น้ำท่วมนราฯ ยังหนัก เรือบรรทุกน้ำมันปาล์มรั่วไหลลงกลางทะเล พ่อเมืองยะลา เผย ระวังโรคฉี่หนู เตือนประชาชนถ้าเสี่ยงติดโรคให้รีบปรึกษาแพทย์...

วันที่ 24 ธ.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.นราธิวาส 24 ธ.ค. 57 บรรยากาศโดยทั่วไปยังคงมีฝนตกแพร่กระจายทั้ง 13 อำเภอ แต่มีปริมาณน้อยลง ขณะที่ปริมาณน้ำในแม่น้ำโก-ลก ซึ่งล้นตลิ่งนานกว่า 1 สัปดาห์ลดลงเล็กน้อย โดยมีระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 1.78 เมตร ลดลง 5 เซนติเมตร

นอกจากนี้ มีรายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันปาล์มชื่อ SRICADI 151 ที่ถูกคลื่นลมซัดมาเกยชายหาดนราทัศน์ เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค. ที่ผ่านมา มีรอยรั่วใต้ท้องเรือ และมีน้ำมันปาล์มบางส่วนเริ่มไหลลงสู่ทะเล โดยล่าสุด นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ ผวจ.นราธิวาส สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบแล้ว

ทั้งนี้ นพ.อุทิศศักดิ์ หริรัตนกุล นายแพทย์สาธารณสุข จ.ยะลา เปิดเผยว่า จากสภาวะน้ำท่วมในพื้นที่ จะมีโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะโรคฉี่หนู หรือเลปโตสไปโรซิส ซึ่งมีโอกาสแพร่ระบาดได้ง่าย เนื่องจากเชื้อโรคที่อยู่ในฉี่ของหนูและสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ปนเปื้อนอยู่ตามพื้นดินกระจายไปกับน้ำที่ท่วม อาการที่สำคัญคือหลังจากได้รับเชื้อราว 10 วัน จะเกิดอาการปวดศีรษะทันที จะปวดบริเวณหน้าผาก หลังตา ขมับทั้งสองข้าง ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะบริเวณขา เอว เวลากดหรือจับจะปวดมาก ไข้สูงร่วมกับหนาวสั่น อาการเหล่านี้อยู่ได้ 4-7 วัน หากเชื้อเข้าไปอยู่ในสมองจะทำให้มีอาการเพ้อ ไม่รู้สึกตัว และถ้าเชื้ออยู่ในท่อไตจะทำให้ไตวาย ที่สำคัญมีการติดเชื้อทั่วร่างกายจะทำให้มีเลือดออกในร่างกายซึ่งเป็นสาเหตุให้ผู้ติดเชื้อเสียชีวิต การเดินย่ำน้ำลุยโคลนโดยไม่ได้ป้องกัน ตัวเชื้อโรคก็จะเข้าสู่ผิวหนังทางบาดแผลตามร่างกาย

...

"จึงขอเตือนประชาชนหากจำเป็นต้องเดินลุยน้ำ ย่ำโคลน หรือแช่น้ำนานๆ ขอให้สวมรองเท้าบูต เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำถูกแผล และหลังจากเสร็จภารกิจแล้วให้รีบอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด เช็ดตัวให้แห้ง อย่างไรก็ตาม หากมีอาการไข้สูงปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ตาแดง คลื่นไส้อาเจียน โดยเฉพาะกล้ามเนื้อที่บริเวณน่อง ขอให้รีบไปพบแพทย์ทันที และให้ข้อมูลประวัติแพทย์เกี่ยวกับการอยู่ในบริเวณน้ำท่วมขัง เล่นน้ำ หรือย่ำน้ำ เพื่อการวินิจฉัยและได้รับการรักษาโดยเร็ว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันการเสียชีวิตของผู้ป่วย พร้อมกันนี้ได้ส่งทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็วกระจายออกไป ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่เพื่อปฏิบัติการ เฝ้าระวังและควบคุมป้องกันโรคเลปโตสไปโรซิสอย่างใกล้ชิด หากเกิดเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉิน สายด่วน 1669 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือโรงพยาบาลใกล้บ้านทุกแห่ง"