ทนถูกกดดันไม่ไหวเข้ามอบตัวอีก 1 ผู้ต้องหาขบวนการโกงเงินในบัญชี สจล. 1,600 ล้านบาท ปฏิเสธเสียงแข็งไม่รู้ไม่เห็นเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ตำรวจมีหลักฐานการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารเชื่อมโยง คุมตัวไปฝากขังพร้อมพวกที่ถูกจับมาก่อนหน้านี้อีก 1 คน รวม 2 คน พร้อมค้านประกันตัว “ณษ เศวตเลข” หัวหน้าชุดสอบสวนเผย เตรียมออกหมายเรียกอดีตอธิการบดี สจล. พร้อมผู้บริหารที่มีสิทธิเซ็นเบิกเงินส่วนกลางทุกคนมาสอบสวนฐานะพยาน เชื่อมีผู้ร่วมขบวนการอีกเพียบ เพราะวางแผนกันเป็นขบวนการ ด้านชุดสืบสวนบุกค้นในพื้นที่ปริมณฑลหลายจุด เพื่อหาหลักฐานเชื่อมโยงผู้ต้องหา ยึดเอกสารมาตรวจสอบจำนวนหนึ่ง
กรณีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)ส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายเข้าแจ้งความกองปราบปรามว่า มีเงินกองกลางในบัญชีธนาคารหายไปกว่า 1,663 ล้านบาท เบื้องต้นตำรวจจับกุมนายทรงกลด ศรีประสงค์ อดีตผู้จัดการธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาบิ๊กซี ศรีนครินทร์ และ น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ ผอ.ส่วนการคลัง สจล. ซึ่งมีหน้าที่ดูแลเงินที่สูญหาย ขยายผลขออำนาจศาลอนุมัติหมายจับเพิ่มอีก 4 คน คือนายพูนศักดิ์ บุญสวัสดิ์ อายุ 26 ปี นายจริวัฒน์ สหพรอุดมการณ์ อายุ 31 ปี นายกิติศักดิ์ มัทธุจัด อายุ 32 ปี และนางสมบัติ โสประดิษฐ์ อายุ 44 ปี ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ ข้อหาปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม ข้อหาร่วมกันสนับสนุนเจ้าหน้าที่องค์การของรัฐกระทำการทุจริต และข้อหาร่วมกันฟอกเงิน ต่อมานายพูนศักดิ์เข้ามอบตัวอ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญชีธนาคารของผู้ต้องหาพบมีเงินโอนเข้า 80 ล้านบาท จากบัญชีของ สจล.
ความคืบหน้าจากกองปราบปรามเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. หลังชุดสืบสวนกองปราบปรามพยายามกดดันผู้ต้องหาที่เหลืออีก 3 คนอย่างหนัก โดยออกติดตามตัวและกดดันตามบ้านญาติ พร้อมพยายามเจรจาให้ญาติเกลี้ยกล่อมผู้ต้องหามอบตัว จนเมื่อเวลา 03.56 น. วันที่ 27 ธ.ค. นายจริวัฒน์ สหพรอุดมการณ์ เดินทางเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบก.ป. ที่กองปราบปราม พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. จึงแสดงหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรีที่ 2362/2557 ลงวันที่ 26 ธ.ค.2557 ให้ดู พร้อมแจ้ง 4 ข้อหา หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนนำตัวนายพูนศักดิ์ บุญสวัสดิ์ และนายจริวัฒน์ สหพรอุดมการณ์ ไปผัดฟ้องฝากขังที่ศาลจังหวัดมีนบุรี โดยคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากคดีมีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี
ด้าน พ.ต.อ.ณษ เศวตเลข รอง ผบก.ป.หัวหน้าชุดคณะทำงานพนักงานสอบสวนเผยว่า เมื่อช่วงเช้าเจ้าหน้าที่สอบปากคำนายจริวัฒน์ หนึ่งในบัญชีที่มีการถ่ายโอนเงิน เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาว่า ไม่ทราบเรื่องการยักยอกทรัพย์ดังกล่าว จากแนวทางการสืบสวนสอบสวน เจ้าหน้าที่เชื่อว่ากรณีดังกล่าวน่าจะทำกันเป็นขบวนการมีผู้รู้เห็นอีกหลายคน ถึงแม้นายจริวัฒน์จะปฏิเสธว่า ไม่รู้จักกับนายพูนศักดิ์ แต่จากแนวทางการสืบสวนทราบว่ามีคนกลางที่เชื่อมให้ผู้ร่วมขบวนการแต่ละคนมารู้จักกันและร่วมวางแผนกันมาเป็นอย่างดี ทุกคนรู้ถึงที่มาของเงินและรู้วิธีการโอนถ่ายเงิน จากกรณีดังกล่าวพบว่าเมื่อได้เงินก้อนใหญ่มาแล้วจะแตกเงินออกไปยังที่ต่างๆ ทั้งซื้อบ้าน ซื้อทรัพย์สินเป็นลักษณะของการฟอกเงิน ทั้งนี้ เชื่อว่ายังมีบัญชีที่รับถ่ายโอนเงินและเกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม คาดว่าเงินที่ยังอยู่ในระบบไม่ได้ถูกถ่ายโอนไปบัญชีใดอีกกว่าพันล้านบาท
พ.ต.อ.ณษกล่าวต่อไปว่า สำหรับการเชิญตัวนายถวิล พึ่งมา อดีตอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รวมถึงผู้มีอำนาจในการเซ็นอนุมัติเข้ามาให้ปากคำเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว จะออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบปากคำแน่นอน เป็นการเรียกมาให้ข้อมูลในฐานะพยาน คาดว่าจะดำเนินการได้ภายในวันจันทร์ที่ 29 ธันวาคมนี้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ประสานขอความร่วมมือจาก ปปง. สตง. และดีเอสไอเข้ามาร่วมด้วย เพราะพบว่าผู้ต้องหานำเงินไปใช้ในธุรกิจอื่น เช่น ซื้อบ้าน ซื้อทรัพย์สิน รวมทั้งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลคือ บริษัทมัทธุจัด จำกัดด้วย อยู่ระหว่างตรวจสอบว่า กรณีที่จดเป็นนิติบุคคลมีรายชื่อบุคคลใดเกี่ยวข้องบ้าง อย่างไรก็ตาม แม้ขณะนี้ผู้ต้องหาทุกคนยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่พนักงานสอบสวนมั่นใจว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอแจ้งข้อกล่าวหา โดยยังไม่มีการออกหมายจับบุคคลอื่นเพิ่มเติม
