ข่าว
100 year

เซ่นอุบัติเหตุ ตาย227ศพ

ไทยรัฐออนไลน์4 ม.ค. 2558 06:10 น.
SHARE

เจ็บ2,163ฉลองปีใหม่

นักท่องเที่ยวทยอยกลับเมืองกรุงก่อนสิ้นสุดวันหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่ เส้นทางจากอีสาน-เหนือ-ใต้เริ่มติดหนึบหลายจุดสถานีขนส่งจังหวัดต่างๆ รวมทั้งที่หัวลำโพง-หมอชิต คลาคล่ำไปด้วยผู้คนหอบหิ้วสัมภาระข้าวสารอาหารแห้งกลับมาบริโภคแบ่งเบาค่าครองชีพในเมืองหลวง ส่วนสถิติอุบัติเหตุ 4 วัน ยอดตายพุ่ง 227 ราย เชียงใหม่คว้าแชมป์ทุกประเภททั้งจำนวนผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และยอดอุบัติเหตุสูงสุด ส่วนที่ยังไม่มีผู้เสียชีวิต 7 จังหวัด กำชับแต่ละจังหวัดปรับแผนรองรับการเดินทางกลับของประชาชน เพิ่มความเข้มแก้ปัญหาอุบัติเหตุตามจุดเสี่ยง

ใกล้สิ้นสุดช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ ประชาชนที่เดินทางไปท่องเที่ยวจังหวัดต่างๆ และกลับไปเยี่ยมญาติพี่น้องตามภูมิลำเนาเริ่มทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 3 ม.ค. ที่สถานีรถไฟหัวลำโพงและสถานีขนส่งกรุงเทพ (หมอชิต 2) เนืองแน่นไปด้วยประชาชนที่เดินทางกลับจากภูมิลำเนาต่างหอบหิ้วสัมภาระพวกของฝากข้าวของเครื่องใช้รวมทั้งข้าวสารอาหารแห้งกลับมาด้วยเพื่อแบ่งเบาค่าครองชีพในเมืองกรุง จากการสอบถามส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่าเลือกเดินทางกลับมาก่อนทั้งที่ยังมีวันหยุดอีกเพื่อหลีกหนีการจราจรติดขัด

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กก.ผจก.ใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า ส่งตัวเลขผู้โดยสารไปยังปลายทางของแต่ละสถานี เพื่อให้ขนส่งจังหวัดจัดรถให้เพียงพอต่อความต้องการ เบื้องต้น บขส.จัดรถรวมกับส่วนเสริมแล้ว 7,000 คันต่อวัน รองรับได้ 2 แสนคนต่อวัน แต่พบว่ามีผู้มาใช้บริการราว 1.2 แสนคน ถือว่าน้อยลงเนื่องจากมีผู้ใช้รถส่วนตัวมากขึ้นจากราคาน้ำมันที่ถูกลง ด้าน รฟท.แจ้งว่า เพิ่มขบวนรถไฟฟรีเพื่อรองรับประชาชนจากต่างจังหวัดที่จะแห่เดินทางกลับ กทม.ตั้งแต่วันที่ 3-5 ม.ค.ทั้งสิ้น 15 ขบวน คาดว่าจะขนถ่ายประชาชนได้ทั้งหมดโดยไม่มีตกค้าง

สำหรับการจราจรจากเส้นทางภาคอีสานเข้ากรุงเทพฯเริ่มหนาแน่น ที่ จ.นครราชสีมา ถนนมิตรภาพช่วงบายพาสปริมาณรถเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังทำความเร็วได้ 80-90 กม.ต่อ ชม. มีการชะลอตัวบางช่วงทางร่วมทางแยก เช่น สี่แยก อ.สีดา สามแยกบ้านวัด อ.คง สามแยกตลาดแค อ.โนนสูง สามแยกบ้าน-ดอนชมพู อ.โนนสูง สามแยกบ้านโพธิ์ ต.บ้านโพธิ์ สะพานข้ามทางรถไฟบ้านหนองกระดังงา ต.จอหอ แต่มีปัญหาจุดปั๊มน้ำมัน ปตท.ที่รถจอดแวะจำนวนมากรวมทั้งร้านจำหน่ายของฝากแน่นเต็มพื้นที่ และเส้นทางมุ่งหน้าไปทางต่างระดับ อ.สีคิ้ว เพราะปริมาณ รถจากอีสานเหนือกับอีสานตอนล่างมาสมทบกันมีการชะลอตัวช่วงทางขึ้นลงเนินและริมอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ไปยังทางเลี่ยงเมืองปากช่อง ฟาร์มโชคชัย และมีปัญหารถเฉี่ยวชนกันหลายจุด

