ตร.วังน้ำเขียว เร่งหาตัวคนก่อเหตุยิงสุนัขในอุทยานแห่งชาติทับลาน ขณะที่ หน.อุทยานฯ สั่งย้าย หน.หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ แล้ว ประกาศลั่น ไม่เกิน 2 วัน ต้องรู้ตัวมือยิงอย่างแน่นอน
จากกรณีเจ้าของเฟซบุ๊กชื่อรายหนึ่ง ได้มีการแชร์ภาพชายแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ยิงสุนัขสีดำตาย และภาพกลุ่มชายดังกล่าวเก็บซากศพสุนัข หลังสุนัขชอบคุ้ยขยะจนสร้างความรำคาญ ต่อหน้านักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักผ่อนกางเต็นท์ บริเวณผาเก็บตะวัน ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จนทำให้ชาวเน็ตวิจารณ์ว่าทำเกินกว่าเหตุ
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 ม.ค. พ.ต.อ.กิตติ กองแสงศรี ผกก.สภ.วังน้ำเขียว ได้เชิญตัวนายเอ(นามสมมุต) ซึ่งเป็นเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว ผู้โพสต์ภาพข่าวดังกล่าวจนเป็นกระแสดังตามข่าว โดยมีนายวิโรจน์ โรจนจินดา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน ได้เข้ามารับทราบข้อมูลและรับการบอกเล่า ถึงวันและเวลาเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น
นายวิโรจน์ เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุแล้วทางอุทยานไม่ได้นิ่งนอนใจได้มีคำสั่งย้าย หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติทับลาน ที่ 11 (ไทยสามัคคี) โดยด่วน ซึ่งในขณะนี้ทางอุทยานยังไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำความผิดแต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเร่งสืบหาข้อมูลโดยด่วนเนื่องจากว่าข่าวดังกล่าว ประชาชนและโลกออนไลน์ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพื่อนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี และคาดว่าเกิน 1-2 วัน คงได้ตัวผู้ก่อเหตุรายนี้อย่างแน่นอน
นอกจากนี้ ยังมีการสอบถามนักท่องเที่ยวที่เห็นเหตุการณ์ แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นใคร แต่ได้มีการแจ้งความไว้แล้ว ถึงเหตุการณ์ที่ว่ามีการยิงสุนัขจริง และพบร่องรอยถูกยิงเข้าที่ลำตัวสุนัข 1 นัด ก่อนที่สุนัขจะวิ่งหนีไปตาย หน้าเต็นท์นักท่องเที่ยว สร้างความตกใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยปกติแล้วหากนักท่องเที่ยวนำสัตว์เลี้ยงหรือพกพาอาวุธปืนเข้ามาอุทยาน ถือว่ามีความผิด พ.ร.บ. ซึ่งมีโทษทั้งจำทั้งปรับ เช่นเดียวกัน ถ้าเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ทำผิด ต้องมีโทษทั้งทางวินัยและอาญาเช่นเดียวกัน
...
พ.ต.อ.กิตติ เผยว่า หลังจากเกิดเหตุ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อชี้จุดในที่เกิดเหตุ และตรวจสอบดูร่องรอยเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม พร้อมทั้งได้ขอความร่วมมือนายวิโรจน์ หัวหน้าอุทยานฯ อำนวยความสะดวกในการหาหลักฐานในครั้งนี้ เบื้องต้นยังไม่พบหลักฐานอะไรมาก ส่วนซากสุนัขที่ตายจะนำไปตรวจสอบและเก็บภาพไว้เป็นหลักฐานอีกครั้ง อย่างไรก็ตามต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ตามข้อมูลหลักฐานที่ได้มา
ด้านนายเอ กล่าวถึงเหตุการณ์ในครั้งนี้ว่า เมื่อเช้าของวันที่ 22 ม.ค. ตนและเพื่อนๆ จำนวน 10 คน เดินทางมาท่องเที่ยวและพักผ่อนที่ผาเก็บตะวัน จนกระทั่งเวลา 10.30 น. ได้ยินเสียงคล้ายปืนดังขึ้น 1 นัด และพบสุนัขสีดำ วิ่งมาตายที่หน้าเต็นท์นักท่องเที่ยว หลังจากนั้นก็มีชายจำนวน 4-5 คน แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ขับรถกระบะของอุทยานฯ มาเก็บซากสุนัขตัวสีดำไป จนทำให้ตนเข้าไปขอพบหัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ แต่ก็ได้คำตอบกลับมาอย่างไม่น่าพอใจ ว่าทางอุทยานฯ มีนโยบายหรือดุลพินิจในการจัดการกับสัตว์เลี้ยงที่เข้ามาทำความวุ่นวายกับนักท่องเที่ยว จึงทำให้ตนเองรู้สึกไม่ดี และแจ้งกลับไปว่าจะนำภาพเหล่านี้แชร์ในโลกออนไลน์ ซึ่งทางหัวหน้าหน่วยอุทยานฯ มีการท้าทายว่าให้นำไปโพสต์ตามใจชอบ จนทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่าโหดร้ายเกินไป
ขณะเดียวกัน นางสาวสุริณี ธนสมบัติสกุล ตัวแทนมูลนิธิเดอะวอยซ์ (เสียงจากเรา) เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจาก น.ส.ชลลดา หรือเก๋ เมฆราตรี ประธานกลุ่มฯ ให้เข้ามาช่วยดูแลเรื่องคดีและสำนวนดังกล่าว และติดตามความคืบหน้าในเรื่องนี้ พร้อมทั้งต่อสู้คดีถึงที่สุด เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าว สร้างความเศร้าสลดและสะเทือนใจต่อประชาชนเป็นอย่างมาก พร้อมวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวคนก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว.