ไลฟ์สไตล์
100 year

กิตติศักดิ์เผ่น ไปจากฮ่องกง

ไทยรัฐออนไลน์
9 ม.ค. 2558 07:32 น.
SHARE

หัวโจกฉ้อโกงสจล. จะขอหมายจับอีก4

ตำรวจแฉ “กิตติศักดิ์ มัทธุจัด” ผู้ต้องหาคนสำคัญ คดีโกงเงิน สจล.เกือบ 1,500 ล้าน เผ่นออกจากฮ่องกง แล้ว แต่ยังตรวจสอบไม่ได้ว่าหนีกระเซอะกระเซิงไปอยู่ประเทศไหน ส่วน “สมพงษ์ สหพรอุดมการ” ผู้ต้องหาอีกคนติดต่อขอมอบตัวแล้ว แต่ยังไม่ได้นัดวันเวลา ส่วนการออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 4 คน ยังรอเอกสารธนาคารเล็กน้อย ตรวจสอบแล้วทุกคนน่าจะยังอยู่ในประเทศ ด้านพนักงานสอบสวน กองปราบฯคุมตัว 2 แม่ลูก “โสประดิษฐ์” ไปฝากขังพร้อมค้านประกันตัว ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ แต่ไม่ขอปล่อยตัวชั่วคราวส่งเข้าเรือนจำทันที

ข่าวแนะนำ

กรณีกองปราบปรามเข้าสืบสวนคลี่คลายคดีโกงเงินกองกลางสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) 1,494 ล้านบาทจับกุมนายทรงกลด ศรีประสงค์ อดีตผู้จัดการธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาบิ๊กซี ศรีนครินทร์ และ น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ ผอ.ส่วนการคลัง สจล. นายพูนศักดิ์ บุญสวัสดิ์ นายจริวัฒน์ สหพรอุดมการ นางสมบัติ โสประดิษฐ์ และ น.ส.จันทร์จิรา โสประดิษฐ์ ลูกสาว ส่วนอีก 2 คนยังหลบหนี ประกอบด้วย นายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด และนายสมพงษ์ สหพรอุดมการ แจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ ข้อหาปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอมและข้อหาร่วมกันฟอกเงิน ส่วนข้อหาร่วมกันสนับสนุนเจ้าหน้าที่องค์การของรัฐกระทำการทุจริตแจ้งข้อหากับผู้ต้องหาบางคน และกำลังขยายผลดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้อง เรียกนายถวิล พึ่งมา อดีตอธิการบดี สจล.และผู้บริหารผู้มีอำนาจเซ็นเบิกถอนเงินมาสอบสวน นอกจากนี้ยังตรวจสอบพบว่า นายกิตติศักดิ์ฟอกเงินโดยการขายรถสปอร์ตหรูลัมโบร์กินีให้ บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ พระเอกหนุ่ม และมีชื่อดาราสาว พิงกี้-สาวิกา ไชยเดช เป็นหุ้นส่วนบริษัทในเครือของนายกิตติศักดิ์ แต่ทั้ง 2 คนเข้ามาให้ข้อมูลกับตำรวจแล้วไม่พบความเกี่ยวข้อง

ความคืบหน้าจากกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 ม.ค. พ.ต.อ.ณษ เศวตเลข รอง ผบก.ป.กล่าวว่า หลังจาก พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รรท.ผกก.1 บก.ป. นำกำลังจับกุมนางสมบัติ โสประดิษฐ์ และ น.ส.จันทร์จิรา โสประดิษฐ์ สองแม่ลูกผู้ต้องหาในคดี พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบหลายรายการ สอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 ยังให้การวกวน สับสน ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลที่มาที่ไปของเงินและทรัพย์สินทั้งหมด น.ส.จันทร์จิรา อ้างว่า เงินที่ได้รับโอนจากนายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด ผู้ต้องหาคนสำคัญเพื่อใช้แทงพนันทายผลฟุตบอล ส่วนทรัพย์สินรายการอื่นได้มาจากทำกิจการฟาร์มไก่ชนใน จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นของนายปฐมพงศ์ ศรีโรจน์ แฟนของ น.ส.จันทร์จิรา บางส่วนได้มาจากกิจการร้านรับสักคิ้ว แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ พนักงานสอบสวนเตรียมคุมตัวผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลจังหวัดมีนบุรีผัดฟ้องฝากขังครั้งแรกวันนี้ พร้อมแนบคำร้องคัดค้านการประกันตัว

