‘ดาว์พงษ์’วางแนวทาง เริ่มแล้วทวงคืนผืนป่า

รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯลั่นไม่ย้ายช้างเขาใหญ่ ออกนอกพื้นที่ ทั้งไม่ทำรั้วไฟฟ้ากั้น ชี้ให้เอาพฤติกรรมช้างมาปรับคน อุทยานฯเขาใหญ่ เตรียมแบนไกด์ทัวร์ที่ไม่ฟังคำสั่งเจ้าหน้าที่หลังทำข้อตกลง สัตวแพทย์กรมอุทยานฯระบุ เป็นไปไม่ได้ช้างติดสัดหน้ามืดเห็นรถยนต์เป็นตัวเมีย ชี้ผสมพันธุ์ต้องมีฮอร์โมนฟีโรโมนประกอบ

ปัญหา “ช้างนักเลง” เขาใหญ่ที่ออกมาไล่กระทืบรถนักท่องเที่ยวหลายรายนับตั้งแต่ช่วงปีใหม่ กรมอุทยานฯจะไม่ย้ายออกนอกพื้นที่ แต่ปรับหาวิธีการใหม่ ให้เหมาะสม ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ที่กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดงานวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ 2558 ถึงปัญหาช้างป่าเขาใหญ่ ว่าไม่ต้องตกใจ จะไม่มีการทำร้ายช้างอย่างแน่นอน ขณะนี้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา จะไม่มีการย้ายช้างออกจากพื้นที่หรือเส้นทางที่ช้างใช้เดินสัญจรตามปกติ ไม่มีการทำรั้วไฟฟ้า ตามที่หลายฝ่ายพูดถึงและหยิบยกมาเป็นแนวทางแก้ปัญหา การติดตั้งกล้องวงจรปิดก็ติดปัญหาว่า เส้นทางดังกล่าวไม่มีไฟฟ้าหรือสัญญาณดาวเทียมและช้างอาจทำลายกล้องทิ้งเหมือนที่ทำลายป้ายเตือนช้างป่าที่อุทยานฯ นำไปติดไว้ตามริมทางที่ถูกช้างรื้อทิ้งอยู่เสมอก็ได้

รมว.ทรัพยากรกล่าวอีกว่า ส่วนการปิดถนนก็เป็นเรื่องใหญ่ จะปิดในช่วงเวลาใดต้องหารือร่วมกันกับทุกฝ่าย ขณะที่ในเรื่องการจำกัดปริมาณรถที่ขึ้นไปบนเขาใหญ่ก็ต้องหารือดูก่อนเช่นกัน เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่เหมาะสม ทั้งนี้ ต้องแก้ปัญหาตามปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น แก้ปัญหาโดยไปดูพฤติกรรมช้าง และเอาพฤติกรรมของช้างมาปรับพฤติกรรมคนเพื่อให้อยู่ร่วมกันได้ เมื่อถามถึงกรณีไกด์นำเที่ยวอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ช้างป่ามีพฤติกรรมก้าวร้าว เนื่องจากพานักท่องเที่ยวประกบถ่ายรูปช้างนั้น พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวว่า ก็ต้องไปตรวจสอบดูข้อมูล เป็นประเด็นที่ต้องติดตามตรวจสอบและทำความเข้าใจกับไกด์เหล่านั้นให้ได้

...

ด้านบรรยากาศที่อุทยานฯเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ยังมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมธรรมชาติอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน เนื่องจากอากาศค่อนข้างหนาวเย็นและต้องการมาดูช้างตามที่เป็นข่าว โดยบริเวณเส้นทางด่านเนินหอม จ.ปราจีนบุรี บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 20 และฝั่งปากช่อง จ.นครราชสีมาบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 30 ที่มักจะเจอช้างป่าออกมาถนนจำนวนมาก มีเจ้าหน้าที่อุทยานฯมาเฝ้าระวังตลอดเวลา

