หลังจาก ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ย้อนรอยคดี ฆาตกามต่อเนื่อง หรือคนร้ายก่อเหตุข่มขืนหญิงชราต่อเนื่องกว่า 10 คดี สกู๊ปซีรีส์ ไขรหัสฆาตกาม ในตอนที่ 2 ทีมข่าวได้รับเกียรติจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียง 2 ด้าน คือ พ.ต.ท.หญิง รองโฆษก สตช. ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช และ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มาวิเคราะห์ ตั้งข้อสังเกต รวมถึงร่วมไขปริศนาพฤติกรรม แรงจูงใจอะไร ที่ทำให้คนร้ายรายนี้ล็อกเป้าที่หญิงชรา
กามวิปริต อารมณ์ทางเพศผิดธรรมชาติ
พ.ต.ท.หญิง พญ.อัญชุลี หรือ "หมอแอร์" กล่าวถึงพฤติกรรมข่มขืนหญิงชราต่อเนื่องว่า คนที่ชอบมีเพศสัมพันธ์กับผู้สูงอายุ เขาเรียกคนกลุ่มนี้ว่า "กามวิปริต" ชนิดหนึ่ง คือมีอารมณ์ทางเพศแบบผิดธรรมชาติ เช่น มีเซ็กซ์กับเด็ก ผู้สูงอายุ ศพ สัตว์ หรือ พวกที่ชอบขโมยชุดชั้นในไปสำเร็จความใคร่ แม้กระทั่งพวกที่ชอบโชว์ในที่สาธารณะ เป็นสิ่งที่มนุษย์ทั่วไปเขาไม่ทำกัน ซึ่งพฤติกรรมนี้ อาจจะก่อให้เกิดปัญหากับตนเองและสังคม
หมอแอร์ อธิบายต่อว่า หากเขามีรสนิยมชอบผู้สูงอายุ แล้วแต่งงานกัน เขาก็มีเซ็กซ์มีความสุข ก็ถือว่าเป็นปกติ เรียกว่าเป็นรสนิยมทางเพศส่วนตัว เพราะสามารถอยู่กับมันได้ ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน แต่อย่างกรณีที่เกิดขึ้นเห็นผู้สูงอายุ แทนที่จะเคารพ แต่กลับรู้สึกหื่น แบบนี้ก็ถือว่าผิดธรรมชาติ
...
เจาะลึก กว่าจะมาเป็น คนร้ายก่ออาชญากรรมต่อเนื่อง
พญ.คุณหญิง พรทิพย์ อธิบาย คนร้ายก่อคดีอาชญากรรมต่อเนื่องว่า ฆาตกรต่อเนื่อง หรือก่ออาชญากรรมต่อเนื่อง คือ การก่อคดีอาชญากรรมจากการกระทำของคนๆ หนึ่ง หรือกลุ่มหนึ่ง หลายๆ หน เมื่อดูรายละเอียดลึกลงไป เราจะรู้ว่าสิ่งที่แตกต่างจากคดีอาชญากรรมทั่วไปคือ "แรงบันดาลใจ" คดีอาชญากรรมทั่วไป มักจะมีแรงบันดาลใจมาจากความโกรธ ความเกลียด ความรัก หรืออารมณ์ชั่ววูบ แต่คดีต่อเนื่องมักจะมีแรงบันดาลใจ ทั้งแบบบวก และลบ ยกตัวอย่างคดีข่มขืนหญิงชรา คนบางคนอาจฝังใจกับการมีเพศสัมพันธ์กับผู้สูงอายุ แบบนี้เขาเรียกว่าเป็นแรงบันดาลใจทางบวก ส่วนแรงบันดาลใจทางลบ คือ เกลียด แค้น ผู้สูงอายุ เราจะเห็นได้จากคดีคนร้ายรายหนึ่งที่ฆ่าสาวบริการ (คดีนายสมคิด พุ่มพวง ก่อเหตุฆ่าสาวบริการ 5 ศพ) ส่วนแบบที่ 3 คือกลุ่มคนที่มีวิธีคิดไม่เหมือนคนปกติ และ 4 จิตอาจจะเป็นโรคประสาท โรคจิต กลุ่มที่เป็นโรคจิต นี่หนักที่สุด เพราะเขาจะเกิดอาการประสาทหลอน หรือหลงผิด ยกตัวอย่างเช่น ได้ยินเสียงคนบอกให้ทำนู่นทำนี่
หมอพรทิพย์ อธิบายต่อว่า เมื่ออาชญากรรมต่อเนื่องมีการแบ่งออกเป็น 4 แบบ กว่าเราจะรู้ว่าเป็นคดีแบบไหนก็ต่อเมื่อเราวิเคราะห์พฤติกรรมคดี ว่ามีอะไรที่ซ้ำๆ แต่คดีต่อเนื่องส่วนใหญ่มักจะมีคนร้ายคนเดียว ดังนั้น สถานที่ก่อเหตุก็จะไม่กระโดดไปไกลมาก นี่คือภาพกว้างในการแกะรอย เมื่อลึกในรายละเอียด ยกตัวอย่างเช่น สมมติว่าเวลาร่วมเพศเขาใช้เวลาสั้นมาก และ ทำร้ายร่างกาย ซึ่งนี่ก็เป็นเอกลักษณ์ประจำของเขา จึงเป็นที่มาของแนวคิดที่ว่า คนพวกนี้อาจจะไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตคู่ เพราะมีเพศสัมพันธ์ได้แป๊บเดียว
สิ่งกระตุ้น กามวิปริต
ในเรื่องนี้ หมอแอร์ ก็ให้ความเห็นคล้ายกัน คือ แรงกระตุ้นของการก่อเหตุ ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า อาจจะเกิดจากการพัฒนาการทางเพศที่ผิดปกติ หรือมีประสบการณ์ทางเพศที่ไม่ดีในวัยเด็ก อาจจะส่งผลต่อปัจจุบันก็ได้ คนที่เป็นโรคกามวิปริต ลึกๆ จะเป็นคนที่ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง สิ่งกระตุ้นทางธรรมชาติไม่ก่อให้เกิดความสุขได้ จึงไปเลือกสิ่งกระตุ้นอื่นๆ ที่ผิดธรรมชาติ เมื่อได้มีเซ็กซ์กับเด็กหรือคนชรา ที่ไม่สามารถต่อสู้ได้ ก็จะทำให้ตัวเองรู้สึกว่ามีอำนาจ เมื่อได้ลองแล้ว ก็จะรู้สึกคล้ายการเสพติด เพราะทำแล้วสำเร็จ รู้สึกเหมือนได้รางวัล เมื่อมาเห็นผู้สูงอายุก็จะเกิดอารมณ์ไปเรื่อยๆ
...