รอง ผบก.ป.กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องเพิ่มอีก 4 คนกำลังเร่งอยู่ สำหรับผู้ต้องหาที่จะขออนุมัติศาลออกหมายจับ 2 ใน 4 คน เป็นบุคคลที่มีความสนิทสนมกับนายกิตติศักดิ์ ตำรวจมีหลักฐานชัดเจนและมีความเชื่อมโยงกับเส้นทางการโอนเงินจาก สจล. ส่วนอีก 2 คน คนแรกมีความเชื่อมโยงเรื่องการซื้อขายรถของนายกิตติศักดิ์ ส่วนอีกคนพบว่า มีเงินโอนเข้าจากบัญชี สจล.กว่า 20 ล้านบาท เจ้าหน้าที่กำลังสอบปากคำเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เพื่อนำมาเป็นหลักฐานประกอบสำนวน ส่วนนายกิตติศักดิ์ที่ยังหลบหนีพบว่า เดินทางออกจากฮ่องกงไปแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่า หลบหนีไปประเทศใด ส่วนนายสมพงษ์ สหพรอุดมการ ยังหลบหนี ล่าสุดได้รับการประสานว่า จะขอเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน แต่ยังไม่ได้ระบุว่าจะมาเข้าพบวันเวลาใด

พ.ต.อ.ณษกล่าวต่ออีกว่า สำหรับรถลัมโบร์กินีของบอย ปกรณ์ พนักงานสอบสวนกองปราบปรามไม่ได้ทำเรื่องอายัดไว้ ส่วน ปปง.จะอายัดหรือไม่เป็นเรื่องของ ปปง. เพราะทาง ปปง.อาจจะมีกฎหมายในเรื่องนี้อยู่ ส่วน น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ อดีต ผอ.กองคลัง สจล.ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำจังหวัดมีนบุรี จากการสอบสวนยังคงไม่ให้การใดๆ แต่เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบร่วมกับธนาคารแล้วพบว่า มีเงินโอนเข้าในบัญชีตั้งแต่ปี 2555 รวมทั้งก่อนหน้านั้นกว่า 150 ล้านบาท เราไม่ทราบเหมือนกันว่า น.ส.อำพรจะเก็บเงินส่วนนี้ไว้ใช้ทำอะไร เพราะปกติ น.ส.อำพร ทำตัวสมถะ ครอบครัวก็ไม่มี ทรัพย์สินอะไรก็ไม่มี ไม่รู้ว่าต้องการเก็บเงินส่วนนี้ไว้ให้ใครหรือไม่

ด้าน พ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบก.ป.ฐานะหัวหน้าฝ่ายสืบสวนกล่าวว่า ส่วนของผู้ต้องสงสัยต้องรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องต้องขออนุมัติศาลออกหมายจับ สำหรับตัวนายกิตติศักดิ์ พบความเชื่อมโยงกับนางสมบัติและ น.ส.จันทร์จิรา โสประดิษฐ์ สองแม่ลูกที่ตกเป็นผู้ต้องหา ทั้งหมดต้องรู้จักกันแน่นอน ไปมาหาสู่กันปกติ โดยที่ น.ส.จันทร์จิรา รู้จักกับนายกิตติศักดิ์มาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ส่วนผู้ต้องหาที่จะขออนุมัติศาลออกหมายจับอีก 4 คนมีความเชื่อมโยงถึงนายกิตติศักดิ์ ส่วนใหญ่พบว่า รับโอนเงินตรงจาก สจล. แต่ยังไม่ลงไปในบุคคลต่างๆที่มีส่วนเกี่ยวข้องน้อยแต่จะดำเนินการกับตัวหลัก บางราย พบว่า อาจจะแค่รับจ้างเปิดบัญชีธนาคารยังไม่ได้ข้อมูลอะไรมาก

