เตรียมนำรถดับเพลิงสไตเออร์ซ่อมใหญ่ก่อนนำมาใช้จริง

เมื่อวันที่ 19 ก.พ.58 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าฯ กทม.เปิดเผยถึงการเตรียมการนำรถและเรือดับเพลิงสไตเออร์ ออกมาใช้ว่า ขณะนี้รถและเรือจอดเก็บรักษาไว้ 4 แห่ง ได้แก่ 1.บริษัทเทพยนต์ แอโรโมทีฟ อินดัสตรีส์ จังหวัดนนทบุรี 2.ท่าเรือกรุงเทพ เขตคลองเตย 3.บริษัทนามยงค์ เทอร์มินัล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทรับขนส่งสินค้าตั้งอยู่ที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี และ 4.คลังสินค้าของบริษัทการบินไทย จำกัด ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ โดยการเจรจาเพื่อขอยกเว้นค่าเช่าพื้นที่เสร็จเกือบทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงบริษัทนามยงค์ฯ ที่ยังอยู่ในขั้นตอนเจรจาเพื่อขอยกเว้นค่าจอดรวมภาษี 9 ปี รวมมูลค่าประมาณ 780 ล้านบาท ซึ่ง กทม.ขอเจรจาลด 50 เปอร์เซนต์ โดยทาง บริษัทนามยงค์ฯขอนำเรื่องเข้าพิจารณาที่ประ ชุมบอร์ด คาดว่าจะทราบผลหลังจากวันที่ 24 ก.พ.นี้

พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า ตนและคณะจะเดินทางไปประเทศเยอรมนี ในวันที่ 20-27 ก.พ.58 เพื่อไปขอข้อมูลและคำแนะนำจากบริษัทผู้เชี่ยวชาญ กรณีการซ่อมแซมรถและเรือดับเพลิง ซึ่งหากผลการสรุปเป็นไปตามแผน ช่วงเดือน มี.ค.นี้ กทม.จะนำรถและเรือดับเพลิงออกมาทั้งหมด และทยอยชำระค่าที่จอดเป็นงวดๆ หลังจากนั้นจะทยอยซ่อม แซมบำรุงรักษาส่วนที่ชำรุด ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณ 200-300 ล้านบาท โดยใช้ช่างและอะไหล่ภายในประเทศ

รองผู้ว่าฯ กทม.กล่าวถึงการถ่ายโอนอำนาจการจราจรให้มาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กทม.เช่นเดียวกับการโอนย้ายดับเพลิงมาก่อนหน้าว่า เรื่องนี้ กทม.ไม่ได้อยากได้อำนาจหน้าที่ของตำรวจ แต่อยากได้ข้อบังคับกฎหมาย 23 มาตรา อย่างเช่น การจับกุมผู้ค้าหาบเร่แผงลอย ซึ่งมีอำนาจเปรียบเทียบปรับได้ทันที แต่ทางรัฐบาลต้องการให้โอนถ่ายมาทั้งหมด ซึ่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเพิ่งประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการตำรวจ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว คาดว่าจะทราบข้อสรุปภายในเดือน เม.ย.นี้.