ข่าว
100 year

เผยโฉมถนน-สะพาน-อุโมงค์ ทั่วกรุง-ทั่วไทย อะไรใหม่จราจร 58

ฝ่ายข่าว กทม.–จราจร1 ม.ค. 2558 05:30 น.
SHARE

สภาพการจราจรในกรุงเทพฯและปริมณฑลตลอดปีที่ผ่านมา เป็นไปตามที่ ฝ่ายข่าว กทม.–จราจร เคยรายงานไว้ในรายงานพิเศษฉบับวันปีใหม่ 2557 ว่า เมืองที่เดินเร็วกว่ารถ

ด้วยปริมาณรถที่เพิ่มขึ้นทุกวัน จนมีตัวเลขรวมกว่า 10 ล้านคัน แต่ถนนหรือผิวการจราจรไม่มีตัวเลขเพิ่มขึ้นเลย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่การจราจรตลอดปีที่ผ่านมา จะสรุปได้สั้นๆว่า แสนวิกฤติ

ถามว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในปีกลายจะเกิดต่อเนื่องมาถึงปี 2558 นี้หรือไม่ คำตอบคือ ไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะในปี 2558 นี้ มีโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการแล้วเสร็จเปิดใช้ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดใหญ่ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ....

_____________________________

พรานนก–พุทธมณฑล ถนนน้องใหม่ กทม.

เริ่มจากในกรุงเทพฯ ต้นปีนี้คนฝั่งธนบุรีจะได้ถนนสายใหม่ไว้ใช้งาน คือ ถนนพรานนก–พุทธมณฑลสาย 4 โดย สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร มีกำหนดเปิดใช้ก่อนในช่วงแรกจาก พรานนก–ถนนกาญจนาภิเษก

ถนนสายนี้เป็นถนนคอนกรีตขนาด 8 ช่องจราจรไปกลับ ระยะทาง 6.9 กิโลเมตร เริ่มต้นจาก (สาม) แยกไฟฉาย จรัญสนิทวงศ์ ตัดขึ้นไปทางทิศตะวันตกผ่านถนนพุทธมณฑลสาย 1 ถนนราช-พฤกษ์ เลี้ยวซ้ายไป ถนนเพชรเกษม เลี้ยวขวาไปออก ถนนบรมราชชนนี หากตรงไปจะไปเชื่อม ถนนกาญจนาภิเษก ใกล้เนติบัณฑิตสภาฯ หากข้ามสะพานต่างระดับตรงไป จะออกถนน พุทธมณฑลสาย 2 ใกล้กับสมาคมชาวปักษ์ใต้

โครงการนี้ใช้งบประมาณก่อสร้างและเวนคืนไปรวมทั้งสิ้น 1,900 ล้านบาท ในอนาคต กทม.จะขยายจากถนนกาญจนาภิเษกไปถึงถนนพุทธมณฑลสาย 4 ขณะนี้อยู่ระหว่างการเวนคืน

คาดหมายกันว่า ภายหลังเปิดใช้ถนนเส้นนี้ไม่นาน ที่ดินริมสองฝั่งจะต้องกลายเป็นทำเลทองของหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในถนนราชพฤกษ์ ถนนกัลปพฤกษ์ ที่อยู่ใกล้ๆกัน

เชื่อมโครงข่ายถนนปริมณฑลเสร็จ

ขยับออกมาชานเมือง ปีนี้โครงข่ายถนนปริมณฑลมีการขยายและเชื่อมต่อกันแล้วเสร็จหลายโครงการ เริ่มจากถนนพัฒนาการตัดอ่อนนุช-ถนนสวนหลวง ร.9 ถนนสายนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพของถนนพัฒนาการและโครงข่ายถนนใกล้เคียง เป็นถนนขนาด 6 ช่องจราจรไปกลับ ยาว 3.05 กิโลเมตร พร้อมสะพานข้ามคลอง 2 แห่ง พร้อมทางจักรยาน คาดกันว่าจะสามารถเปิดการจราจรได้ในเดือนมีนาม 2558

อีกด้านหนึ่งกรมทางหลวงชนบท กำลังเร่งก่อสร้าง โครงการถนนต่อเชื่อมถนนราชพฤกษ์–กาญจนาภิเษก แนวตะวันตกตะวันออก ถนนขนาด 6 ช่องจราจรไปกลับ ระยะทาง 6.5 กม. ซึ่งล่าสุดงานคืบหน้ากว่า 90% กำหนดการตามสัญญาจะต้องแล้วเสร็จในมีนาคม 2558 หลังเปิดใช้ถนนสายนี้จะช่วย ระบายการจราจรฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ ที่มาจาก ถนนกาญจนาภิเษก ย่านไทรน้อย บางบัวทอง สามารถวิ่งเข้าโครงการผ่านพื้นที่เปิดใหม่ เข้า ถนนราชพฤกษ์ หรือวิ่งต่อเนื่องเข้า ถนนชัยพฤกษ์ผ่านสะพานพระราม 4 (สะพานปากเกร็ด) เข้าถนนแจ้งวัฒนะ รามอินทรา

