรุ๊ป เลขที่ 310/964 หมู่บ้านปิ่นเจริญ 3 ถนนสรงประภา แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม. หลังเหยื่อหลายคนถูกหลอกให้ซื้อประกันภัยรถยนต์ผ่านคอลเซนเตอร์ อ้างว่าเป็นตัวแทนของบริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) แต่หลังซื้อประกันไปแล้วปรากฏว่า เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุกลับเคลมค่าเสียหายไม่ได้ เนื่องจากไม่มีประวัติต่อประกันกับทางบริษัทวิริยะฯ รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 5 ล้านบาท
ความคืบหน้าจากกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 19 ก.พ. พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป.แถลงข่าวจับกุมนางชญานี มนตรีโชค อายุ 49 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 371/2558 ลงวันที่ 18 ก.พ.2558 น.ส.วรรเพ็ญ เลี่ยนเล็ก อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 372/2558 ลงวันที่ 18 ก.พ.2558 และ น.ส.ลลนา มนตรีโชค อายุ 21 ปี บุตรสาวนางชญานี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 370/2558 ลงวันที่ 18 ก.พ.2558 ข้อหาฉ้อโกงประชาชน จับกุมผู้ต้องหาได้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ถนนบางนา-ตราด ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ตำรวจคุมตัวนางชญานีและ น.ส.วรรเพ็ญมาแถลงข่าวโดยไม่ได้นำตัว น.ส.ลลนา มาแถลงข่าวด้วย
พ.ต.อ.อัคราเดชกล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 ก.พ. นายอนันต์ เตชนาสิน พร้อมพวกกว่า 10 คน เข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.ขอให้ดำเนินคดีกับนางชญานีกับพวกเจ้าของบริษัท บิ๊กชัวร์ กรุ๊ป จำกัด ข้อหาฉ้อโกงประชาชน หลังจากถูกบริษัทดังกล่าวอ้างว่าเป็นตัวแทนขายประกันภัยของบริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เสนอขายประกันภัยชั้น 1 ในราคา 15,000-20,000 บาท ถูกกว่าราคาประกันภัยแห่งอื่น จนกลุ่มผู้เสียหายหลงเชื่อซื้อประกัน ต่อมารถผู้เสียหายประสบอุบัติเหตุแต่ไม่สามารถเคลมประกันได้ ทำให้ต้องจ่ายเงินค่าซ่อม รถทั้งของผู้เสียหายและคู่กรณี เมื่อผู้เสียหายสอบถามไปยังบริษัทวิริยะประกันภัยฯ จึงพบว่า ยังไม่มีการดำเนินการทำประกันภัยรถยนต์ในส่วนของผู้เสียหาย หลังทราบว่าถูกหลอกลวงจึงรวมตัวกันเข้าแจ้งความ พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติ ศาลออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 3 คนและตามจับกุมตัวได้
รรท.ผบก.ป.กล่าวอีกว่า กรณีดังกล่าวชุดสืบสวนทำแผนผังแสดงเครือข่ายการกระทำความผิดของผู้ต้องหารายนี้ไว้แล้ว ระบุหน้าที่ของผู้ต้องหาแต่ละคน โดยนางชญานีเป็นเจ้าของบริษัทมีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ระบุว่าดำเนินงานธุรกิจด้านการประเมินราคาที่ดิน ทรัพย์และสินเชื่อ ขณะที่ น.ส.วรรเพ็ญเป็นผู้ที่คอยโทรศัพท์ติดต่อผู้เสียหายเพื่อเสนอตัวว่า เป็นโบรกเกอร์บริษัทประกันภัยต่างๆเพื่อหลอกลวงผู้เสียหาย อย่างไรก็ดีฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างเร่งขยายผลคดี หากพบว่ายังมีผู้ใดที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดจะขออนุมัติศาลออกหมายจับเพิ่มเติม อยากฝากไปยังผู้ที่ติดต่อซื้อประกันภัยรถยนต์ผ่านโบรกเกอร์ ควรตรวจสอบข้อมูลกับบริษัทประกันก่อนและต้องมีกรมธรรม์ ไม่เช่นนั้นอาจตกเป็นเหยื่อ ส่วนผู้เสียหายคนอื่นสามารถเข้าแจ้งความเพิ่มเติมได้ที่กองปราบปราม
สอบสวนนางชญานี ให้การปฏิเสธอ้างว่า ได้มอบหมายให้ น.ส.วรรเพ็ญโทรศัพท์ไปติดต่อชักชวนผู้เสียหายทำประกันภัยรถยนต์จริง ส่วนข้อมูลและหมายเลขโทรศัพท์ของผู้เสียหายซื้อมาจากเพื่อนที่รู้จักกันอีกทอด โดยไม่ได้คิดจะหลอกลวงผู้เสียหายที่มีอยู่ประมาณ 40-50 คนตามที่ถูกกล่าวหา แต่ขั้นตอนต่างๆอยู่ระหว่างดำเนินการ และเคยเจรจากับลูกค้าชุดแรกแล้วว่าจะคืนเงินประกันให้ แต่ตนกำหนดวันคืนเงินให้ไม่ได้ การเจรจาจึงไม่สำเร็จ ลูกค้าจึงเข้าแจ้งความ วันนี้ตนกับบุตรสาวกำลังจะเดินทางไปยังเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เพื่อพักผ่อนช่วงเทศกาลตรุษจีน ไม่ได้คิดหลบหนี แต่ถูกตำรวจตามไปจับกุมเสียก่อน