จันทบุรี ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติช้างป่า ที่ อ.แก่งหางแมว หลังตกมันทำร้ายคนและบุกรุกทำลายพืชผลการเกษตร เบื้องต้นตั้งกองทุนเยียวยา 1 ล้านบาท สั่งงดออกจากบ้านยามวิกาล ห้ามจุดประทัดไล่ช้าง

วันที่ 16 ม.ค. จากสถานการณ์โขลงช้างป่าเขาอ่างฤาไนกว่า 100 ตัว ได้ย้อนกลับเข้ามาหากินในพื้นที่ของชาวบ้าน จ.จันทบุรี จนคนงานรับจ้างกรีดยางพาราได้รับบาดเจ็บเพราะถูกช้างทำร้ายนั้น นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี มีคำสั่งให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัด ออกประกาศให้พื้นที่ ต.พวา อ.แก่งหางแมว เป็นพื้นที่ภัยพิบัติช้างป่า เร่งให้การช่วยเหลือเยียวยาประชาชน พร้อมตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบเบื้องต้น 1 ล้านบาท

นายสามารถ กล่าวว่า ทางจังหวัดได้นำเงินทดรองราชการออกช่วยเหลือชาวบ้าน พร้อมกันนั้น ได้รับบริจาคเงินจากกองทุนพุทธอุทยานเขาคิชฌกูฏ เป็นเงิน 1 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังเปิดรับบริจาคจากประชาชนทั่วไป โดยสามารถบริจาคได้ที่ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.จันทบุรี หรือ ที่ว่าการ อ.แก่งหางแมว เพื่อนำเงินไปช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่า ทั้งร่ายกายและทรัพย์สินที่เสียหายจนไม่สามารถทำกินได้ พร้อมทั้งเตรียมจัดทำโป่งเกลือให้เพิ่มมากขึ้นในอนาคต

"ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัย ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ร่วมกับทหารจากกองร้อยรักษาความสงบที่ 8 กองทัพเรือ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จัดเวรยามออกตระเวนรักษาความปลอดภัยให้แก่ชาวบ้าน โดยเฉพาะพื้นที่ ม.1 ม.8 และม. 9 ใน ต.พวา เป็นกรณีพิเศษ และมอบให้ผู้นำชุมชนทำการประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านในพื้นที่ ตลอดจนพื้นที่ใกล้เคียง ให้ระมัดระวังในการขับรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ถ้าเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงใช้เส้นทางอื่น ในส่วนของชาวบ้านว่าหากพบเห็นช้างป่า ขอความกรุณาอย่าทำร้ายช้างโดยเด็ดขาดโดยเฉพาะการยิงปืน หรือจุดประทัดส่งเสียงดัง หรืออันใดที่ทำให้เกิดเสียงดังก็ตาม เพราะอาจจะทำให้ช้างแตกตื่นตกใจ ซึ่งจะเกิดความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน ช่วงเวลากลางคืนหากไม่มีความจำเป็นควรพักอาศัยอยู่ในบ้าน หรือหากพบเห็นช้างป่า ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ป่าไม้หรือผู้นำชุมชนในหมู่บ้านให้ทราบทันที เพื่อที่จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าให้การช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

ด้าน นายถวัลย์ เจริญศรี อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 200 ม.1 ต.พวา อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี กล่าวว่า ช่วงคืนที่ผ่านมา เมื่อช่วงคืนที่ผ่านมาโขลงช้างป่าไม่ต่ำกว่า 70-80 ตัว ได้บุกเข้าหากินทำลายพืชไร่สับปะรดและมันสำปะหลัง โดยเข้ามากินหน่อ และลูกสับปะรด ตลอดจนถอนต้นมันสำปะหลังที่กำลังใกล้เก็บเกี่ยว จนได้รับความเสียหายทั้งแปลงบนเนื้อที่กว่า 60 ไร่ คิดเป็นมูลค่ากว่า 100,000 บาท จึงอยากฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาดูแล หาทางเยียวยาช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนโดยเร็ว