ที่สถานีขนส่งนครราชสีมาแห่งที่ 1 และแห่งที่ 2 คลาคล่ำไปด้วยประชาชนที่จะขึ้นรถโดยสารเดินทางเข้ากรุงเทพฯจำนวนมาก ทำให้คิวรอซื้อตั๋วรถโดยสารยาวออกไปจนพ้นชานชาลา ชาวบ้าน ส่วนใหญ่หอบหิ้วข้าวสาร ข้าวเหนียว อาหารแห้ง ปลาร้า ปลาจ่อม พริกแห้ง กลับไปบริโภค เช่นเดียวกับที่สถานีขนส่งผู้โดยสารเฉลิมพระเกียรติ จ.อุบลราชธานี ประชาชนและกลุ่มผู้ใช้แรงงานหอบหิ้วข้าวสารอาหารแห้งมาขึ้นรถโดยสารกลับไปทำงานในเมืองหลวงตามปกติ ส่วนใหญ่จองตั๋วรถไว้ล่วงหน้าแล้วทำให้ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง ทางสำนักงานขนส่งจังหวัดอุบลราชธานี ได้จัดเตรียมรถโดยสารเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการ ขณะที่สถานีรถไฟศรีสะเกษและสถานีขนส่งจังหวัดศรีสะเกษก็มีประชาชนแห่ใช้บริการเดินทางกลับกรุงเทพฯอย่างคึกคัก ต่างหอบหิ้วข้าวสารกลับไปบริโภค เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย

จ.กาฬสินธุ์ ปริมาณรถสะสมที่มาจากนครพนม สกลนคร มุกดาหาร และหนองคาย เข้าเส้นทางลัดข้ามสะพานเทพสุดา อ.สหัสขันธ์ เข้าตัวเมืองกาฬสินธุ์ การจราจรเริ่มหนาแน่น พ.ต.ท.อภิสัณฑ์ ทองหมู่ สว.จร.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ระดมตำรวจจราจรอำนวยความสะดวกผู้ใช้รถตามสี่แยกสำคัญที่มีปริมาณรถสะสมติดขัดยาวเหยียด ขณะเดียวกันยังพบว่าตามปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่รายทางทั้งขาเข้าและออกจาก จ.กาฬสินธุ์ ปรากฏว่าน้ำมันหมดเกลี้ยงหลายปั๊ม พนักงานแต่ละปั๊มต้องเดินชูป้ายแจ้งให้ประชาชนที่สัญจรได้รับทราบ

ด้าน จ.สระแก้ว ช่วงเช้ามืดวันเดียวกัน นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผวจ.สระแก้ว พร้อมเจ้าหน้าที่ ปภ. เดินทางไปบริเวณทางขึ้นเขาช่องตะโก บ้านใหม่-ไทยถาวร ต.ทัพราช อ.ตาพระยา เป็นทางขึ้นเขาเขตรอยต่อกับ จ.บุรีรัมย์ อีกหนึ่งเส้นทางจากภาคอีสานตอนล่างจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ การจราจรเริ่มติดขัด จึงสั่งระดมกำลังตำรวจทางหลวง อส. และ สภ.ตาพระยา ร่วมจัดการจราจรบนเขาช่องตะโก โดยแบ่งปล่อยรถขึ้นและลงเขาเป็นช่วงๆ เพื่อให้มีการระบายรถให้สะดวกมากขึ้น แต่รถที่ลงจากเขาช่องตะโกยังคงมาติดแน่นที่สามแยกบ้านใหม่-ไทยถาวร เพื่อจะเลี้ยวเข้า อ.วัฒนานคร จนท.ต้องแนะนำทางเลี่ยงให้ไปใช้เส้นทาง อ.อรัญประเทศ แทน เนื่องจากสะดวกรวดเร็วกว่า