นายอำนวย อินทรักษ์ ผู้ช่วยหน้าอุทยานฯเขาใหญ่ กล่าวถึงมาตรการป้องกันการกระทบกระทั่งระหว่างช้างป่ากับนักท่องเที่ยว รวมทั้งปัญหาไกด์นำเที่ยวที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างปัญหาความเครียดสะสมให้กับช้างป่าว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีไกด์บริษัทนำเที่ยวในท้องถิ่นที่ขึ้นทะเบียนกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประมาณ 10 ราย ที่นำนักท่องเที่ยวขึ้นมาท่องเที่ยวบนอุทยานฯ เขาใหญ่ประจำ และพบว่ามีไกด์ผีเข้ามาในพื้นที่บ้าง มักเป็นบริษัทจาก กทม.หรือที่อื่น ที่ผ่านมาอดีตหัวหน้าอุทยานฯเขาใหญ่เคยทำข้อตกลงกับไกด์นำเที่ยวในเรื่องข้อปฏิบัติต่างๆแล้ว แต่ก็ยังมีที่ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง ไกด์นำเที่ยวเราคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ช้างมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป ทั้งนี้จะหารือกับนายครรชิต นพศรีสุวรรณ หัวหน้าอุทยานฯเขาใหญ่ ในการเรียกประชุมไกด์นำเที่ยวในพื้นที่โดยเร็ว เพื่อให้เกิดข้อปฏิบัติในการท่องเที่ยวที่ตรงกัน และออกหนังสือคำสั่งเป็นข้อตกลงให้ทุกบริษัทต้องปฏิบัติ หากไม่ดำเนินการตามแล้วเกิดปัญหาขึ้นอีกจะไม่อนุญาตให้ขึ้นมานำเที่ยวบนอุทยานฯเขาใหญ่ นอกจากนั้นจะเชิญชาวต่างชาติที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์หนึ่งที่ขึ้นมาถ่ายภาพสัตว์ป่าบนอุทยานฯเขาใหญ่ ไปลงในเว็บไซต์มาตกลงทำความเข้าใจพร้อมกับกลุ่มไกด์นำเที่ยวด้วย

นายอำนวยกล่าวอีกว่า นอกจากนั้นจากการรับฟังแนวคิดจากชาวบ้านในพื้นที่ นักท่องเที่ยวก็เป็นเรื่องใหญ่มีส่วนสำคัญที่ทำให้สัตว์ป่ามีพฤติกรรมเปลี่ยนไป ต้องทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวว่าช้างเป็นช้างป่า มีความอันตราย นักท่องเที่ยวบางคนดื้อ ไม่เชื่อฟังคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ต้องการถ่ายภาพกับช้างป่าอย่างใกล้ชิดหรือเซลฟี่เพื่อนำไปอวดกันในโซเชียลมีเดีย

ขณะที่ น.สพ.ภัทรพล มณีอ่อน สัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวถึงกรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่าการที่ช้างขึ้นทับรถ เป็นการแสดงออกของพฤติกรรมทางเพศในช่วงที่ช้างเป็นสัด โดยใช้รถยนต์แทนช้างตัวเมีย ว่า เป็นไปไม่ได้ที่ช้างจะเข้าใจว่ารถยนต์เป็นช้างตัวเมีย เพราะรถยนต์เป็นโลหะที่มีความแข็ง ไม่ได้มีความอบอุ่นหรือยืดหยุ่นเหมือนผิวหนังช้างด้วยกัน ที่สำคัญเรื่องการผสมพันธุ์ของช้างต้องมีฮอร์โมน หรือฟีโรโมนเป็นองค์ประกอบหลัก ส่วนพฤติกรรมที่ช้างแสดงออกก็เป็นพฤติกรรมทั่วไปของช้างในช่วงที่เป็นสัด ที่อาจมีความก้าวร้าวบ้างเท่านั้น

วันเดียวกัน พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนางมิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ ปลัดกระทรวงฯ นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ อธิบดีกรมป่าไม้ นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรฯ ร่วมเปิดงานวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติประจำปี 2558 ภายใต้ยุทธการ “ผนึกกำลัง คืนผืนป่า เพื่อประชาชน” พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าวว่า การป้องกันการบุกรุกทำลายป่า ถือเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลที่จะหยุดยั้งการบุกรุกพื้นที่ป่า และฟื้นฟูสภาพป่าให้กลับมาดังเดิม ไม่ใช่แค่การนำคนที่บุกรุกออกจากป่าเท่านั้น แต่นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ป่าว่ายากจนจริงหรือไม่ การทวงคืนผืนป่า ตนเน้นย้ำความรับผิดชอบเป็นหลัก พื้นที่ไหน หน่วยงานไหนดูแล จะต้องรับผิดชอบในพื้นที่นั้นๆไป จะมีการแบ่งงานอย่างชัดเจน ซึ่งจะเกิดความดีความชอบหากหน่วยงานนั้นดูแลพื้นที่ป่าได้เป็นอย่างดีและจะมีการประเมินผลแบบถี่ยิบ เพราะกำหนดขอบเขตงานไว้อย่างชัดเจนแล้ว ทั้ง 3 หน่วยงานต้องมีผลงานเป็นรูปธรรมภายในเดือน ม.ค.นี้ และภายใน 9 เดือนจากนี้ ทั้งนี้หากพบเห็นการตัดไม้ทำลายป่าหรือการบุกรุกของกลุ่มนายทุน สามารถแจ้งกับเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ที่สายด่วน 1310 กด 3 เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ 1362 และ ทช. 08-9205-8335

...

