ชาวบ้าน 4 ตำบล ในจังหวัดระยองกว่า 200 คน เรียกร้องชะลอสร้างโครงข่ายไฟฟ้า 230 กิโลโวลต์ของ กกพ. จุดเชื่อมบ้านค่าย – จันทบุรี ระยะทาง 13.23 กิโลเมตร ย้ำต้องฟังความเห็นคนในพื้นที่ก่อน…
เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่วัดบ้านแลง อ.เมือง จ.ระยอง นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชน และคณะอนุกรรมการ ได้ลงพื้นที่ รับฟังความคิดเห็นของชาวบ้าน 4 ตำบล ต.นาตาขวัญ ต.บ้านแลง ต.ตะพง อ.เมือง และ ต.ชากบก อ.บ้านค่าย จำนวน 200 คน โดยมีนายสมบูรณ์ เพชรฉกรรจ์ บ้านเลขที่ ½ ม.3 ต.นาตาขวัญ อ.เมือง ระยอง นายเจนวิทย์ วัฒนวิสุทธิ์ บ้านเลขที่ 64 ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง และนายธัญญาวุฒิ เสียงประเสริฐ บ้านเลขที่ 50 ม.2 ต.ตะพง อ.เมือง ระยอง เป็นแกนนำกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ลงพื้นที่จังหวัดระยอง เพื่อติดตามรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวบ้านใน 4 ตำบลดังกล่าว หลังชาวบ้านร้องเรียนที่ได้รับผลกระทบจากระบบวางโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าแรงสูงของ กกพ.ไม่เห็นด้วยจำนวน 143 ราย จุดเชื่อมเริ่มจากสถานีไฟฟ้าย่อยเชิงเนิน ตั้งอยู่ ต.บ้านแลง ไปยังจุดเชื่อมระบบโครงข่ายไฟฟ้า 230 กิโลโวลต์บ้านค่าย-จันทบุรี ตั้งอยู่ที่ ต.นาตาขวัญ และ ต.ตะพง อ.เมืองระยอง ระยะทางยาว 13.23 กิโลเมตร จึงพาดผ่าน ต.บ้านแลง ต.นาตาขวัญ และ ต.ตะพง
ทั้งนี้ กลุ่มชาวบ้าน ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง พร้อมเรียกร้องขอให้ชะลอโครงการไว้ก่อนไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาทบทวนใหม่ อีกทั้งเปิดให้ประชาชนในพื้นที่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อโครงการ ก่อนดำเนินการต่อไป การวางแนวสายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถึงจุดเชื่อมต่อ ต้องเลิกแนวทางตรงที่สั้นที่สุดผลกระทบประชาชนน้อยที่สุด แต่ตามประกาศของ กกพ.ที่นำเสนอ กฟผ.แผนที่สภาพภูมิศาสตร์ยังไม่เหมาะสมถ้าแนวตรงสั้นกว่าประหยัดงบประมาณของรัฐมากกว่า
...
ทางด้านนายสมบูรณ์ เพชรฉกรรจ์ ชาวบ้านตำบลนาตาขวัญ ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการวางโครงข่ายระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูงของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวไม่ได้เปิดให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้มีโอกาสร่วมแสดงความคิดเห็นแต่อย่างใด จะเห็นได้จากค่าจ่ายชดเชยแก่ชาวบ้านที่โครงการพาดผ่านไม่ตรงตามสภาพข้อเท็จจริงในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ที่โครงการพาดผ่านนั้นถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญของท้องถิ่น ราคาที่ดินปัจจุบันตกไร่ละนับล้านบาท ที่สำคัญเงินที่จ่ายคืนแก่ชาวบ้านไม่สามารถที่จะนำไปหาซื้อที่ดินแห่งใหม่ เพื่อทำมาหากินได้อีกด้วย จึงอยากขอเรียกร้องให้พิจารณาทบทวนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับชาวบ้านในพื้นที่ และเปิดให้ชาวบ้านได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ก่อนดำเนินโครงการ.