บรรยากาศที่ตลาดโรงเกลือ ตลาดการค้าชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาแวะจับจ่ายซื้อของก่อนเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ทำให้ที่จอดรถเต็ม นักท่องเที่ยวต้องขับรถวนหาที่จอดจนรถติดยาวเหยียดกว่า 3 กม. ตำรวจ สภ.คลองลึก ได้จัดชุดปฏิบัติการร่วมทหารพราน และตำรวจ ตม. อำนวยความสะดวกจัดระเบียบสถานที่จอดรถและดูแลรักษาความปลอดภัย

ขณะที่ถนนสาย 304 เส้นทางเชื่อมต่อระหว่างภาคตะวันออกกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงกบินทร์บุรี-นครราชสีมา การจราจรเริ่มหนาแน่นเนื่องจากมีรถจากภาคอีสานทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงทางลงเขาโทน กม.ที่ 42-48 ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี เส้นทางจาก อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา จาก 4 ช่องจราจรพอเข้าเขต อ.นาดี จะเหลือ 2 ช่องจราจร ทำให้การจราจรติดขัดเป็นทางยาว รวมทั้งบริเวณสะพานห้วยกระบอก ช่วง กม.ที่ 26-29 เป็นทาง 2 ช่องจราจร ตำรวจต้องเปิดเส้นทางพิเศษเพื่อเร่งระบายรถให้เคลื่อนตัวได้

จ.เชียงใหม่ บรรดานักท่องเที่ยวเริ่มทยอยเดินทางกลับแล้ว ที่สถานีขนส่งเชียงใหม่อาเขต ตลอดทั้งวันมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติขึ้นรถโดยสารเข้ากรุงเทพฯจำนวนมาก และตามถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่-ลำปาง มีปริมาณรถที่เดินทางออกจากตัวเมืองเชียงใหม่จำนวนมาก ขณะที่มีพ่อค้าแม่ค้านำส้มและสตรอเบอร์รี่มาตั้งแผงขายข้างถนนมีนักท่องเที่ยวจอดรถแวะซื้อทำให้การจราจรติดขัดเข้าไปอีก เช่นเดียวกับ จ.เชียงราย นักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลไปโต้ลมหนาวบนดอยภูชี้ฟ้า ดอยแม่สลอง ดอยผาตั้ง ดอยวาวี และชายแดน อ.แม่สาย อ.เชียงแสน อ.เชียงของ จำนวนมากต่างทยอยเดินทางกลับ ทำให้การจราจรบนถนนพหลโยธินเส้นทางสายหลักมีรถยนต์ทุกชนิดติดกันยาวเหยียดทั้ง 2 ฝั่ง ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายของฝากขายดิบขายดีมีลูกค้าเข้าอุดหนุนแน่นทุกร้าน

ที่แยกภาคเหนือ หรือแยกห้าเชียง หรือแยกหลักกิโลยักษ์ ถนนพหลโยธิน จ.ลำปาง เป็นทางแยกที่มาจากเชียงใหม่และลำพูน รวมทั้งที่มาจากเชียงรายและพะเยา รถยนต์ของนักท่องเที่ยวที่แห่เดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯต้องมาบรรจบกันทำให้การจราจรติดขัดยาวหลาย กม. ตำรวจจราจรต้องควบคุมสัญญาณไฟจราจรแทนระบบอัตโนมัติเพื่อเร่งระบายรถโดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่กู้ภัยอัมรินทร์ เทศบาลเมืองเขลางค์นคร นำน้ำเย็นมาแจกจ่ายคนขับรถเพื่อคลายความเครียดที่รถติดบนถนนเป็นเวลานาน พร้อมแนะนำเส้นทางเลี่ยงการจราจรที่ติดขัด

จ.ตาก บรรดานักท่องเที่ยวทยอยเดินทางออกจากแหล่งท่องเที่ยวตามอุทยานต่างๆ ส่งผลให้การจราจรบนถนนสายแม่สอด-ตาก เริ่มติดขัด โดยเฉพาะตามจุดตรวจจุดสกัดเนื่องจากเจ้าหน้าที่ทั้งทหาร ตำรวจท้องที่ และตำรวจ ตม. มีการตรวจเข้มผู้โดยสารบนรถยนต์ส่วนบุคคล รถตู้ และรถโดยสารประจำทาง เพราะอาจจะมีขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดหรือแรงงานต่างด้าวปะปนมากับนักท่องเที่ยวที่แห่เดินทางกลับในช่วงสิ้นสุดเทศกาลปีใหม่ ส่วนที่ด่านพรมแดนถาวรเชิงสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาร์ บ้านริมเมย ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด เช้าวันนี้ก็คลาคล่ำไปด้วยแรงงานชาวพม่าที่เดินทางกลับจากไปเยี่ยมครอบครัวและร่วมฉลองปีใหม่ที่บ้านเกิด