นอกจากนี้ ยังมีถนนของกรมทางหลวง คือ โครงการขยายถนนสายบางบัวทอง–ไทรน้อย หรือ ทางหลวงหมายเลข 3215 และ สะพานข้ามถนนวงแหวนตะวันตกเชื่อม อ.ไทรน้อย กับ อ.บางบัวทอง ที่ปัจจุบัน เริ่มทดลองเปิดใช้แล้ว แต่โครงการจะเสร็จสมบูรณ์ในต้นปี 2558

อุโมงค์เชียงใหม่และภูเก็ต

ออกไปดูตามภูมิภาคต่างๆกันบ้าง เริ่มจากจังหวัดเชียงใหม่ เมืองที่จราจรติดขัดไม่แพ้กรุงเทพฯ กรกฎาคม 2558 นี้ โครงการทางลอดจุดตัดทางหลวงหมายเลข 107 เส้นทางไป อ.แม่ริม หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า แยกกองพันสัตว์ต่าง จะมีกำหนดแล้วเสร็จ โครงการนี้เป็นทางลอดทางแยกขนาด 4 ช่องจราจรไปกลับ ระยะทาง 3.5 กม. มีบริษัทเสริมสงวนก่อสร้าง เป็นผู้รับเหมา วงเงิน 598.64 ล้านบาท

นอกจากนี้ กรมทางหลวงยังมี โครงการทางลอดที่จุดตัดทางหลวง หมายเลข 11 (ซึ่งเป็นถนนวงแหวนรอบในเชียงใหม่) กับทางหลวงหมายเลข 1001 บริเวณ กม.94+611 หรือ แยกแม่โจ้ อุโมงค์แห่งนี้ก่อสร้างตามแนวทางหลวงหมายเลข 11 ขนาด 6 ช่องจราจรไปกลับ ยาว 530 เมตร เพื่อให้รถวิ่งผ่านทางลอดโดยไม่ต้องติดสัญญาณไฟจราจร โดยก่อนหน้านี้กรมทางหลวงก่อสร้างทางลอดในแนวทางหลวงหมายเลข 11 เปิดใช้แล้ว 3 แห่ง ที่ แยกช่วงสิงห์ แยกศาลเด็ก และ แยกหนองประทีป

ลงใต้ไปที่จังหวัดภูเก็ต แหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกจังหวัดของประเทศ มีโครงการก่อสร้างทางลอดทางแยกแล้วเสร็จภายในปี 2558 รวม 2 โครงการ ได้แก่ 1.ทางลอดทางแยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข 402 กับ 4020 (แยก ดาราสมุทร) อุโมงค์แห่งนี้มีขนาด 4 ช่องจราจรไปกลับ ระยะทาง 820 เมตร มีบริษัทอิตาเลียนไทยเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง เดิมสัญญาสิ้นสุดใน ต.ค.57 แต่ได้รับการขยายสัญญาอีก 150 วัน ล่าสุดงานก่อสร้างเสร็จเกือบ 100% มีการทดลองเปิดใช้งานแล้ว ก่อนเปิดการจราจรจริงในเร็วๆนี้

2. ทางลอดทางแยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข 402 กับถนนเยาวราช (แยกสามกอง) อุโมงค์แห่งนี้มีความยาวทางลอดรวมถนนประมาณ 4.2 กม. วงเงินก่อสร้าง 850 ล้านบาท ก่อสร้างโดยบริษัทวิวัฒน์ก่อสร้าง ขณะนี้งานคืบหน้าประมาณ 70% กำหนดแล้วเสร็จในสัญญา มิถุนายน 2558

บายพาสนครสวรรค์ใหม่–ขยายเดชาติวงศ์

กลับขึ้นไปที่ภาคกลางตอนบน จังหวัดนครสวรรค์มีโครงการแล้วเสร็จในปี 2558 ได้แก่ 1.โครงการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ (ทางแยกต่างระดับหนองตะโก) นครสวรรค์-พิษณุโลก เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่จะเดินทางไปพิษณุโลก โครงการนี้กรมทางหลวงตัดถนนสายใหม่จากสามแยกหนองตะโกเป็นสี่แยก เพื่อไปเชื่อมทางหลวงหมายเลข 117 รวมทั้งสะพานข้ามแม่น้ำปิง ตัดตรงไปพิษณุโลกโดยไม่ต้องย้อนกลับเข้าตัวเมืองนครสวรรค์

2.โครงการขยายสะพานเดชาติวงศ์ตัวใหม่ อยู่ขนาบด้านข้างสะพานตัวเก่า ซึ่งปัจจุบันปิดเนื่องจากใช้งานมานาน จะขยายจากเดิม 4 ช่องเป็น 6 ช่องจราจร โดยจะขยายทีละฝั่งกำหนดแล้วเสร็จปลายปี 2558