กามวิปริต ไม่ใช่โรคจิต รักษาได้
ผู้เชี่ยวชาญด้านจิต กล่าวต่อว่า กามวิปริต เวลาทำจะรู้ตัว ไม่ได้เป็นบ้า กลุ่มกามวิปริตอย่างเดียว ไม่ถือเป็นโรคจิต ไม่ใช่จิตฟั่นเฟือน หรือวิกลจริต ดังนั้น หากทำผิดก็สามารถเอาผิดได้ ส่วนรายนี้ยังไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรกันแน่ ต้องจับตัวให้ได้แล้วเอามาตรวจว่าเป็นกามวิปริตหรือไม่ บ้าหรือไม่
"คนเป็นกามวิปริต มีหลายปัจจัยที่ทำให้เป็น ทั้งถูกคนสูงอายุล่วงละเมิดทางเพศ โตมาก็เหมือนกับต้องการล้างแค้น หรือบางคนอาจจะตรงกันข้าม ที่ได้ความรักจากผู้สูงอายุ แต่ไม่เคยได้จากคนอื่นเลย ก็เลยเห็นผู้สูงอายุแล้วเกิดความรัก ก็เป็นได้เหมือนกัน แต่อย่างที่บอกว่ายังวิเคราะห์หาสาเหตุไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่กามวิปริต ที่พบมาก จะชอบมีเซ็กซ์กับเด็ก แต่สำหรับผู้สูงอายุจะพบน้อย"
หมอแอร์ กล่าวต่อว่า คนป่วยกามวิปริต สามารถรักษาให้หายได้ โดยมาปรึกษาแพทย์ได้ ส่วนวิธีการรักษาก็มีหลายแบบ โดยอาจจะเริ่มต้นพูดคุยหาสาเหตุก่อน มีการทำจิตบำบัด หรือบางคนมีเซ็กซ์มากผิดปกติ อาจจะมีการให้ยาควบคู่ไปด้วยก็ได้ เพราะบางคนมีโรคซึมเศร้าผสมก็ต้องให้ยา บางคนมีปมในใจก็ต้องมีการพูดคุย
...
อาชญากรรมต่อเนื่อง จะทิ้งเอกลักษณ์
ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ให้ความรู้เรื่องการก่ออาชญากรรมต่อเนื่องอีกว่า คนที่ก่อเหตุลักษณะนี้ ส่วนใหญ่จะทิ้งเอกลักษณ์เอาไว้ เพราะคดีพวกนี้จะมีการวางแผน ต้องการสำเร็จ เพื่อให้คนตามไม่ได้ การที่จะให้คนตามไม่ได้ก็มี 2 แบบ คือ การไม่ทิ้งร่องรอย และการทำร่องรอยอำพราง ยกตัวอย่างคดีฆ่าข่มขืนเด็กต่อเนื่องคดีหนึ่งในสมัยก่อน ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุฉลาดมาก เขาทำการชะล้างศพเด็ก จากนั้นก็เอาโลชั่นชโลม แต่ที่เขาพลาด เพราะเขาล้างมือ เช็ดมือด้วยผ้าขนหนูทำให้สามารถตรวจพบดีเอ็นเอ ส่วนอีกแบบ คือการทำหลักฐานเท็จ เช่น ฆ่าเขาตาย แต่ทำให้เหมือนเขาฆ่าตัวตาย เป็นต้น
วิเคราะห์ความฉลาด คาดการณ์ IQ ฆาตกาม
รองโฆษก สตช. กล่าวว่า คนที่สามารถวางแผนก่อเหตุต่างๆ คาดว่าน่าจะมีไอคิวเฉลี่ยในเกณฑ์ปกติ
ด้าน หมอพรทิพย์ กล่าวว่า ในความรู้ทางนิติเวช เรียกสาขานี้ว่า นิติจิตเวช โดยจะนำความรู้ด้านนี้มาใช้ตรวจสอบ แต่ถ้าเอามาใช้เชิงวิเคราะห์ จะกลายเป็นวิชาพฤติกรรมศาสตร์ โดยจะเอามาใช้ดูคดีว่าเหตุใด คนร้ายถึงเลือกเหยื่อรายนี้ มีการเปรียบเทียบ ซึ่งคนที่มีความรู้ด้านนี้ จะสามารถวิเคราะห์ได้
...