เส้นทางการจราจรสายเหนือเข้าเมืองกรุงที่ จ.นครสวรรค์ ถนนสายหลักพหลโยธิน ถนนหมายเลข 117 นครสวรรค์-พิษณุโลก และถนนเลี่ยงเมืองหมายเลข 122 มีรถหนาแน่น อาทิ บริเวณสี่แยกพหลโยธิน สามแยกอุทยานสวรรค์ และบริเวณเชิงสะพานเดชาติวงศ์ รถเคลื่อนตัวได้ช้า การจราจรติดขัดยาวกว่า 3 กม. ทั้งยังมีปริมาณรถที่เดินทางมาจาก จ.พิจิตร และ จ.พิษณุโลก สะสมอย่างต่อเนื่อง ตำรวจต้องเปิดช่องทางการจราจรพิเศษเพิ่มอีก 1 ช่องทาง บริเวณสะพานเดชาติวงศ์ (กลาง) พร้อมปิดจุดกลับรถและจุดทางแยกหลายจุดเพื่อให้รถที่เดินทางมาจากภาคเหนือวิ่งตรงยาวเข้าสู่กรุงเทพฯได้สะดวกยิ่งขึ้น ส่วนรถที่มาจาก จ.กำแพงเพชร ที่จะมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ตำรวจบังคับให้ไปใช้ทางเลี่ยงเมืองหมายเลข 122 เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่แออัดในตัวเมืองนครสวรรค์

ส่วนถนนสายเอเชีย เส้นทางตั้งแต่เขตรอยต่อ จ.สิงห์บุรี อ่างทอง ไปจนถึงเขตรอยต่อ จ.พระนครศรีอยุธยา ปริมาณรถหนาแน่นเต็มทุกช่องทาง แต่ยังใช้ความเร็วได้ 70-80 กม.ต่อ ชม. และมีการชะลอตัวในบางจุดบริเวณคอสะพานบางแก้ว และทางกลับรถ รวมถึงทางเข้าออกปั๊มน้ำมัน โดยตำรวจ ภูธรจังหวัดอ่างทองทำป้ายแนะนำประชาชนให้เลี่ยงไปใช้ถนนสาย 309 อ่างทอง-พระนครศรีอยุธยา (สายเก่า) เลี้ยวขวาที่สี่แยกตัดถนนสายวงแหวนตะวันตก ก่อนถึงตัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเข้าถนนสายบางปะอินและขึ้นทางด่วนอุดรรัถยาเข้ากรุงเทพฯ

พ.ต.ท.ศานุวงศ์ คงคาอินทร์ สว.ส.ทล.1 (อยุธยา) กก.1 บก.ทล. เผยว่า ถนนสายเอเชียปริมาณรถเริ่มหนาแน่นตั้งแต่ จ.สิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา และมาชะลอตัวที่ต่างระดับบางปะอิน แยกไปถนนมอเตอร์เวย์ บางนา ชลบุรี ถนนวงแหวนตะวันออก ถนนวงแหวนตะวันตก (บางบัวทอง) และมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ถนนพหลโยธิน มีรถหนาแน่นตั้งแต่ จ.สระบุรี มาถึงอยุธยา รถชะลอตัวที่ต่างระดับบาง-ปะอินเช่นกัน ตำรวจทางหลวง สภ.วังน้อย สภ.บางปะอิน สภ.พระอินทร์ราชา และเจ้าหน้าที่แขวงการทาง ช่วยเร่งระบายรถและอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง ส่วนถนนสาย 347 (บางปะหัน-ปทุมธานี) และถนนสาย 340 บางบัวทอง-สุพรรณบุรี มีปริมาณรถหนาแน่นแต่ยังวิ่งได้คล่องตัว

