พิษแรงหึง!!ทำเอาหนุ่มสามีศรีสะเกษ ที่เห็นว่าภรรยาทำตัวตีออกห่าง เลยบุกทวงถามถึงไร่มันสำปะหลัง ก่อนจะได้รับการปฏิเสธ จนบรรดาโทสะชักมีดที่เตรียมไว้จ้วงแทงไม่ยั้งจนเมียขาดใจตาย...
เวลา 16.10 น.วันที่ 19 ก.พ.58 พ.ต.ท.คมสัน ทันนา พงส.สภ.เบญจลักษ์ ได้รับแจ้งว่ามีเหตุฆ่ากันตายที่บ้านนิคมเศรษฐกิจพอเพียง หมู่ที่ 7 ต.ท่าคล้อ อ.เบญจลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อได้รับแจ้งได้รายงานให้ผู้บังคับบัญทราบเบื้องต้นพบประสานกับแพทย์เวร รพ.เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาเบญจลักษ์ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ฉัตรชัย สุจริต ผกก.สภ.เบญจลักษ์ พ.ต.ท.พยนต์ ศิริวุฒิ รอง ผกก.ป สภ.เบญจลักษ์ ร.ต.ท.เสมียน สีหะวงษ์ พนักงานสอบสอบ สภ.เบญจลักษ์ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกชุดหนึ่ง รีบรุดไปที่เหตุ
ที่เกิดเหตุเป็นไร่มันสำปะหลังห่างจากหมู่บ้านประมาณ 500 เมตร พบชาวบ้านมุงกันอยู่ จึงกันชาวบ้านออกพบศพหญิงไทยสวมเสื้อยืดแขนยาวสีชมพู นุ่งกางเกงขายาว สีน้ำเงิน สวมถุงเท้าสีลาย นอนหงายจมกองเลือด บริเวณสีข้างด้านขวาถูกแทงจนลำไส้ทะลัก อีกแผลทถูกแทงที่ด้านหลัง ไหปลาร้าอีก 1 แผล ข้างศพพบมีดปลายแหลมไม่มีด้ามขนาดยาว 12 นิ้ว และกระเป๋าเป้สีดำวางอยู่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ทราบชื่อภายหลังว่าเป็นศพของ นางบุญไกร กองเกิด อายุ 43 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 7 ต.ท่าคล้อ อ.เบญจลักษ์ จ.ศรีสะเกษ หลังชันสูตรพลิกศพจึงมอบศพให้ญาติเพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีและติดตามคนร้ายมาดำเนินคดึตามกฎหมายต่อไป
ขณะที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้นได้มีชาวบ้านได้นำตัวนายสุพจน์ กองเกิด อายุ 46 ปี ชาวบ้านหมู่ 7 ต.ท่าคล้อ อ.เบญจลักษ์ จ.ศรีสะเกษ มีอาการอิดโรยมามอบให้พร้อมแจ้งว่าเป็นสามีของผู้ตาย ก่อเหตุฆ่าผู้ตายแล้วหลบหนีไปอยู่ที่กระท่อมห่างจากที่เกิดเหตุไปประมาณ 500 เมตร และได้ดื่มยาเพื่อจะฆ่าตัวตาย จึงได้รับตัวแล้วนำตัวส่ง รพ.เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เบญจลักษ์ เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาก่อนนำตัวมาที่ สภ.เบญจลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
จากการสอบถามผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่าเป็นผู้ลงมือทำร้าย นางบุญไกร กองเกิด ภรรยาของตนจริง เพราะทราบจากญาติว่าภรรยาคบหากับชายอื่น และเกิดทะเลาะกัน ตนจึงได้ย้ายไปอาศัยบ้านของแม่ของตน ที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ก่อนเกิดเหตุได้เดินทางไปพบนางบุญไกร ผู้ตาย และได้แวะที่บ้านลุงได้นำเอามีดปลายแหลมพกไปด้วย พอไปถึงเห็นนางบุญไกร ผู้ตายกำลังพ่นยาต้นมันสำปะหลังอยู่ จึงได้เรียกชื่อพร้อมกับพูดว่า เราจะคืนดีกันไม่ได้หรือ นางบุญไกร ผู้ตายมองเห็นตน ตอบว่าไม่ได้ พร้อมกับวิ่งหนีตน
นายสุพจน์ กล่าวด้วยว่า ตนจึงวิ่งตามไป ขณะนั้นนางบุญไกรได้หกล้มคว่ำลงด้วยความโมโหตนจึงได้ใช้มีดปลายแหลมจ้วงแทงไปที่สีข้างของนางบุญไกร 1 ที แล้วก็กระหน่ำแทงไปที่หลังอีกครั้ง แล้วก็แทงที่คอ จนนางบุญไกรแน่นิ่งไป หลังจากนั้นตนตกใจมากจึงได้หลบไปที่กระท่อมนา และคิดได้ว่านางบุญเกิด อาจจะเสียชีวิต ขึงกลัวความผิดหยิบเอายาฆ่าหญ้าที่อยู่บนกระท่อมมากิน หวังฆ่าตัวตายตาม แต่ต่อมาได้มีชาวบ้านตามไปพบ แล้วนำตัวส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ขณะที่ควบคุมตัวมาที่ สภ.เบญจลักษ์นั้น นายสุพจน์ กองเกิด มีอาการอ่อนเพลียอิดโรยพร้อมกระวนกระวายจึงได้นำตัวกลับไปส่ง รพ.เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาเบญจลักษ์ เพื่อทำการรักษาและจะทำการสอบดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.