ส่องปัญหา ทำไมเหตุเกิดหลายปีเพิ่งรู้
พญ.คุณหญิง พรทิพย์ กล่าวว่า คดีข่มขืนต่อเนื่อง เกิดตั้งแต่ปี 2553 ไม่มีใครพูดถึงเลย แสดงว่าเราขาดระบบฐานข้อมูลกลาง ที่ผ่านมา ทางพนักงานสอบสวนเคยถามเรา (สำนักนิติวิทยาศาสตร์) ว่า เคยเก็บข้อมูลผู้ต้องสงสัยในพื้นที่นี้บ้างหรือไม่ ประเด็นคือ เราไม่เคยได้รับการร้องขอจากตำรวจ คำตอบคือ ไม่มี แต่กลับกันคือ เขาควรจะส่งวัตถุพยานมาให้เรา หรือข้อมูลมาให้เรา ดังนั้น คือว่าฐานข้อมูลกลาง มันจึงกว้างมาก ด้วยเหตุนี้ จึงต้องมีการบูรณาการเรื่องฐานข้อมูล
"หลักฐานด้านนิติวิทยาศาสตร์ ยิ่งนาน ยิ่งเสื่อม อุณหภูมิ สิ่งแวดล้อม ทุกอย่างมีผลกระทบหมด ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ว่าเก็บหรือไม่เก็บ หากเก็บถูกต้องหรือไม่ จะเห็นได้ว่าในต่างประเทศ ก่อนจะมีเทคโนโลยีเรื่องดีเอ็นเอ พยาน หลักฐาน เขาเก็บไว้ดีมาก แต่เมื่อสามารถใช้ดีเอ็นเอตรวจสอบได้ 10 ปีให้หลัง ก็สามารถกลับมาตรวจสอบได้"
ไขรหัสรอยเท้า วิเคราะห์ส่วนสูง น้ำหนักฆาตกร
หมอพรทิพย์ ให้ความรู้เรื่องการวิเคราะห์จากรอยเท้าที่เก็บได้ว่า หลักฐานทุกชนิด จะให้ข้อมูลมากบ้างน้อยบ้าง ความน่าเชื่อถือ ก็มากบ้างน้อยบ้าง ส่วนรอยเท้า เป็นหนึ่งในหลักฐานนิติเวชศาสตร์ เป็นลักษณะรอยกด ความแม่นยำ ขึ้นอยู่กับรอยกดว่ามีกี่จุด จากนั้นจะมาวิเคราะห์ได้ แต่สำหรับประเทศไทย ไม่มีผู้เชี่ยวชาญ และที่สำคัญคือเราไม่มีฐานข้อมูล การไม่มีฐานข้อมูล ทำให้โอกาสวิเคราะห์ถูกไม่มาก การเห็นรอยรองเท้าแล้วรู้ว่าเป็นรองเท้ายี่ห้อใด เป็นการวิเคราะห์จากประสบการณ์ส่วนตัว แต่ถ้าจะให้แม่นยำมากขึ้นต้องมีฐานข้อมูล เพื่อนำมาเปรียบเทียบกัน ไม่ใช่มาคิดเอาเอง
"ส่วนเรื่องรอยเท้าแล้วคิดค่าเฉลี่ยส่วนสูง ข้อมูลตรงนี้ก็มีความแตกต่าง เนื่องจากคนรุ่นเก่า กับคนรุ่นใหม่ เท้าใหญ่เล็กไม่เท่ากัน จะรู้ได้อย่างไรว่า รอยเท้าเล็กนี้เป็นคนรุ่นใหม่ อายุน้อย หรือคนรุ่นเก่า อายุมาก ซึ่งความไม่แม่นยำยังมีอยู่เยอะ"
กามวิปริต เป็นภัยสังคม
คุณหมอจิตเวชชื่อดัง ให้ความเห็นต่อว่า กามวิปริต นับเป็นภัยสังคม จากสถิติต่างประเทศพบว่า คนที่เป็นกามวิปริต หากไม่ได้รับการรักษา ก็จะพัฒนาไปสู่การข่มขืน เริ่มแรกอาจจะชอบโชว์ แต่ถ้าหากป้ายรถเมล์ป้ายนั้นเปลี่ยว ไม่มีใครผ่านมา ก็อาจจะลงมือข่มขืน เพราะว่าอารมณ์เกิดขึ้นมาแล้ว อะไรก็หยุดยาก