ทั้งนี้ ในงานวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติประจำปี 2558 จะมีการจัดกิจกรรมในส่วนกลางแล้ว ตามสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ต่างๆทั่วประเทศก็ได้จัดกิจกรรมปล่อยแถวเจ้าหน้าที่กำลังผสม ชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทำลายทรัพยากรป่าไม้ เนื่องในวันดังกล่าวนี้ด้วย

ที่จังหวัดชุมพร นายปฐม สาทิตานนท์ รอง ผวจ.ชุมพร นายวิทยา พุทธิรัศมีรักษ์ หัวหน้าศูนย์ปราบปรามป่าไม้ชุมพร สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ทหาร ตำรวจ ตชด.ฝ่ายปกครอง และ อส.กว่า 100 นาย เข้าตัดโค่นต้นยางพารา ทำลายพืชอาสินที่เข้าไปปลูกสร้างในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติป่ารับร่อและป่าสลุย ท้องที่หมู่ที่ 4, 5 และหมู่ 6 ต.วังใหม่ อ.เมืองชุมพร จำนวน 6 คดี รวม 7 แปลง เนื้อที่ทั้งหมด 92 ไร่ ซึ่งส่วนใหญ่ปลูกสวนยางพารา อยู่ตามเชิงเขาและบนยอดเขาในพื้นที่เขตป่าสงวนดังกล่าว

นายปฐมกล่าวว่า การดำเนินการในครั้งนี้ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ได้แจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด พร้อมมีคำสั่งให้ผู้กระทำผิดรื้อถอน ทำลายออกไปจากเขตป่าสงวน และได้ปิดประกาศคำสั่งตามสถานที่ต่างๆ จนระยะเวลาล่วงเลยตามกำหนด แต่บุคคลที่เข้าไปครอบครองป่าสงวนแห่งชาติทั้ง 7 แปลง รวม 92 ไร่ ยังคงฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง จึงได้แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เข้ายึดทำลายรื้อถอนดังกล่าว สำหรับพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่มีการบุกรุกปลูกสวนยางพาราดังกล่าว ส่วนใหญ่ผู้บุกรุกจะเป็น นักการเมือง หัวคะแนนนักการเมือง ข้าราชการอดีตข้าราชการ และชาวบ้านทั่วไป โดยยางพาราส่วนใหญ่อายุ 4-10 ปี เก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว

นอกจากนี้ ที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อเช้าวันเดียวกัน นายพิทักษ์ เตชะใจ หน.ศูนย์จัดการกลุ่มป่าสงวนที่ 7 ป่าลุ่มน้ำแม่ฝาง (หน.หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชม.24 (เหมืองแร่) นายอิทธิชัย อุศรีษะหน.หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชม.25 (น้ำยอน) นายรังสิต พูนศรี หน.หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชม. 9 (เชียงดาว) นายอนุชา อุปสรรค์ หน.หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชม. 8 (ปางกว้าง) สนธิกำลังทหาร ร้อย ม.3 บก.ควบคุมที่ 2 ฉก.ม.5 กกล.ผาเมือง ร.อ. เฉลิมพล ลิ้มสก นายแสวง กาศรีวิชัย ป.หน.ฝ่ายป้องกัน ปกครอง อ.ฝาง พร้อมกำลัง 60 นาย เข้าตรวจยึดณิชารีย์รีสอร์ต และโฮมสเตย์ขอบด้ง ที่ 14 ต.ม่อนปิ่น อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ มีนายสุริยา เกิด-โอฬาร อายุ 38 ปี รับเป็นเจ้าของ จำนวน 6 หลัง และนายอาจหาญ จตุรพรไพร อายุ 33 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของโฮมสเตย์ขอบด้ง จำนวน 6 หลัง

...