พบศพหนุ่มเพิ่งพ้นโทษ ถูกคนร้ายจับล็อกกุญแจมือ ยิงกลางแสกหน้าทิ้งศพบ่อดิน ในสวนปาล์ม อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ตร.คาดขัดแย้งทางธุรกิจไม่เปิดเผย...
เมื่อเวลา 00.15 น. วันที่ 25 ธ.ค. 57 ร.ต.อ.สมพร แสงทอง ร้อยเวรสอบสวน สภ.คลองท่อม จ.กระบี่ รับแจ้งพบศพคนถูกยิงเสียชีวิต เหตุเกิดภายในสวนปาล์มน้ำมัน ม.1 ต.พรุดินนา อ.คลองท่อม จ.กระบี่ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.ท.สมพงษ์ ครุตสุวรรณ รอง ผกก.สส. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน แพทย์เวรโรงพยาบาลคลองท่อม เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเต๊กก่า จีคุงเกาะ และมูลนิธิประชาสันติสุขคลองท่อม ร่วมในการตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณบ่อดินริมถนนภายในสวนปาล์มน้ำมัน พบศพผู้ตาย ทราบชื่อคือ นายปภังกร ช่วยแก้ว อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 122 ม.1 ต.ลำทับ อ.ลำทับ จ.กระบี่ อยู่ในสภาพนอนหงาย สวมเสื้อยืดแขนสั้นคอกลมสีดำ สวมทับด้วยเสื้อแจ็กเก็ตหนังสีดำ นุ่งกางเกงยีนส์สีน้ำเงิน มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนที่บริเวณใบหน้า รวม 4 นัด กระสุนทะลุกลางศีรษะ ส่วนที่ข้อมือซ้ายผู้ตายมีกุญแจมือคล้องอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้ คาดว่า ถูกฆ่ามาจากที่อื่นแล้วนำศพมาทิ้งไว้ จึงนำศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลคลองท่อม
จากการสอบสวน นางเพ็ญจันทร์ ใหมทอง อายุ 31 ปี ภรรยาผู้ตาย ให้การว่า สามีได้หายออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 57 ที่ผ่านมา และได้ส่งข้อความเข้ามือถือ มาบอกว่าออกไปเคลียร์ปัญหากับเพื่อน ทราบชื่อคือ นายเอ็ม ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง บ้านอยู่ตำบลพรุดินนา ต่อมาทราบจากญาติว่า สามีได้โทรศัพท์มาแจ้งว่า กำลังมีปัญหาให้ตามไปช่วยที่บ้านของนายเอ็ม จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้อีก จึงได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.คลองท่อม ก่อนจะบอกญาติพี่น้องช่วยกันออกตามหาจนกระทั่งมาพบศพดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งประเด็นขัดแย้งเรื่องธุรกิจไม่เปิดเผย เนื่องจากผู้ตายเคยถูกจับกุมเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา โดยผู้ตายได้ทวงหนี้ค่าธุรกิจ จำนวน 7 พันบาท กับนายเอ็มหลายครั้ง จนมีการโต้เถียงกัน ก่อนนัดไปเคลียร์ปัญหาที่บ้านของนายเอ็ม จนกระทั่งหายตัวไป ซึ่งคาดว่านายเอ็มมีส่วนรู้เห็นการตาย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ออกตรวจสอบที่บ้านของนายเอ็ม ผู้ต้องสงสัย ที่ตำบลพรุดินนา แต่ก็ไม่พบตัว คาดว่าหลบหนีไปแล้ว พบเพียงหมอน 1 ใบ มีรอยกระสุนและรอยเลือด ถูกทิ้งห่างจากบ้านนายเอ็ม ประมาณ 1 กม. คาดว่าคนร้ายจะใช้หมอนอัดที่ใบหน้าผู้ตาย แล้วใช้อาวุธปืนจ่อยิงเพื่อไม่ให้ได้ยินเสียง และนำศพมาทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งจะได้ติดตามตัวมาทำการสอบสวนดำเนินคดีต่อไป