ประสบการณ์เคยเข้ารักษาให้กับหลายคน เช่น คนที่ชอบขโมยชุดชั้นใน หรือ มีเซ็กซ์กับเด็ก เมื่อถามว่า เวลาเริ่มคุยกับเขารู้สึกอันตรายหรือไม่ หมอแอร์ กล่าวว่า หมอแอร์ได้ไปสัมภาษณ์นักโทษ เพื่อทำคลิปเตือนภัยให้กับผู้หญิง ถามว่าอันตรายหรือไม่ คิดว่าถ้าอยู่กับเขาลำพังคิดว่าโดนแน่ๆเพราะสัมภาษณ์สัมผัสได้ถึงความหื่น อยู่ในเรือนจำอาจจะไม่ได้เห็นผู้หญิงสวยมานานแล้ว (หัวเราะ) คิดว่าถ้าเขามีโอกาสก็คงโดน
คลิปสัมภาษณ์ผู้ต้องหา
"ดังนั้น ถ้าเราไม่เปิดโอกาสก็จะไม่เกิด อย่างไรก็ดี หมอเองก็ค่อนข้างระมัดระวัง อย่างในห้องตรวจ ก็มีประตู (ด้านหลัง) ไว้หนี ถ้าเป็นนักโทษก็จะมีตำรวจควบคุมตัว แต่ถ้าเป็นคนป่วยก็คุยกันปกติ แต่ก็จะมีพยาบาลเดินไปมา เขาคงไม่ปล้ำหมอกลางโรงพยาบาล"
หมอแอร์ เล่าต่อว่า จากการพูดคุยกับนักโทษ เราพบว่าคนที่ก่อเหตุข่มขืน บางคนเขายอมรับว่าไม่ได้ก่อเหตุคดีเดียว นอกจากนี้ ยังมีกรณีอื่นอีก เช่น พาเพื่อนมารุมโทรมแฟนตัวเองก็มี แล้วทำกันเหมือนเป็นเรื่องปกติ ทำกับผู้หญิงหลายคน แต่ไม่ได้แจ้งความดำเนินคดี ดังนั้น อยากให้ผู้หญิงระมัดระวังแม้กระทั่งแฟนตัวเองด้วย
"บางคนเล่าประสบการณ์ว่า เจอแฟนเพื่อน แล้วพูดว่า "แฟนมึงขอได้ป่ะ" อะไรแบบเนี้ย...เห็นผู้หญิงเป็นสินค้า เป็นเสื้อผ้าหรือไง ที่ยืมกันใส่" หมอแอร์ กล่าวเตือนหญิง
เชื่อมีฆาตกรต่อเนื่องลอยนวล
เมื่อถามว่า ในประเทศไทยมีคดีต่อเนื่องและไม่สามารถจับกุมคนร้ายหรือไม่ หมอพรทิพย์ กล่าวว่า ต้องมีแน่นอน เพราะคดีที่เราไม่รู้ตัวผู้กระทำความผิดมีเยอะมาก ดังนั้น เราจึงไม่รู้ว่ามีคดีต่อเนื่องหรือไม่ เพราะเราไม่ได้เก็บหลักฐานโดยสมบูรณ์ เมื่อหลักฐานไม่เพียงพอทำให้เราไม่รู้ว่ามันมีการก่อคดีต่อเนื่องมากน้อยแค่ไหน เราไม่เคยประเมินว่าคดีที่ไม่สามารถพิสูจน์ทราบผู้กระทำความผิดมีมากเท่าไหร่ แล้วก็เป็นคดีแบบใดบ้าง
"เราไม่เคยเข้าไปสำรวจว่าฟ้องไม่ได้ เพราะอะไร แต่ฟ้องไม่ได้ก็จบ ไม่เคยติดตาม เพราะหน่วยงานที่รับผิดชอบ เขาคงไม่อยากให้ออกมาบอกว่าเขาทำอะไรผิด อันนี้หมอขอพูดตรงๆ เรื่องแบบนี้มันต้องกล้า เพราะระยะหลังอาชญากรรมมันรุนแรงขึ้น แสดงให้เห็นจิตใจแรงขึ้น อาชญากรรมปกติก็แรงขึ้น เช่น นักเรียนยังไล่ยิงกัน ค้าบริการ ล่วงละเมิดทางเพศในครอบครัว นี่คือภาพสะท้อนสภาพจิตใจคนแย่ลงเยอะ" พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าว
