แม่น้ำโขงลด เกาะทรายโผล่ เรือสินค้าไทย ชนโขดหินขาด 2 ท่อน จมแม่น้ำโขงทั้งสินค้าและเรือ เสียหายกว่า 40 ล้าน ปัญหาน้ำลดส่งผลให้เรือขนถ่ายสินค้าหลายลำต้องจอดเทียบท่า รอประเทศจีนระบายน้ำ วอนผู้เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขด่วน

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 22 ม.ค. 58 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ระดับน้ำในแม่น้ำโขง ของศูนย์สำรวจอุทกวิทยาเชียงแสน ที่จุดวัดสามแยกหน้าสถานีตำรวจภูธรเชียงแสน มีระดับน้ำลดลง วัดได้ 2.59 เมตร ทำให้เกิดเนินทรายขึ้นกลางแม่น้ำโขง หน้าท่าเรือเชียงแสน 1 และหน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสน ส่งผลกระทบต่อการเดินเรือสินค้าในแม่น้ำโขง ซึ่งหากระดับน้ำลดอยู่ที่ 2.00 เมตร เรือบรรทุกสินค้าจะไม่สามารถเดินเรือได้เลย

นายทรงกลด ดวงหาคลัง ผอ.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาเชียงราย กล่าวว่า ระดับน้ำได้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งขณะนี้กำลังตรวจสอบข้อมูลถึงสาเหตุ และระดับน้ำที่ปล่อยลงมาจากประเทศจีน ผ่านทางคณะกรรมการประสานการดำเนินการตามความตกลงว่าด้วยการเดินเรือพาณิชย์ ในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นทางการ และทางสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 1 สาขาเชียงราย ได้ติดตามดูเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

นายทรงกลด เผยอีกว่า หากประเทศจีนยังลดการระบายน้ำลงจากปลายเดือน ธ.ค. จาก 1,200 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือวันละ 900 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะทำให้ระดับน้ำโขงลดลงมาก ส่งผลให้เรือบรรทุกสินค้าที่จะแล่นไปขนถ่ายสินค้าที่ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน 2 ที่ ต.บ้านแซว ซึ่งอยู่ห่างตัวอำเภอไปกว่า 10 กิโลเมตร ไม่สามารถขนถ่ายสินค้าได้ ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นทุกปี ในช่วงเดือน ม.ค. - พ.ค. ทางเจ้าท่าพยายามแก้ไขในเรื่องร่องน้ำ เกาะทรายโผล่ในแม่น้ำโขง ซึ่งในปีนี้ทางกรมเจ้าท่าได้รับงบประมาณ 36 ล้าน เพื่อใช้ในการขุดลอกในบริเวณหน้าท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน 2 ในร่องแม่น้ำโขงและปากแม่น้ำกก ให้กว้าง และลึก เพื่อให้เรือสามารถแล่นผ่านได้สะดวก

ขณะเดียวกัน นายทอง ผาจอง ผู้ดูแลเรือบรรทุกสินค้าประเทศจีนในแม่น้ำโขง ซึ่งมีเรือในการดูแลกว่า 20 ลำ กล่าวว่า วันนี้ประเทศจีนได้ระบายน้ำลงมา 900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลกระทบกับการเดินเรือสินค้าอย่างมาก จากเดิมระบายน้ำอยู่ระหว่าง 1,200–1,500 ลูกบาศก์เมตร ทำให้เรือต้องบรรทุกสินค้าในปริมาณที่น้อยลง จากที่เคยบรรทุกน้ำหนัก 300 ตันต่อลำ ต้องลดน้ำหนักการบรรทุกเหลือเพียง 200 ตันต่อลำ เรือถึงจะผ่านไปได้

นายทอง ยังบอกอีกว่า ปัญหาที่ตามมาคือ ค่าใช้จ่ายบรรทุกทางเรือเพิ่มขึ้น และเมื่อวันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา เรือฟู่เซิ่ง 3 ซึ่งบรรทุกชิ้นส่วนไก่จากประเทศไทยไปประเทศจีน ต้องประสบเหตุชนโขดหินจนเรือขาดสองท่อน จมแม่น้ำโขง สินค้า และเรือเสียหายทั้งหมด มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท ทั้งนี้ อาจเนื่องมาจากระดับน้ำที่ลดลงจนโขดหินโผล่ ขณะที่เรือต้องบรรทุกสินค้าในปริมาณน้ำหนักเท่าเดิม ทำให้เรือไม่สามารถผ่านร่องน้ำขึ้นไปได้ ปัจจุบันนี้เรือสินค้าของประเทศจีนได้ต่อเรือช่วงยาวเพิ่มขึ้น เพื่อจะบรรทุกสินค้าได้มากขึ้น ตนจึงอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ เข้ามาช่วยดูแลแก้ไขปัญหาระดับน้ำในแม่น้ำโขงอย่างจริงจัง ไม่เช่นนั้นเรือสินค้าก็จะไม่สามารถเดินเรือได้ เรือต้องจอดเพื่อรอน้ำทางประเทศจีนปล่อยลงมา ซึ่งปัญหาดังกล่าวจะเกิดแบบนี้ทุกปี.