เลขาธิการวัดอรุณฯ ยัน ไม่จำเป็นต้องบูรณะยักษ์วัดแจ้งเร็วๆ นี้ ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก แต่จำเป็นต้องบูรณะใหญ่เกือบทั้งวัด เพราะเสื่อมโทรมตามกาลเวลา 

วันที่ 9 ม.ค. จากกรณีที่มีรายงานว่าวัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร จัดทำพิธีบวงสรวง ก่อนทำการบูรณะซุ้มประตูพระอุโบสถ และยักษ์วัดแจ้ง 2 ตน สหัสเดชะ และทศกัณฐ์ ตามที่เป็นข่าวเมื่อช่วงเช้าวันนี้นั้น

พระศรีสุทธิเมธี เลขานุการวัดอรุณราชวราราม กล่าวกับผู้สื่อข่าวไทยรัฐออนไลน์ ถึงกรณีดังกล่าวว่า ยักษ์วัดแจ้งทั้ง 2 ตน ที่ยืนเฝ้าซุ้มประตูยอดมงกุฎทางเข้าพระอุโบสถยังอยู่ในสภาพเกือบสมบูรณ์ และคงอีกนานที่จะทำการบูรณะ แต่ที่ต้องบูรณะอย่างเร่งด่วนคือ พระอุโบสถในเขตพุทธาวาส และตัวพระปรางค์ในเขตโบราณสถาน เพราะเสื่อมโทรมตามกาลเวลาและอากาศที่แปรปรวน โดยในส่วนของพระอุโบสถไม่ได้บูรณะมากว่า 20 ปีแล้ว ขณะที่ตัวพระปรางค์วัดอรุณฯ บูรณะครั้งใหญ่ไปเมื่อเกือบ 50 ปี ซึ่งการบูรณะในครั้งนี้ อยู่ในความควบคุมของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ กรมศิลปากร และกระทรวงวัฒนธรรม นอกจากนี้ ยังมี ซุ้มประตูยอดมงกุฎ กำแพงแก้ว และศาลาเก้าห้อง ที่ต่อคิวรอบูรณะ ทว่า ยังติดขัดเรื่องงบประมาณ

"เพื่อไม่ให้เกิดความตกใจว่ายักษ์วัดแจ้งเสียหายอย่างไรหรือไม่ อาตมายืนยันว่ายักษ์ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ดี ส่วนงานบวงสรวงที่จัดขึ้นโดยสำนักงานทรัพย์สินฯ ก็เพื่อความเป็นสิริมงคล และแจ้งให้ประชาชนรับทราบว่า การบูรณะเข้าสู่สเต็ปที่ 2 แล้ว โดยบูรณะด้านบนของอุโบสถเสร็จเรียบร้อยด้วยงบประมาณกว่า 60 ล้านบาท เหลือการบูรณะฝาผนังและพื้นที่ต้องจัดวางงบประมาณเพิ่ม ในส่วนของพระปรางค์วัดอรุณฯก็ดำเนินการบูรณะไปพร้อมๆ กัน ด้วยงบประมาณจากกระทรวงวัฒนธรรม 130 ล้านบาท" เลขานุการวัดอรุณราชวราราม ระบุ

พระศรีสุทธิเมธี กล่าวต่อด้วยว่า การบูรณะตัวอุโบสถทั้งหมดจะพยายามทำให้เสร็จภายในปีนี้ ให้ทันในโอกาสมหามงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงเจริญพระชนมพรรษา 88 พรรษา แต่ในส่วนของพระปรางค์วัดอรุณ หลังจากได้ปรึกษากับตัวแทนของกรมศิลป์ คาดว่าต้องขยายเวลาซ่อมแซมจากปี 2559 เป็นเสร็จสมบูรณ์ในปี 2560