ช่วงบ่ายวันเดียวกัน พ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบก.ป.มอบหมายให้พนักงานสอบสวนไปขอศาลอนุมัติหมายค้นตามจุดต้องสงสัยว่าจะซุกซ่อนหลักฐานเอกสารต่างๆในคดีด้วยกันหลายจุด ประกอบด้วย คอนโดมิเนียม เดอะ คีย์ ย่านแจ้งวัฒนะ ของ นายพูนศักดิ์และของนายกิตติศักดิ์ บริษัทมัทธุจัด จำกัด หมู่บ้านธนาภิรมย์ เลขที่ 87/10 หมู่ 6 ต.บ้าน-เมืองใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ ของนายกิตติศักดิ์ และบ้านเลขที่ 86/2 หมู่ 4 ซอยแจ้งวัฒนะ 13 แยก 7 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ บ้านลูกสาวนางสมบัติ โสประดิษฐ์ เพื่อหาพยานหลักฐานและความเชื่อมโยงคดี ผลการตรวจค้นปรากฏว่า ชุดสืบสวนได้ตรวจยึดเอกสารจำนวนหนึ่งมาตรวจสอบต่อไป
ที่ศาลจังหวัดมีนบุรี ร.ต.ท.โอภาส บำรุงถิ่น พงส.กก.1 บก.ป. คุมตัวนายพูนศักดิ์ บุญสวัสดิ์ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 200/140 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. และนายจริวัฒน์ สหพรอุดมการณ์ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 67/36 หมู่ 1 ตำบลหลักสาม อำเภอบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ผู้ต้องหาคดีสนับสนุนเจ้าพนักงาน พนักงานในองค์การหรือหน่วยงานรัฐ ซึ่งมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ข้อหาเป็นเจ้าพนักงาน พนักงานในองค์การหรือหน่วยงานรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ข้อหาปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ และข้อหาฟอกเงินไปยื่นฝากขังครั้งที่ 1 มีกำหนด 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค.57 ถึงวันที่ 7 ม.ค.58
คำร้องฝากขังระบุว่า เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.57 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดย น.ส.วรวรรณ สุวรรณกูฏ เข้าร้องทุกข์พนักงานสอบสวนดำเนินคดีนายทรงกลด ศรีประสงค์ และ น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ กรณีร่วมกันลักทรัพย์ของสถาบันฯเป็นเงิน 1,075,037,702 บาท ต่อมาพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง มีหลักฐานว่านายพูนศักดิ์และนายจริวัฒน์ร่วมกันกระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหาจริง โดยรับโอนเงินและโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารของตนเอง และยังโอนเงินไปให้บุคคลอื่นอีกหลายคน จึงยื่นคำร้องต่อศาลอาญาขอออกหมายจับนายพูนศักดิ์ตามหมายจับศาลอาญาที่ 2361/2557 และนายจริวัฒน์ ตามหมายจับที่ 2362/2557 ลงวันที่ 26 ธ.ค.57 ข้อหาปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารปลอม ร่วมกันฟอกเงิน ต่อมาตำรวจจับกุมทั้ง 2 คนได้เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.57 นายพูนศักดิ์และนายจริวัฒน์ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เหตุเกิดที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง แขวงและเขตลาดกระบัง กทม. เมื่อวันที่ 1-2 ต.ค.57
...
พนักงานสอบสวนคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไว้สอบสวนจนครบกำหนด 48 ชั่วโมงในวันที่ 28 ธ.ค.57 ซึ่งเป็นวันหยุดทำการของศาล การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นเนื่องจากต้องสอบพยานบุคคลอีก 30 ปาก และรอผลการตรวจสอบประวัติต้องโทษของผู้ต้องหา ด้วยความจำเป็นดังกล่าวจึงขอฝากขังผู้ต้องหา และพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัวนายพูนศักดิ์เพียงคนเดียว เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูงมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก เกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น ส่วนนายจริวัฒน์พนักงานสอบสวนไม่คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหาเข้ามอบตัว ศาลสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้ฝากขังได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ยื่นคำร้องฝากขังผู้ต้องหาทั้งสองแล้ว มีญาติของนายพูนศักดิ์ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว แต่ศาลพิจารณาแล้วไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ส่วนนายจริวัฒน์ ไม่มีใครยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษมีนบุรีต่อไป