เตือนตรวจผู้ต้องสงสัยแบบเหวี่ยงแห ไม่ใช่หลักการที่ถูก
ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ตั้งข้อสังเกตว่า มีการตรวจ DNA ลักษณะเหวี่ยงแหหรือไม่ ในเรื่องนี้ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวต่อว่า การใช้หลักการ พยานเห็นแล้วนำมาตรวจดีเอ็นเอ ถ้าตรวจแล้วตรงกันก็เชื่อถือได้ แต่ที่ผ่านมา ทำไมเราไม่มีการตรวจที่สมบูรณ์ หรือรวบรวมบุคคลที่ต้องสงสัย การเหวี่ยงแหตรวจ ไม่ใช่หลักการที่ถูกต้อง จริงๆ แล้วปัจจุบันไม่มีกฎหมายบังคับต้องให้ตรวจ ทางเจ้าหน้าที่มีการอธิบายสิทธิหรือยัง เพราะเจ้าตัวมีสิทธิไม่ตรวจก็ได้
หมอแอร์ แนะ วิธีเอาตัวรอดข่มขืน
หมอแอร์ กล่าวว่า ดีที่สุด คือการป้องกันไม่ให้เกิด อย่าพาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์เสี่ยง บางทีอยู่บ้านคนเดียวก็ต้องปิดให้เรียบร้อย อย่าประมาท เนื่องจากคนในปัจจุบันจิตวิปริตเยอะ อีกอย่างก็ต้องป้องกันโจรขึ้นบ้านด้วย ถ้าบ้านมีระบบป้องกัน กันขโมยที่ดี ก็ควรมีติดไว้ ถ้าเป็นชุมชน ก็ควรดูแลเอาใจใส่กันมากขึ้น
หมอพรทิพย์แนะรัฐบาลเร่งทำระบบฐานข้อมูลกลาง
หมอพรทิพย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า นโยบายรัฐบาลชุดนี้ค่อนข้างชัด คือ ให้ปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงาน ประเด็นปัญหาในเรื่องนี้ คือ ระบบฐานข้อมูลกลาง คดีนี้ต้องเชื่อมโยงกับแพทย์ ตำรวจ หลักฐาน ข้อมูล จะทำยังไงให้บูรณาการกันได้ ถ้าเราปล่อยเวลาให้มีคดีที่เราไม่รู้ตัวผู้กระทำความผิดมากเท่าไหร่ มันก็คือตัวชี้วัดความล้มเหลวของกระบวนการยุติธรรม แต่ทั้งหมดทั้งปวง มันไม่ใช่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง คดีที่ฟ้องไม่ได้ คดีที่ยกฟ้อง หรือลงโทษน้อย มันก็คือความล้มเหลว ทั้งหมดนี้ไม่ได้ตำหนิองค์กร แต่เรามองภาพใหญ่ เพราะกระบวนการยุติธรรมที่ดี จะทำให้ประชาชนยอมรับกติกาสังคมและอยู่ร่วมกันโดยไม่ละเมิดคนอื่น นี่คือมุมของหมอ
ทั้งหมดคือข้อเท็จจริงของ "กามวิปริต" และการไขรหัสความคิดของคนร้ายที่ก่อคดี "อาชญากรรมต่อเนื่อง" สิ่งที่ดีที่สุดคือการรู้เท่าทัน เพื่อใช้ในการป้องกันตัวเองให้รอดพ้นเงื้อมมือภัยร้ายที่แฝงอยู่ในสังคม