ชาวบ้านเฮ! ศาลปกครองสูงสุดสั่ง กฟผ. รื้อสนามกอล์ฟแม่เมาะ เร่งคืนสภาพเดิมพร้อมปลูกป่าทดแทน กั้นเซฟโซนรอบเหมืองรัศมี 5 กม. พร้อมย้ายคนออก ผุดคณะกรรมการท้องถิ่นเยียวยา กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบเตรียมหารือเรียกค่าชดเชยเพิ่ม

วันที่ 10 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลปกครองเชียงใหม่ มีชาวบ้านใน อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง กว่า 300 คน เหมารถบัสมาฟังนัดคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายเลขดำที่ อ.16.31/2553 หมายเลขคดีแดง ที่ อ.749-764/2557 ซึ่งเป็นคดีพิพาท ระหว่าง นางมะลิวรรณ นาควิโรจน์ ผู้ฟ้องคดี กับพวก จำนวน 312 คน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้ถูกฟ้อง 1 กับพวกรวม 11 คน ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ อุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ​กรมควบคุมมลพิษ และเจ้าพนักงานท้องถิ่น

ในคดีเกี่ยวกับ กฟผ. ซึ่งเป็นผู้ถือประทานบัตรการทำเหมืองแร่ถ่านหินในพื้นที่ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ละเลยมิได้ปฏิบัติตามวิธีการทำเหมืองแร่ และเงื่อนไขการประทานบัตร รวมทั้งเปลี่ยนแปลงวิธีการทำเหมืองแร่ แผนผังโครงการ และเงื่อนไขท้ายประทานบัตรหลายประการ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ จนก่อให้เกิดมลพิษ และทำให้ผู้ฟ้องได้รับอันตรายต่อชีวิตสุขภาพอนามัย และทรัพย์สินเสียหาย ขณะที่ผู้มีอำนาจในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กลับเพิกเฉยไม่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และทำการควบคุมมลพิษ

โดยผู้ฟ้องคดีทั้ง 16 สำนวน ได้เรียกร้องค่าเสียหายจาก กฟผ. พร้อมดอกเบี้ย และมีคำขอให้เพิกถอนประทานบัตรจากการไฟฟ้าฯ พร้อมให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กลับฟื้นคืนสู่ธรรมชาติดังเดิม รวมทั้งให้การไฟฟ้าฯ หยุดการกระทำที่ก่อให้เกิดมลพิษ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มว่า ก่อนถึงวันนัดคำฟังคำพิพากษา ศาลปกครองได้ออกหมายไปยังผู้ถูกฟ้องทั้ง 11 คน โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว แต่ผู้ถูกฟ้องกลับไม่มาคำพิพากษา จึงอ่านคำพิพากษาต่อหน้าผู้ถูกฟ้อง พร้อมกับถ่ายทอดโทรทัศน์วงจรปิด ให้ประชาชนที่มารอรับฟังข้างนอกห้องพิจารณาคดีได้รับฟังอีกด้วย ซึ่งศาลใช้เวลาในการอ่านร่วม 2 ชม.

ทั้งนี้ ศาลปกครองสูงสุดได้พิเคราะห์แล้ว มีคำพิพากษาว่า ให้แก้ไขคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นชั้นต้น โดยให้ กฟผ.ปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน และมาตรการแก้ไขผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมดังนี้

1.ให้เริ่มติดตั้งม่านน้ำ เพื่อลดฝุ่นละอองในบรรยากาศ มีความยาว 800 ม. ระหว่างที่ทิ้งดินด้านทิศตะวันออกกับบ้านหัวฝาย 2.ให้จัดตั้งคณะทำงานระดับท้องถิ่นและผู้เชี่ยวชาญอพยพราษฎรที่ได้รับผลกระทบ ที่อาจจะนำไปสู่อันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ออกจากรัศมีมีผลกระทบ 5 กม.

3.ฟื้นฟูขุมเหมืองให้ใกล้เคียงกับสภาพเดิมตามธรรมชาติ โดยการถมดินกลับลงในบ่อเหมืองให้มากที่สุด พร้อมปลูกป่าทดแทน โดยเฉพาะการนำขุมเหมืองมาสร้างเป็นสนามกอล์ฟและสวนพฤษศาสตร์ ให้นำพืชในพื้นที่ชุ่มน้ำไปจำกัด และปลูกเสริมทุกๆ ปีครึ่ง นอกจากนี้ ต้องขุดลอกเพื่อเปลี่ยนทิศทางไหลของน้ำ

นอกจากนี้ กฟผ.ยังต้องจัดทำรายงานการตรวจประเมินสิ่งแวดล้อม และปฏิบัติตามเงื่อนไขในการออกประทานบัตร และมาตรการการป้องกันแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องดำเนินการภายใน 90 วันนับตั้งแต่มีคำพิพากษา

ด้านนางมะลิวรรณ ประธานเครือข่ายผู้ป่วยแม่เมาะ เผยว่า พอใจในคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่ศาลปกครองสูงสุดสั่งให้ กฟผ.รื้อสนามกอลฟ์ที่ลงทุนไปหลายร้อยล้านบาท ออกจากเหมืองลิกไนต์ แล้วให้ถมดินปลูกป่าทดแทน

"ในส่วนการเรียกค่าชดเชยจากชาวบ้านที่เจ็บป่วย ทางศาลได้ยกคำฟ้อง เนื่องจากชาวบ้านไม่สามารถหาหลักฐานมาสืบหักล้างคำอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องได้ ซึ่งทางกลุ่มชาวบ้านก็น้อมรับคำตัดสิน และจะกลับไปประชุมหารือ เพื่อหาแนวทางในการที่จะขอค่าชดเชยจาก กฟผ.ต่อไป" ประธานเครือข่ายผู้ป่วยแม่เมาะ ระบุ

นางปราณี อินปัญโญ หนึ่งในชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ กล่าวว่า วันนี้ตนนำขวดยา 1 กระสอบปุ๋ย ที่ลูกสาววัย 10 ขวบ ต้องใช้รักษาโรคทางเดินหายใจตั้งแต่อายุ 1 ขวบ มายืนยันว่าชาวบ้านรอบๆ โรงงานไฟฟ้าแม่เมาะได้รับผลกระทบจริง ซึ่งหลังจากนี้ สมัครใจขอย้ายออกจากหมู่บ้าน เพื่อไปอยู่ในที่ปลอดภัย