ที่วัดไชโยวรวิหาร อ.ไชโย จ.อ่างทอง ที่ประดิษฐานพระมหาพุทธพิมพ์ มีนักท่องเที่ยวและประชาชนที่เดินทางกลับจากภาคเหนือ มาแวะไหว้พระขอพรจากหลวงพ่อโต วัดไชโย จำนวนมาก เพื่อเป็นสิริมงคลเนื่องในเทศกาลปีใหม่ ก่อนเดินทางกลับเข้าทำงาน พร้อมถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก เช่นเดียวกับวัดดังต่างๆ ในจังหวัดอ่างทอง บรรยากาศก็คึกคักเช่นกัน อาทิ วัดขุนอินทประมูล วัดม่วง วัดต้นสน มีบรรดาพุทธศาสนิกชนเข้ากราบไหว้พระขอพรจำนวนมากเช่นกัน

เส้นทางสายใต้เข้ากรุงเทพฯ ที่สี่แยกไฟแดงหลังสวน ถนนสายเอเชีย 41 อ.หลังสวน จ.ชุมพร การจราจรเริ่มติดขัดตั้งแต่หน้าหมวดการทางอำเภอหลังสวน ไปถึงสามแยกไฟแดงวังตะกอ ระยะทางกว่า 1.5 กม. สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากนักท่องเที่ยวจำนวนมากแวะซื้อของฝากบริเวณหน้าตลาดเกษตรอวยชัย แหล่งขายของฝากจากปักษ์ใต้มากสุดในชุมพร ส่วน จ.สุราษฎร์ธานี บริเวณท่าเทียบเรือโดยสารบ้านหน้าทอน เกาะสมุย มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ นำรถยนต์รอลงเรือเฟอร์รี่ไปขึ้นที่ท่าเทียบเรือโดยสารอำเภอดอนสัก จำนวนมากเพื่อเดินทางกลับหลังหยุดยาวฉลองเทศกาลปีใหม่ โดยนายสมพงศ์ สันดี ผจก.ท่าเทียบเรือโดยสารบริษัทซีทรานต์เฟอร์รี่ ฝั่งอำเภอเกาะสมุย กล่าวว่า บริษัทจะเสริมเที่ยวเรือเพิ่มขึ้นจนกว่าจะเพียงพอกับความต้องการ ช่วงเช้าที่ผ่านมาเสริมเที่ยวเรือไปแล้ว 2 เที่ยว

ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พล.อ.สุทัศน์ กาญจนานนท์กุล ที่ปรึกษา รมช.ศึกษาธิการ แถลงสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 2 ม.ค. ซึ่งเป็นวันที่ 4 ของการรณรงค์ “มอบความสุขทั่วไทย สัญจรปีใหม่ ปลอดภัยทุกคน” เกิดอุบัติเหตุ 367 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 37 ราย ผู้บาดเจ็บ 381 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 36.51 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 19.35 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถ จยย. ร้อยละ 82.41 จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 22 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 4 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 22 คน

พล.อ.สุทัศน์กล่าวว่า สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 4 วันคือ วันที่ 30 ธ.ค.57 - 2 ม.ค.58 เกิดอุบัติเหตุรวม 2,104 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 227 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 2,163 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมี 7 จังหวัด ได้แก่ ตรัง นครพนม พัทลุง สิงห์บุรี ยโสธร แม่ฮ่องสอน และนราธิวาส จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 93 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 12 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 91 คน ทั้งนี้ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับ ขอให้จังหวัดปรับแผนรองรับการเดินทางกลับของประชาชน มุ่งเน้นการสร้างความปลอดภัย โดยเพิ่มความเข้มข้นในการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในเชิงพื้นที่ โดยเฉพาะจุดเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง พร้อมปรับแผนการจัดตั้งจุดตรวจจุดบริการให้สอดคล้องกับช่วงเวลาและสภาพการจราจร

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ขอให้จังหวัดกำชับเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการจราจร โดยเฉพาะเส้นทางที่เป็นคอขวด คอสะพาน ทางแคบที่บีบช่องจราจร โดยจัดเจ้าหน้าที่อำนวยการจราจร ตั้งกรวย วางแบริเออร์เพื่อจัดช่องทางจราจรให้ผู้ขับขี่สามารถใช้เส้นทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1เดินทางปีใหม่สถิติอุบัติเหตุหัวลำโพงหมอชิตจราจรติดขัดเดินทางกลับบาดเจ็บเสียชีวิต

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้