ข่าว
100 year

อีกแล้ว! ม้าเหล็กขยี้ปิกอัพครูสาว-แฟนหนุ่มร่างแหลกดับคาที่

ไทยรัฐออนไลน์3 ม.ค. 2558 01:30 น.
SHARE

อีกแล้ว!!! ม้าเหล็กขยี้ปิกอัพครูสาวสกลนคร พร้อมแฟนหนุ่มเจ้าหน้าที่ที่ดินในกทม. ดับคาที่ บริเวณจุดทางพาดรถไฟบ้านอุดมพัฒนา กลางเมืองอุดรฯ ถือเป็นอุบัติเหตุครั้งที่ 3 ในรอบสัปดาห์ พบไม่มีเครื่องปิดกั้น สัญญาณเตือน...

เมื่อเวลา 20.55 น. วันที่ 2 ม.ค. พ.ต.ท.ศุภภาษ จิตตรัตน์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุรถไฟชนรถยนต์ปิกอัพที่ทางพาดรถไฟ บ้านอุดมพัฒนา ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงพร้อมด้วยแพทย์ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบชาวบ้านจำนวนมากมุงดูเหตุการณ์ โดยรถไฟ ซึ่งเป็นขบวนรถเร็ว หนองคาย-กรุงเทพฯ ขบวนที่ 134 จำนวน 9 โบกี้ หัวรถจักรดีเชลหมายเลข 4523 จอดอยู่บนราง ภายในคลองห่างจากรางรถไฟประมาณ 50 เมตร พบรถยนต์ปิกอัพ ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน กจ 2291 สกลนคร สภาพถูกชนด้านขวาพังยับเยิน

จากการตรวจสอบพบคนขับเป็นผู้หญิงเสียชีวิตคาพวงมาลัยทราบชื่อน.ส.เกศณรินทร์ทิพย์ นามาก อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 110 หมู่7 ต.ขมิ้น อ.เมือง จ.สกลนคร สภาพศพศีรษะเละตามร่างกายกระดูกหักหลายท่อน ห่างไปประมาณ 5 เมตร พบศพชายทราบชื่อว่าตุ๋ย ไม่ทราบชื่อ นามสกุลจริง และที่อยู่ สภาพร่างกายกระดูกหักหลายที่ กระเด็นออกมานอกรถ

สอบสวนนายหาญณรงค์ พลสนิท อายุ 44 ปี เพื่อนของนายตุ๋ย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ คืนวานนี้ ได้มีเพื่อนที่กลับจากบรูไน จัดงานเลี้ยงฉลองปีใหม่และเตรียมกลับไปทำงาน บรูไนอีกครั้ง ซึ่งบ้านอยู่ในบ้านอุดมพัฒนาต.บ้านจั่น จึงโทรศัพท์นัดแนะเพื่อนรุ่นเดียวกัน รวมทั้งนายตุ๋ย ซึ่งเป็นเป็นเพื่อนของเพื่อนมาร่วมสังสรรค์ด้วย ซึ่งทราบว่า นายตุ๋ยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รังวัด สำนักงานที่ดิน ที่กรุงเทพฯ ได้เดินทางมาร่วมงานด้วย นายตุ๋ยดื่มเหล้าจนเมาแล้วก็ได้นอนอยู่ที่บ้านของเพื่อน

กระทั่งเช้าวันนี้ นายตุ๋ยก็ตั้งวงดื่มเหล้าต่อ และเมื่อตอนเย็นนายตุ๋ยได้โทรศัพท์เรียกให้ น.ส.เกศรินทร์ทิพย์ รับราชการครูในจ.สกลนคร ซึ่งเป็นแฟนสาวคบหาดูใจกันมา 5 ปี และวางแผนแต่งงานกันเดือนเมษายน ที่จะถึงนี้ ให้ขับรถมารับที่บ้านเพื่อน เมื่อมาถึง น.ส.เกศรินทร์ทิพย์ ได้มานั่งร่วมวงแต่ดื่มน้ำส้ม ส่วนนายตุ๋ยได้ดื่มเหล้ากับเพื่อนต่อและยังไม่ยอมกลับ ทำให้แฟนสาวแสดงอาการงอนไม่พอใจ ทำให้นายตุ๋ยยอมขึ้นรถกลับ โดยมีแฟนสาวเป็นคนขับรถ ซึ่งออกไปได้ไม่นานก็ทราบว่าถูกรถไฟชนเสียชีวิต

นายประหยัด อเวรา อายุ 52 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 บ้านอุดมพัฒนา ต.หนองขอนกว้าง เล่าว่า ขณะกำลังปฎิบัติหน้าที่เข้าเวรตั้งด่าน 7 วันอันตราย อยู่ริมถนนห่างจากทางพาดรถไฟประมาณ 50 เมตร ได้ยินเสียงหวูดรถไฟ ก็ทราบว่ารถไฟกำลังจะผ่านมา เป็นจังหวะเดียวกันได้เห็นรถผู้ตายทั้งสองขับมาช้าๆ ตนจึงออกไปโบกส่งสัญญาณให้จอดรถและตะโกนบอกว่ารถไฟกำลังจะมาให้จอดรถ แต่รถปิดกระจกสังเกตเห็นคนภายในรถเหมือนคนกำลังทะเลาะกัน พยายามโบกอีกครั้ง แต่รถก็ยังเคลื่อนออกไปและขับเร็วขึ้น ไม่ถึงกับกระชากรถ พยายมวิ่งตามเพื่อบอกให้หยุดอีกครั้ง แต่รถยังวิ่งข้ามทางพาดไปจนถูกรถไฟชนเสียชีวิตดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จ.อุดรธานี มีอุบัติเหตุรถไฟชนรถยนต์ ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3 เพียงไม่ถึง 1 สัปดาห์ ครั้งแรกวันที่ 28 ธ.ค.2557 เสียชีวิต 1 บาดเจ็บ 4 ราย ครั้งที่ 2 วันที่ 30 ธ.ค. 2557 เสียชีวิต 2 ราย และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 เสียชีวิต 2 ราย โดยทางพาดรถไฟแห่งนี้ เป็นหนึ่งใน 43 ทางพาดรถไฟที่ผ่าน จ.อุดรธานี และไม่มีเครื่องปิดกั้น หลังจากเกิดอุบัติเหตุ 2 ครั้งที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผวจ.อุดรธานี ได้มีคำสั่งตามข้อเสนอของคณะกรรมการป้องกันอุบัติบนท้องถนนจ.อุดรธานี ให้ อปท.ประสานกับการรถไฟทำลูกระนาด เตือนผู้ขับขี่รถยนต์ผ่านทางพาดรถไฟทั้งหมด ให้รู้ว่ากำลังเข้าสู่ทางพาดรถไฟแล้ว เพราะที่ผ่านมาหลังจากการรถไฟเปลี่ยนไม้หมอนเป็นหมอนคอนกรีต ทำให้ทางพาดรถไฟทุกจุดวิ่งผ่านอย่างสะดวก แต่ไม่มีป้ายสัญญาณเตือนโดยเฉพาะในเวลากลางคืน แต่ยังไม่ได้ลงมือทำ ก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นซ้ำอีก.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ม้าเหล็กรถไฟชนปิกอัพอุดรธานีทางพาดรถไฟรถไฟชนหนองคาย-กรุงเทพขบวนที่134เจ้าหน้าที่รังวัดครูสกลนครอุบัติเหตุรถไฟชนป้ายสัญญานเตือนเครื่องปิดกั้นครูสาว

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้