รอง ผบก.ป.กล่าวอีกว่า ขณะนี้ตำรวจมีหลักฐานการโอนเงินค่อนข้างชัดเจน คนที่ผิดไม่ได้มีแค่ตรงนี้ยังมีอีกมากมาย แต่คงจะเปิดเผยในรายละเอียดทั้งหมดไม่ได้ ขึ้นอยู่กับว่าหลักฐานไปถึงใคร คนนั้นต้องถูกดำเนินคดี กลุ่มผู้ที่จะถูกออกหมายจับเพิ่มเติมส่วนใหญ่มีความสนิทกับนายกิตติศักดิ์น่าจะยังอยู่ในประเทศไทย ขั้นตอนการดำเนินการคงเหมือนกับกรณีนางสมบัติและ น.ส.จันทร์จิรา หากว่ามีหมายจับแล้วยังไม่ติดต่อเข้ามอบตัว ก็ต้องติดตามจับกุม ทุกครั้งที่ตรวจค้นจับกุมตนนำพยานหลักฐานไปมอบให้พนักงานสอบสวน ข้อมูลที่ให้ไปมีผู้ที่เกี่ยวข้องหลายคน แต่จะเสนอขออนุมัติศาลออกหมายจับใครบ้างคงขึ้นอยู่ที่ดุลพินิจของพนักงานสอบสวน ดูที่หลักฐานและความเชื่อมโยง เพราะการจะขออนุมัติศาลออกหมายจับต้องมีหลักฐานที่เด่นชัด ไม่เช่นนั้นศาลอาจจะไม่อนุมัติ

“ส่วนกรณี พิงกี้-สาวิกา ไชยเดช เข้าพบพนักงานสอบสวนสอบปากคำพบว่า ไม่น่ามีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นการถูกนำชื่อไปใช้ว่า เป็นหุ้นส่วนบริษัทเคพีพี โปรดักส์ชั่น จำกัด 1 ใน 7 บริษัทในเครือของนายกิตติศักดิ์ มีนายภูดิศ หรือคึกฤทธิ์ จันทิมา ผู้ช่วยผู้กำกับละครเป็นตัวเชื่อมขอเอกสารจากดาราสาวไปใช้ ที่มาของชื่อบริษัทมาจากชื่อ “กิตติศักดิ์ ภูดิศ พิงกี้” เป็นเคพีพี แต่จากการตรวจสอบยังไม่พบว่ามีการดำเนินธุรกิจหรือแบ่งปันผลประโยชน์ และนายภูดิศยังถูกนายกิตติศักดิ์ฟ้องคดีฉ้อโกงที่ศาลแขวงจังหวัดสมุทรปราการอยู่ด้วย โดยนายภูดิศ เข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวนแล้วพร้อมกับพิงกี้ แต่สื่อมวลชนไปโฟกัสอยู่ที่ตัวดาราสาว เขาบอกเลยว่าเงินจดทะเบียนบริษัท 1 ล้านบาท นายกิตติศักดิ์เป็นคนออก เพียงต้องการดึงคนเหล่านี้มาเป็นหุ้นส่วนเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ พิงกี้ก็ไม่รู้มาก่อน ส่วนนายภูดิศก็ไม่ทราบที่มาของเงินหรือทรัพย์สินต่างๆ นายกิตติศักดิ์อ้างว่าตั้งบริษัทเพื่อดำเนินธุรกิจผลิตละคร” รอง ผบก.ป.กล่าว