อุโมงค์ประวัติศาสตร์ลอดใต้เจ้าพระยา

นอกเหนือจากโครงการที่จะแล้วเสร็จในปี 2558 แล้ว ในปีนี้ยังมีโครงการก่อสร้างประวัติศาสตร์โครงการหนึ่งอยู่ในความสนใจของแวดวงวิศวกรรมนั้นคือ การก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง– ท่าพระ จากสถานีอิสรภาพ ฝั่งธนบุรี ไปสถานีสนามไชย ฝั่งพระนคร

อุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาช่วงนี้ อยู่ในสัญญาที่ 2 ของโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า สายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-ท่าพระ มีบริษัท ช.การช่าง เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง เริ่มขุดจาก สถานีอิสรภาพ ที่ระดับความลึก 30 เมตร (ระดับความลึกเฉลี่ยของรถไฟใต้ดินสายนี้) มุ่งหน้าไปแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วเพิ่มระดับความลึกไปที่ระดับ 40 เมตร ที่บริเวณวัดกัลยาณมิตร ซึ่งก่อสร้างเป็นปล่องระบายอากาศ และเป็นระดับที่ลึกที่สุดของรถไฟฟ้าใต้ดินสายนี้ จากนั้นหัวเจาะจะขุดลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาในระดับความลึกจากก้นแม่น้ำ 10 เมตร ขณะที่แม่น้ำเจ้าพระยามีความลึก 20 เมตร จึงทำให้เฉลี่ยแล้วระดับความลึกของอุโมงค์ในช่วงลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจะเท่ากับ 30 เมตร เท่ากับระดับความลึกเฉลี่ยของโครงการ

ความยาวของอุโมงค์ช่วงลอดแม่น้ำเจ้าพระยามีระยะทางรวม 200 เมตร ทั้งนี้ บริษัท ช. การช่าง เริ่มดำเนินการประมาณเดือนกันยายน 2557 โดยสามารถขุดได้ระยะทางวันละ 12 เมตร จากที่กำหนดว่าจะขุดได้วันละ 15 เมตร โดยสาเหตุที่งานล่าช้าเกิดจากการเตรียมความพร้อมของหัวเจาะ ที่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ มาก หากไม่พร้อมจะไม่ลงมือ เพราะเกรงว่าหากขัดข้องระหว่างขุดจะเกิดผลกระทบมากกว่า

อย่างไรก็ตาม ความล่าช้าดังกล่าวก็ไม่กระทบกับภาพรวมของเนื้องาน จนล่าสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา อุโมงค์ลอดแม่น้ำ อุโมงค์แรกสามารถขุดเจาะสำเร็จจากฝั่งธนฯไปฝั่งพระนคร และเตรียมนำหัวเจาะไปขุดอุโมงค์ที่สอง เพื่อใช้เป็นอุโมงค์ฝั่งขากลับ ในเดือนมกราคมนี้

สิ่งที่บริษัทกังวลมากในการขุดอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำ คือ แรงดันของน้ำใต้ดินมีมาก กว่าปกติอาจทำให้หัวเจาะลอย อีกทั้งปัญหาน้ำอาจจะซึมเข้าอุโมงค์ แต่ระหว่างดำเนินการ ไม่พบอุปสรรคดังกล่าว เนื่องจากมีการตรวจเช็คและการเตรียมความพร้อมอย่างละเอียดตามมาตรฐานสากลนั่นเอง

ขุดรถไฟใต้ดินพบวัตถุโบราณ

เพราะการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินในช่วงนี้ ผ่านพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ จึงขุดพบวัตถุโบราณ สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นจำนวนมาก เช่น ที่สถานีวังบูรพา ถนนเจริญกรุง มีการขุดพบซาก ไม้หมอน สำหรับทำหมอนรถรางสมัยรัชกาลที่ 5 สายหลักเมือง-ถนนตก ที่สถานีวัดมังกร ขุดพบ “คลองราก” หรือฐานรากโครงสร้างของบ้านเรือนสมัยรัชกาลที่ 5 และที่สถานีสนามไชย ตรงข้ามวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ขุดพบโบราณวัตถุประเภทตุ๊กตาดินเผา ถ้วยชามกระเบื้อง ปืน เหรียญ รวมถึงแนวกำแพงเมือง ก่อสร้างด้วยอิฐแดงสมัยอยุธยา ซึ่งโบราณวัตถุทั้งหมดได้มอบให้กรมศิลปากรรวบรวมไว้ ส่วนแนวกำแพงเมืองนั้น ได้ขุดไปเก็บรักษาไว้ก่อน เมื่อก่อสร้างรถไฟฟ้าเสร็จจะนำกลับมาติดตั้งไว้ที่สถานีสนามไชยเพื่อให้ประชาชนได้ศึกษาค้นคว้าต่อไป

_________________________________

ทั้งหมดคือโครงการแก้ปัญหาจราจรทั้งในกรุงเทพและในจังหวัดต่างๆที่จะแล้วเสร็จ และโครงการก่อสร้างที่น่าสนใจในปี 2558 นี้.....

ฝ่ายข่าว กทม.–จราจร
รายงาน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ถนนสะพานอุโมงค์ทั่วไทยจราจรสภาพการจราจรปริมณฑลเชียงใหม่ภูเก็ตแม่น้ำเจ้าพระยา

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้