สลด! วันมงคล ต้องกลับกลายเป็นวันเศร้า พ่อถอยรถทับลูกชายวัยขวบเศษดับ วันตั้งศาลตา-ยายภายในบ้าน ชาวบ้านลือหนักเพราะอาถรรพณ์ ตั้งศาลผิดหลักโบราณ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 5 ก.พ. 58 ร.ต.อ.วัชรพล อ่อนเป็ง พงส.สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งเหตุรถทับเด็กเสียชีวิต ถูกนำตัวมาส่งที่ รพ.สมุทรปราการ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบร่าง ด.ช.บี (นามสมมติ) อายุ 1 ขวบ 4 เดือน สภาพศพกะโหลกศีรษะแตก มันสมองกระจาย โดยมีผู้เป็นแม่และญาติร้องไห้ปิ่มจะขาดใจอยู่ข้างศพ พร้อมบอกว่า คนที่ถอยรถทับคือ พ่อของหนูน้อยนั่นเอง ขณะนี้ยังยังอยู่บ้านที่เกิดเหตุ ภายใน อ.เมืองสมุทรปราการ ซึ่งอยู่ในอาการช็อก ทำใจไม่ได้ที่ต้องเสียลูกชายที่รักไป

ต่อมาเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรอยเลือดและเศษมันสมองกองอยู่กลางถนน ซึ่งเป็นทางสามแยก ใกล้กันพบรถกระบะยี่ห้อนิสสัน นาวารา สีบรอนซ์ คันเกิดเหตุ โดยล้อหลังข้างขวามีรอยเลือด จอดอยู่ ส่วนบิดาของหนูน้อย ยังคงอยู่ในอาการช็อก คุมสติไม่อยู่ และยังร้องไห้จนร่างทรุดไปกองกับพื้น พร้อมกับยกมือไหว้ เพ้อขอโทษกับเรื่องสลดใจ กับความไม่ตั้งใจของตนเอง จนต้องเสียลูกชายที่รักมากที่สุดไป เพื่อนบ้านต้องพากันมาช่วยพยุงร่างเข้าไปปลอมใจในบ้าน จนพอจะได้สติขึ้นมา

โดยพ่อของเด็ก เล่าทั้งน้ำตาถึงนาทีสลดว่า ก่อนเกิดเหตุ วันนี้ตนได้ฤกษ์งามยามดีมา จึงได้เชิญ อาจารย์ที่รู้จักกันมาทำพิธีตั้งศาลตายายในชายคาบ้านพัก ซึ่งเป็นทาวเฮ้าส์ 2 ชั้น ต่อมาหลัง ประกอบพิธีตั้งศาลเสร็จ จึงได้ช่วยกันเก็บของ เพื่อนำไปส่งอาจารย์ที่ตำหนัก ก่อนจะไปสตาร์ทเครื่องรถ ซึ่งจอดอยู่นอกบ้าน เพื่อมาเอาของโดยไม่เห็นว่าลูกชาย จะวิ่งมาอยู่หลังรถ ระหว่างที่เข้าเกียร์ถอยหลัง เหมือนชนอะไรบางอย่าง จึงรีบจอดรถลงไปดู ระหว่างนั้นภรรยาได้วิ่งตามออกมาเห็นเหตุการณ์ จึงตะโกนว่ารถทับลูกชาย ใจทั้งสองคนแทบสลาย เมื่อพบร่างลูกนอนแน่นิ่งจมกองเลือดอยู่กลางถนน ก่อนที่ภรรยาจะรีบพาลูกส่ง รพ. เพื่อยื้อชีวิต แต่ทางแพทย์แจ้งว่าลูกชายเสียชีวิตแล้ว

พ่อหนูน้อย เล่าอีกว่า ตนมีลูก 2 คน โดย ด.ช.บี ติดพ่อ ไปไหนจะชอบไปด้วย แต่วันนี้คิดว่าลูกอยู่ในบ้านกับแม่ จึงไม่ได้สังเกตว่าลูกตามหลังมา จนเป็นเหตุให้ตนถอยรถทับลูก ส่วนสาเหตุที่เลือกวันที่นำศาลตายายมาในชายคาบ้าน เนื่องจากก่อนหน้านี้ ชีวิตครอบครัวทำอะไรไม่ค่อยราบรื่น จึงไปปรึกษากับอาจารย์ที่ตำหนัก ก่อนจะแนะนำให้นำศาลมาตั้ง เพื่อความเป็นสิริมงคลกับครอบครัว ตนจึงเชื่อ และวันที่ 5 ก.พ. เป็นวันดี ที่เหมาะแก่การทำพิธีมงคล ครอบครัวจึงจัดทำพิธีตั้งศาล แต่ไม่คิดว่าวันนี้จะมาเป็นวันจบชีวิตของลูกชายด้วย

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านได้จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเฮี้ยนของศาลตายาย ที่นำมาตั้งไว้ในร่มชายคาบ้าน เนื่องจากผิดหลักโบราณที่เคยปฏิบัติกันมา จึงอาจจะเป็นอาถรรพณ์ จนทำให้เกิดเหตุสลดในครั้งนี้.