พ.ต.อ.กรไชยกล่าวอีกว่า ส่วนกรณี บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ พระเอกชื่อดัง ตัดชื่อออกไปแล้ว หลังตรวจสอบแล้วไม่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ยกตัวอย่างหลายครั้งแล้วว่า เวลาไปซื้ออะไรมาจะรู้ล่วงหน้าหรือไม่ว่าคนที่ไปซื้อทรัพย์สินของเขามาเคยฟอกเงินเมื่อ 3 ปีที่แล้ว คงไม่มีใครรู้ แต่ต่อไปนี้ใครจะซื้อทรัพย์สินจากใครจะลำบากมาก เพราะซื้อไปแล้วมีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะติดร่างแหคดีฟอกเงิน สำหรับบอย-ปกรณ์ เราเช็กเส้นทางการเงินแล้วว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ต้องหา ส่วนกรณีของสตรีทผับ พ.ต.อ.ณษ เศวตเลข รอง ผบก.ป. มีการพิจารณาอายัดไว้ตรวจ สอบด้วย เนื่องจากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ส่วนคอมพิวเตอร์รวมทั้งเอกสารหลักฐานต่างๆที่ตรวจยึดและนำส่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ตรวจสอบต้องรอผล แต่ยังตอบไม่ได้ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน

ที่ศาลจังหวัดมีนบุรี เมื่อเวลา 14.00 น. ร.ต.ท.ธิติ เปฏะพันธุ์ พงส.กก.1 บก.ป. คุมตัวนางสมบัติ โสประดิษฐ์ อายุ 44 ปี และ น.ส.จันทร์จิรา โสประดิษฐ์ อายุ 27 ปี สองแม่ลูกผู้ต้องหาที่ 1-2 คดีร่วมกันยักยอกเงินกองคลัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 8-19 ม.ค. เนื่องจากยังต้องสอบพยานบุคคลอีก 25 ปากและรอผลการตรวจสอบประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา

คำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 57 สจล.มอบอำนาจให้ น.ส.วรวรรณ สุวรรณกุฏ เข้าแจ้งความพนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับนายทรงกลด ศรีประสงค์ อดีตผู้จัดการธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาบิ๊กซี ศรีนครินทร์ และ น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการส่วนการคลัง สจล.และบุคคลที่เกี่ยวข้อง กรณีร่วมกันทุจริตถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของสถาบันฯ ต่อมาพนักงานสอบสวนพบพยานหลักฐานการโอนเงินที่ได้จากการทุจริตเข้าบัญชีเงินฝากนางสมบัติ ผู้ต้องหาที่ 1 จำนวน 6 ล้านบาทและโอนเข้าบัญชี น.ส.จันทร์จิรา ผู้ต้องหาที่ 2 จำนวน 46 ล้านบาท จึงเห็นว่าผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด การกระทำดังกล่าวช่วยจำหน่ายซ่อนเร้นปิดบังโยกย้ายถ่ายเททรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดเข้าลักษณะฟอกเงิน ภายหลังศาลออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 2 ตามคำร้องของพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 6 ม.ค.เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามจับตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนได้พร้อมส่งดำเนินคดี

พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 2 ข้อหาร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ ข้อหาร่วมกันฟอกเงิน ข้อหาร่วมกันสนับสนุนพนักงานผู้มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆใช้อำนาจหน้าที่ในการทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่องค์การ และข้อหาร่วมกันสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 265 268 335 (7) พ.ร.บ.ป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5 (1) และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 8 และ 11 ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เหตุเกิดที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง แขวง-เขตลาดกระบัง กทม. เมื่อวันที่ 12 ต.ค.57

ศาลพิจารณาคำร้องแล้วสอบถามผู้ต้องหาไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้ฝากขังได้ ขณะที่ยื่นคำร้องฝากขังวันผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไม่ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว ดังนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาไปควบคุมที่เรือนจำพิเศษมีนบุรี

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1สจล.ทุจริตโกงเงิน สจล.ยักยอกเงินเงินกองกลางออกหมายจับหลบหนีกิตติศักดิ์ มัทธุจัดสมพงษ์ สหพรอุดมการพิงกี้ สาวิกาบอย ปกรณ์ฝากขังสมบัติ โสประดิษฐ์จันทร์จิรา โสประดิษฐ์

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม 2564 เวลา 12:44 น.