โจรใจบาปย่องเบางัดห้องทำงานเลขาฯ เจ้าคณะอำเภอเมืองชลบุรี ฉกเงินบริจาคกว่า 4 เเสน พร้อมวัตถุมงคลหลายรายการหายเข้ากลีบเมฆ ตร.เผยได้ภาพจากกล้องฯ เร่งติดตามจับกุม...
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 15 ก.พ. 58 ร.ต.ท.เศรษฐพงศ์ หลินภู พงส.สภ.เมืองชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีขโมยงัดห้องเลขาฯ เจ้าคณะอำเภอเมืองชลบุรี และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดนอก ภายในวัดนอก ถนนโพธิ์ทอง ต.มะขามหย่ง อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.สันติ ชูเชิด รอง ผกก.สส.และชุดสืบสวน สภ.เมืองชลบุรี รุดไปตรวจสอบห้องทำงานของ พระครูโสภิต กิจจานุกูล อายุ 68 ปี เลขาฯ และผู้ช่วย พระครูอุดมธรรมรส เจ้าอาวาสวัดนอก และเจ้าคณะอำเภอเมืองชลบุรี
ที่เกิดเหตุ บานประตูหน้ามีรอยถูกงัด ภายในห้องมีร่องรอยการรื้อค้นกระจุยกระจาย และที่ประตูห้องประชาสัมพันธ์ตั้งอยู่ใกล้กันมีรอยโดนงัด ตู้กระจกที่วางพระเครื่องสำหรับให้ประชาชนเช่า ถูกทุบแตก
สอบถามเบื้องต้น พระครูโสภิต กิจจานุกูล หรือชาวบ้านรู้จักและขานชื่อว่า "พระมหาจำปี" ให้การว่า ขโมยงัดห้องทำงานของตน รื้อค้นได้เงินที่พระภิกษุบริจาคจำนวน 4 แสนบาท ซึ่งเป็นเงินที่จะรวบรวมส่งให้เจ้าคณะจังหวัดชลบุรี เพื่อนำไปสมทบทุนก่อสร้างกุฎิวัดพุทธมณฑล ที่เก็บใส่ซองไว้ในลิ้นชักพลาสติก และวัตถุมงคลของส่วนตัวอาตมาเอง อาทิ พระไพรีพินาศ สมเด็จนางพญา และพระของอาตมาเองอีก 6 องค์ ส่วนห้องประชาสัมพันธ์ คนร้ายงัดแล้วทุบตู้กระจกที่โชว์วัตถุมงคลสำหรับให้ญาติโยมเช่าบูชา ขนเอาพระไปได้นับร้อยองค์
พระมหาจำปี ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า คนร้ายที่ก่อเหตุรายนี้น่าสงสัยอยู่คนหนึ่ง เป็นเด็กหนุ่มอายุประมาณ 20-25 ปี รูปร่างสูงประมาณ 160 เซนติเมตร ผอม ผิวดำแดง ไว้ผมรองทรง เคยเข้ามาที่วัดและขอนอนค้าง 1 คืน ครั้งหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งครั้งนี้มาเป็นครั้งที่ 2 ตอนเย็นวานนี้มาขออาศัยนอน โดยอ้างว่าตกรถจะรอญาติโอนเงินมาให้ ตนสงสารก็เลยให้นอนค้างคืนที่ห้องภายในศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ โดยลืมขอดูบัตรประชาชนไว้ ก่อนเกิดเหตุอาตมาปิดห้องล็อกกุญแจเรียบร้อยแล้วก็กลับไปที่กุฎิเพื่อจำวัด กระทั่งเช้าออกเดินบิณฑบาต พอกลับเข้ามาที่วัดและจะไปเปิดประตูห้องที่เกิดเหตุ ก็พบว่าประตูเข้าห้องถูกคนร้ายงัด และเมื่อเปิดลิ้นชักพลาสติกที่เก็บเงิน 4 แสนบาทไว้หายไป
ทั้งนี้ พระมหาจำปี กล่าวอีกว่า ขอฝากบอกโจรที่เอาเงินไปขอให้เอามาคืน เพราะเป็นเงินที่วัดใน จ.ชลบุรี รวม 54 วัด บริจาคมาวัดละ 11,000 บาท เพื่อสมทบสร้างกุฏิวัดพระพุทธมณฑล เหตุการณ์ครั้งนี้เหมือนกับนิทานอีสปที่ว่า "ชาวนากับงูเห่า" แต่ช่างเถอะกรรมใดใครก่อ กรรมนั้นจะตามสนอง และอยากขอฝากถึงโจรที่ขโมยเงินจำนวนดังกล่าวไป ให้เอาเงินมาคืนวัดแล้วอาตมาจะไม่เอาความ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดของทางวัด ปรากฏบันทึกภาพคนร้ายไว้ได้ตอนขณะปีนรั้วหน้าประตูทางเข้าวัดเอาไว้ได้อย่างชัดเจน แต่กล้องทุกตัวภายในวัดไม่ได้จับภาพคนร้ายไว้เลย
ทั้งนี้ พ.ต.ท.สันติ ชูเชิด รอง ผกก.สส.สภ.เมืองชลบุรี กล่าวว่าได้หลักฐานบุคคลจากกล้องวงจรปิดแล้ว จะรีบสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป