ภาพ นายสุวัฒน์ จิราพันธุ์ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวชื่นชมนักศึกษาที่ร่วมโครงการยุวทูตจิตอาสา

รองปลัด กต.ชื่นชม นศ.ไทยและ นศ.ต่างชาติจากนครซิดนีย์ ออสเตรเลีย ร่วมโครงการยุวทตจิตอาสา มาสอนภาษาอังกฤษให้ นร.ไทย ชูมีความคิดดีต่อประเทศไทยและออสเตรเลีย ขณะที่เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ยกย่องเป็นการทำความดี...

เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 9 ก.พ.2558 นายสุวัฒน์ จินายธีรเทพ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้จัดเลี้ยงต้อนรับ คณะนักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติจากมหาวิทยาลัยในนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ที่ร่วมโครงการยุวทูตจิตอาสา Austrlian Thai Youth Ambassador Program (ATYAP) มาสอนภาษาอังกฤษให้นักเรียนไทย ที่ห้องสันทนาการ กระทรวงการต่างประเทศ โดยมีนายพอล โรบิลเลียด เอกอัครราชทูตออสตรเลียประจำประเทศไทย นายทรงศัก สายเชื้อ อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ และนายธีรเทพ พรหมวงศานนท์ กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ มาร่วงานด้วย

นายธีรเทพ พรหมวงศานนท์ กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ กล่าวว่า โครงการนี้เกิดขึ้นจากนักศึกษาไทย นักศึกษาลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย มีความคิดอยากมาบำเพ็ญประโยชน์ โดยการสอนภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนไทย โดยยินดีออกค่าเดินทางเอง ทางสถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ จึงได้สนับสนุนเรื่องที่พักและอาหาร พร้อมทั้งประสานงานติดต่อโรงเรียนให้สอน เริ่มครั้งที่1 ปี 2556 และครั้งที่2 ปี 2557 ที่ จ.ขอนแก่น โดยนักศึกษาไทยและลูกครึ่งไทย-ออสเตร เลีย ได้เชิญชวนเพื่อนนักศึกษาต่างชาติมาร่วมโครงการด้วย เมื่อเห็นว่าประสบความสำเร็จจึงได้บอกต่อๆ กัน ปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 3 มีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นจาก 4 มหาวิทยาลัยนครซิดนีย์ จำนวน 35 คน เป็นนักศึกษาไทยจำนวน 8 คน ที่เหลือเป็นนักศึกษาชาติเอเชียและยุโรป ได้ไปทำการสอนภาษาอังกฤษให้แก่นักเรียนที่ จ.อุบลราชธานี จำนวน 11 โรงเรียน การเรียนการสอนผ่านไปด้วยดี ทั้งนักเรียนที่ได้รับการสอนและนักศึกษาที่ไปทำการสอน ต่างก็ได้รับในสิ่งที่ดีๆ ผ่านโครงการนี้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ขณะที่ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่เยาวชนซึ่งร่วมโครงการทุกคน มีจิตใจเต็มไปด้วยความคิดที่ดีๆ ต่อประเทศไทยและประเทศออสเตรเลีย เป็นการเมืองระหว่าง 2 ประเทศ แต่เป็นการเมืองของความร่วมมือทางการศึกษา อาจจะพูดได้ว่าเวลาที่ทุกคนได้ใช้ แม้อาจจะเป็นการเริ่มต้นของส่วนหนึ่งในชีวิต ที่ได้มีประสบการณ์ในประเทศไทย แต่ตนมั่นใจว่าในอีก 10 ปี หรืออีก 20 ปี ทุกคนจะต้องกลับมาประเทศไทยอย่างแน่ นอน นี่จึงเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมากที่เราจะมาอยู่ด้วยกัน มาเข้าใจซึ่งกันและกัน ระหว่างบุคคลต่อบุคคล จึงทำให้โครงการนี้สานต่อมาเป็นปีที่ 3 จึงขอแสองความยินดีกับผู้จัดทำโครงการ และผู้สนับสนุนโครงการทุกฝ่าย


