ด.ต.มือปราบที่หนองคาย กลับจากอบรมเตรียมประดับยศ ร.ต.ต.เป็นนายตำรวจ แวะหาเพื่อนนั่งกินข้าว ก่อนปลีกตัวออกมา ใช้ปืนพกจ่อยิงขมับฆ่าตัวตาย เพื่อนเผยผิดปกติมาหลายวัน ไม่พูดคุยท่าทางกลุ้มใจ ขณะที่ผู้การฯ เชื่อน่าจะมาจากปัญหาส่วนตัว...
เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 11 ก.พ. 58 ร.ต.ท.สรวิศิษฐ์ มีเพียร ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย ได้รับแจ้งจากเพื่อนตำรวจด้วยกันว่า มีตำรวจยิงตัวตายที่สวนหย่อมลานจอดรถด้านหลังห้องทำงานชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดจึงไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า ผบก.ภ.หนองคาย นายแพทย์ศักดิ์ชัย เกียรติอำนวย แพทย์เวร รพ.หนองคาย และหน่วยกู้ภัยประจักษ์
ที่เกิดเหตุพบร่าง ด.ต.วิศิฐศักดิ์ นนท์สุรัตน์ อายุ 53 ปี ตำแหน่ง ผบ.หมู่ (ส.ส.)สภ.เมืองหนองคาย ช่วยราชการกองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 1 ต.เซิม อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย สวมชุดฝึกตำรวจ เสื้อยืดแขนยาวสีดำ กางเกงสีดำ นอนคว่ำหน้าจมกองเลือด ร่างทับปืนพกสั้นยี่ห้อกล็อก 19 ออโตเมติก ขนาด 9 มม. ซึ่งเป็นอาวุธประจำกายที่ใช้ปลิดชีพตัวเอง แพทย์ตรวจพบรูกระสุนเข้าที่ขมับด้านซ้าย ไม่มีรูทะลุออก กะโหลกด้านหน้าแตก ศีรษะยุบ ในแมกกาซีนยังมีกระสุนอยู่ 8 นัด
จากการสอบถาม ด.ต.ชัยยงค์ เมฆวัน ผบ.หมู่ กก.สส.ภ.บึงกาฬ บอกว่า ตนและผู้ตาย ไปเข้ารับการอบรมหลักสูตรดาบตำรวจชั้นประทวนเป็นนายตำรวจสัญญาบัตร หรือ กดต.53/2558 ที่ศูนย์ฝึกโรงเรียนตำรวจภูธรภาค 3 (จอหอ) จ.นครราชสีมา หลักสูตร 3 เดือน ซึ่งจะจบหลักสูตรในวันที่ 8 มี.ค.นี้ ปกติผู้ตายจะมีนิสัยร่าเริงสนุกสนาน แต่มาผิดสังเกตช่วง 3 วันที่ผ่านมา ผู้ตายค่อนข้างเครียด ไม่พูดเล่นเหมือนก่อน พอสอบถามก็ไม่ยอมบอกว่ามีปัญหาอะไร มีแต่เปรยว่าไม่มีเงินใช้ ซึ่งในครั้งนี้ได้พักการอบรมในช่วงเย็นวันพุธ จึงได้พากันเดินทางกลับมา โดยมาถึง จ.หนองคาย เวลาประมาณ 19.00 น.
อย่างไรก็ตาม ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายได้แวะหาเพื่อนตำรวจที่ห้องสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย นั่งกินข้าวเย็นด้วยกันหลายคนตามปกติ หลังกินข้าวเสร็จ ผู้ตายได้ปลีกตัวออกมา จนกระทั่งทุกคนได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ตอนแรกนึกว่ามีคนทำปืนลั่น แต่พอตำรวจอีกคนออกมาดูก็พบว่า ด.ต.วิศิฐศักดิ์ ยิงตัวตาย จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ
ด้าน พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า ผบก.ภ.หนองคาย กล่าวว่า ด.ต.วิศิฐศักดิ์ เป็นตำรวจที่มีความประพฤติดี ตั้งใจทำงาน ได้รับรางวัลปฏิบัติงานดีเด่นของตำรวจภูธรจังหวัดหนองคายด้านการปราบปรามอย่างต่อเนื่อง และเมื่ออบรมเสร็จ ก็จะได้ประดับยศ เป็น ร.ต.ต. หน้าที่การงานก็จะดีขึ้น จึงคิดว่าไม่ใช่ปัญหาเรื่องงานที่ทำให้ตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง แต่คาดว่าจะเป็นปัญหาทางครอบครัว เรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะภาระค่าใช้จ่าย ซึ่งผู้ตายเป็นเสาหลักของครอบครัว ภรรยาเป็นแม่บ้าน มีลูกสาว 3 คน แต่งงานไปแล้ว 1 คน ต้องเลี้ยงดูลูกและหลานอีกหลายชีวิต เมื่อเร็วๆ นี้ผู้ตายเพิ่งขอกู้ยืมเงินจากสหกรณ์ตำรวจมาใช้จ่ายในครอบครัว จึงอาจเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เครียดและเลือกใช้วิธียิงตัวตายเช่นนี้ หลังจากญาติรับศพไปบำเพ็ญกุศลที่บ้าน ทางตำรวจจะได้ตรวจสอบสิทธิประโยชน์ และให้การช่วยเหลือครอบครัวผู้ตายอย่างเต็มที่ต่อไป.