กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า แจง เหตุปะทะผู้ก่อเหตุรุนแรง จนคนร้ายเสียชีวิต 3 ราย ที่ อ.มายอ จ.ปัตตานี เมื่อวานที่ผ่านมา ยัน จนท.จำเป็นต้องดำเนินการ เหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามต่อสู้ เร่งทำความเข้าใจญาติผู้สูญเสีย 

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 ม.ค. พันเอก ปราโมทย์ พรหมอินทร์ หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2558 เวลา 08.05 น. เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลัง 3 ฝ่าย เข้าติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุรุนแรงที่หลบซ่อนอยู่ในบ้านเลขที่ 17/1 ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ โรงเรียนปอเนาะยุวอิสลามมูลนิธิ บ้านน้ำใส ตำบลลุโบ๊ะยิไร อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี ผลจากการปฏิบัติ ได้ปะทะกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เป็นเหตุให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต จำนวน 3 คน ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย จำนวน 3 คน และยึดอาวุธปืนจำนวน 5 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง ลูกระเบิดขว้างแบบมาตรฐาน M 26 จำนวน 2 ลูก รถจักรยานยนต์ จำนวน 3 คัน และอุปกรณ์อื่นๆ อีกหลายรายการ

จากกรณีดังกล่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจว่า จากการตรวจสอบ ผู้เสียชีวิต ทั้ง 3 คน และของกลางที่ยึดได้ มี นายมะรูดิน ตาเฮ อายุ 31 ปี เป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับสั่งการมีหมายจับ ป.วิอาญา 7 หมาย เคยก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่มาแล้วหลายครั้ง ที่สำคัญ เช่น ซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 25 เสียชีวิต 4 นาย ในพื้นที่ อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี เมื่อ 28 กรกฎาคม 2555,บุกเข้ายิงครูโรงเรียนบ้านบาโง อำเภอมายอ เสียชีวิต 2 ราย เมื่อ 11 ธันวาคม 2555 และล่าสุด เกี่ยวข้องกับเหตุลอบวางเพลิงโรงเรียน 6 แห่งในพื้นที่ อำเภอมายอ และ อำเภอทุ่งยางแดง เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2557

...

ผู้เสียชีวิตคนที 2 คือ นาย ปาตะ ลาเต๊ะ อายุ 31 ปี เป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ มีหมายจับ ป.วิอาญา 3 หมาย เกี่ยวข้องกับเหตุซุ่มโจมตี เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดปราบปรามน้ำมันเถื่อนศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เสียชีวิต 5 นาย ในพื้นที่ อำเภอทุ่งยางแดง เมื่อ 11 กันยายน 2556 และผู้เสียชีวิตคนที่ 3 คือ นาย มาหะมะซาบรี ดอเล๊าะ อายุ 27 ปี เป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ เคยมีหมายจับ ป.วิอาญา แต่ปัจจุบันศาลยกฟ้อง 

อาวุธปืนที่ยึดได้ จำนวน 5 กระบอก ประกอบด้วย ปืนเล็กยาว AK 102 จำนวน 1 กระบอก จากการตรวจสอบพบว่าเป็นปืนที่ผู้ก่อเหตุรุนแรงปล้นแย่งชิงไปจากเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี เมื่อ 25 พฤษภาคม 2555, ปืนเล็กยาว M4 CABINE 1 กระบอก จากการตรวจสอบพบว่า เป็นปืนที่คนร้ายได้แย่งชิงไปจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามน้ำมันเถื่อน ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งถูกโจมตีเสียชีวิต เมื่อ 11 กันยายน 2556 และ อาวุธปืนพก 3 กระบอก ประกอบด้วย ปืนพกขนาด 9 มิลลิเมตร ยี่ห้อ GLOCK19 จากการตรวจสอบพบว่า เป็นของ พันตำรวจตรีสันติชัย ศาสตร์ประดิษฐ์ ซึ่งถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต เมื่อ 11 กันยายน 2556 ในพื้นที่อำเภอทุ่งยางแดง สำหรับอีก 2 กระบอก จะทำการตรวจสอบรายละเอียดต่อไป สำหรับ รถจักรยานยนต์ ทั้ง 3 คัน จากการตรวจสอบพบว่า เป็นรถที่ถูกโจรกรรมมาจากพื้นที่ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี 1 คัน อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 1 คัน และอีก 1 คัน ไม่พบข้อมูลในสารบบ

จากพฤติกรรมของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงดังกล่าว จะเห็นได้ว่าได้สร้างความเดือดร้อนที่ทำให้เกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ และพี่น้องประชาชน มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลจากการปฏิบัติดังกล่าว เกิดจากความร่วมมือของพี่น้องประชาชน ตามแนวคิดทุ่งยางแดงโมเดลและการปฏิบัติงานด้านการข่าวเชิงรุก ซึ่งพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เตรียมการเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ จึงได้จัดกำลังเข้าติดตามจับกุมโดยใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก แต่ผู้ก่อเหตุรุนแรงได้ใช้ระเบิดขว้างแบบมาตรฐาน M26 ขว้างใส่เจ้าหน้าที่ จำนวน 2 ลูก แต่ระเบิดไม่ทำงาน พร้อมกับใช้อาวุธปืนสงครามยิงใส่เจ้าหน้าที่ จึงเกิดการปะทะจนนำไปสู่ความสูญเสียดังกล่าว สำหรับผู้ที่ถูกควบคุมตัวทั้ง 3 คน จะได้รับการปฏิบัติในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางกฎหมายด้วยความเสมอภาคและเป็นธรรม

3. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวและญาติ ของผู้ที่เสียชีวิตทั้ง 3 ราย โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ได้ใช้ความพยายามปฏิบัติตามขั้นตอนของการใช้กำลัง ทั้งนี้ได้ประสานผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ช่วยเจรจาเกลี้ยกล่อมเป็นเวลาหลายชั่วโมง แต่ผู้ก่อเหตุรุนแรงไม่ยอมมอบตัวจนนำไปสู่ความสูญเสียดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ ได้เข้าไปชี้แจงสร้างความเข้าใจกับญาติ และพี่น้องประชาชน ถึงเหตุผลและความจำเป็นในการปฏิบัติการดังกล่าว พร้อมทั้งจะทำการช่วยเหลือเยียวยา ตามความเหมาะสมต่อไป