ด้าน นายพอล โรบิลเลียด เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย กล่าวกับนักศึกษาจากนครซิดนีย์๋ที่ร่วมโครงการว่า นับเป็นเกียรติยศอย่างยิ่ง ที่ยังมีกลุ่มคนอีกกลุ่มได้กระทำในสิ่งที่น่าสรรเสริญ โดยใช้เวลาอย่างยาว นานโดยทุนทรัพย์ส่วนตัว ทำมันขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ ไม่มีอะไรอีกแล้วที่จะยิ่งใหญ่ไปกว่าการเป็นตัวแทนของประเทศ ไปสร้างคุณงามความดีทางการทูตในต่างที่ต่างเมือง โดยเป็นการให้ผลที่ดีในระยะยาว สิ่งที่ทุกคนทำอยู่นี้ ทำให้ตนมีความรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมาก

"ในฐานะที่เป็นชาวออสเตรเลียที่อยู่ในประเทศไทย โดยทางการทูตแล้วเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างมาก ในสิ่งที่ทุกคนทำและเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าเป็นอย่างยิ่ง และเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ระหว่างทั้งสองประเทศ พร้อมทั้งยังได้แสดงถึงตัวตนของทุกๆคนอีกด้วย เพราะออสเตรเลียเป็นประเทศที่หลากหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่ด้วยกัน รวมไปถึงชาวเอเชียประเทศต่างๆ ที่มีถิ่นพำนักอาศัยอยู่ในออสเตรเลียด้วย จึงเป็นสิ่งที่ดีที่เราจะทำให้โลกรู้ว่า ออสเตรเลียก็เป็นส่วนหนึ่งของเอเชีย ดังนั้นในสิ่งที่ทุกๆคนได้ทำมา ไม่ใช่แค่ทำความดีเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวแทนของประเทศมาทำความดีอีกด้วย" เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย กล่าว



ส่วนนางสาวแองเจลิกา คาซาโด ลูกครึ่งไทยสเปน หัวหน้าคณะนักศึกษา กล่าวถึงการดำเนินกิจกรรมตามโครงการที่ จ.อุบลราชธานีว่า การไปสอนภาษาอังกฤษในคราวนี้ หากเปรียบเทียบระหว่างคนไทยและประเทศอื่นๆแล้ว คนไทยเป็นเป็นชาติที่อ่อนโยน ไม่เร่งรีบกับชีวิตประจำวัน เป็นประเทศที่น่าอยู่อาศัยเป็นอย่างยิ่ง ในส่วนของการสอนภาษาแล้ว เด็กนักเรียนไทยที่พวกเราเข้าไปสอน มีความตื่นตัวเป็นอย่างยิ่ง แต่จากการสังเกตทำให้เห็นว่าเด็กนักเรียนยังไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ โดยการพูดออกเสียงที่ถูกต้อง และยังไม่กล้าที่จะแสดงออกมากเท่าที่ควร หากได้รับการเรียนอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้เด็กสามารถเข้าใจและพูดได้ดี

...


นางสาวแองเจลิกา หัวหน้าคณะนักศึกษา เปิดเผยว่า นักศึกษาไทยและลูกครึ่งไทยต่างภูมิใจที่ได้มีโอกาสมาบำเพ็ญประโยชน์ในประเทศไทย และสัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไทยในต่างจังหวัด นอกเหนือจากบำเพ็ญประโยชน์สอนภาษาอังกฤษให้นักเรียนไทยแล้ว ส่วนนักศึกษาต่างชาติต่างประทับใจการต้อนรับและการใช้ชีวิตอยู่กับผู้ปกครองและนักเรียน วันที่อำลากันต่างกอดคอร้องไห้ตามๆ กัน พร้อมสัญญาว่าจะกลับมาประเทศไทยอีก เป็นประสบการณ์ชีวิตที่มีค่าย่ิง.