เหยื่อสู้จนมือเหวอะ ส่วนโจรหนีไม่รอด

สาวขายเครื่องสำอางขับเก๋งป้ายแดงไปจอดในลานจอดรถห้างใหญ่กลางเมืองชัยนาท พอดับเครื่องยนต์ประตูปลดล็อกอัตโนมัติ เจอคนร้ายที่ดักซุ่มรอจู่โจมเข้ามาในรถแล้วใช้มีดจี้ สาวใจเด็ดฮึดสู้จนถูกมีดบาดมือเหวอะ ก่อนหนีออกจากรถร้องตะโกนให้คนช่วย คนร้ายเผ่นแน่บแต่ไปไม่รอดโดนตะครุบตัวทันควัน สารภาพเป็นโชเฟอร์สิบล้อ-อดีตทหารเกณฑ์เพิ่งปลดประจำการ อ้างต้องการเงินไปใช้หนี้เจ้านาย ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อเพราะค้นกระเป๋าพบปืนปลอม เชือก เทปกาว กล้อง ส่องทางไกล และถุงยางอนามัย คาดอาจเป็นอุปกรณ์จับตัวเหยื่อไปข่มขืน

สาวใจเด็ดฮึดสู้คนร้ายที่เข้ามาจี้ชิงทรัพย์ในรถเก๋งจนได้รับบาดเจ็บรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 23 ธ.ค. พ.ต.ท.ปฏิกรณ์ หาญหัตถกิจ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชัยนาท รับแจ้งเหตุคนร้ายจี้ชิงทรัพย์ภายในลานจอดรถห้างเทสโก้ โลตัส สาขาชัยนาท ถนนชัยนาท-สุพรรณบุรี ต.บ้านกล้วย อ.เมืองชัยนาท จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อุกฤษ ภู่กลั่น ผกก.สภ.เมืองชัยนาท นำกำลังไปตรวจสอบ พบรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีขาว ป้ายแดง ทะเบียน ก-0953 ชัยนาท จอดอยู่ในลานจอดรถทางฝั่งขวาของห้าง ติดกับลานจอดรถ จยย.ภายในรถเก๋งมีคราบเลือดเปรอะเปื้อนข้างรถพบมีดสั้นยาว 4 นิ้ว ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุตกอยู่ ส่วนผู้เสียหายทราบชื่อ น.ส.กนกพร พรหมมา อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 104/1 หมู่ 1 ต.เที่ยงแท้ อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท มีบาดแผลถูกมีดบาดที่นิ้วมือทั้ง 2 ข้าง หลายแผล

สอบปากคำ น.ส.กนกพรให้การว่า เปิดบูธขายเครื่องสำอางสมุนไพรอยู่ในห้างแห่งนี้ ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถเก๋งมาจอดในลานจอดรถของห้าง ขณะที่ตนเลื่อนเกียร์ไปที่ตัว P ซึ่งเป็นเกียร์สำหรับการจอดรถพร้อมดับเครื่องยนต์ ทำให้ประตูปลดล็อกทั้ง 4 ด้าน จู่ๆมีชายคนร้ายปรี่เข้ามาเปิดประตูฝั่งคนขับ ใช้มีดจี้พร้อมขู่ว่ามีปืน สั่งให้ตนไปนั่งที่เบาะซ้ายข้างคนขับ ตนกลัวจะถูกทำร้ายเลยปีนข้ามไปยังเบาะซ้าย แล้วรีบเปิดประตูรถเพื่อจะหลบหนี แต่คนร้ายดึงตัวไว้พร้อมเงื้อมีดทำท่าจะแทง เมื่อเห็นสถานการณ์จวนตัวเลยตั้งสติและรวบรวมความกล้าฮึดสู้ โดยใช้มือทั้ง 2 ข้างคว้าข้อมือคนร้ายเพื่อแย่งมีด ทำให้ถูกคมมีดบาดมือหลายแผล หลังต่อสู้กับคนร้ายอยู่ราว 3 นาที ตนหนีออกมาจากรถได้ก็รีบตะโกนให้คนช่วย กระทั่งมีคนวิ่งมาช่วย คนร้ายรีบทิ้งมีดวิ่งหนีเข้าไปในพงหญ้าข้างลานจอดรถ

...

หลังทราบรายละเอียด ตำรวจสายตรวจ ชุดสืบสวน และสายตรวจจราจร สนธิกำลังกับทหารชุดรักษาความสงบ มทบ.13 เข้าปิดล้อมพงหญ้าข้างห้างดังกล่าว กระทั่งพบกระเป๋าสะพายสีน้ำตาลที่คนร้ายทำหล่นไว้ระหว่างหลบหนี เปิดดูภายในพบสร้อยทองปลอม 1 เส้น ปืนปลอม 1 กระบอก ซองปืน 1 อัน เชือกสีแดง 1 มัด เทปกาวขนาดใหญ่ 1 ม้วน กล้องส่องทางไกล 1 อัน และถุงยางอนามัย 1 กล่อง คาดว่าคนร้ายน่าจะเอาอุปกรณ์ที่เตรียมมาไว้ใช้ก่อเหตุฉุดเหยื่อสาวไปกักขังหน่วงเหนี่ยว และน่าจะมีเจตนาข่มขืนหญิงสาวด้วย ต่อมาเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้เก็บรอยนิ้วมือแฝงและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อื่นๆไปตรวจสอบ พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดของห้างเพื่อหาเบาะแส

พ.ต.อ.อุกฤษ ภู่กลั่น ผกก.สภ.เมืองชัยนาท เผยว่า ขณะนี้ตำรวจได้เบาะแสคนร้ายรายนี้แล้ว คาดจะจับตัวได้เร็วๆนี้ แต่เรื่องที่อยากเตือนสุภาพสตรีที่ใช้รถเก๋งเกียร์ออโตเมติก คือขณะจอดรถต้องเลื่อนเกียร์มาที่ตัว P ทันทีที่ดับเครื่องยนต์ รถจะปลดล็อกประตูอัตโนมัติ จึงอยากให้สำรวจสภาพแวดล้อมรอบข้างก่อนจะจอดรถทุกครั้ง หากมีเหตุไม่ชอบมา พากลให้รีบออกจากจุดจอดจุดนั้น ไปหาที่จอดจุดอื่นที่มีรถคันอื่นจอดอยู่ด้วยจะปลอดภัยที่สุด

ต่อมาช่วงเที่ยงวันเดียวกัน ตำรวจชุดสืบสวน เข้าจับกุมนายแบงค์ แสงน้อย อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ 8 ต.สามง่ามท่าโบสถ์ อ.หันคา จ.ชัยนาท ขณะเดินอยู่ริมถนนใกล้บ้าน นำตัวมาสอบปากคำที่ สภ.เมืองชัยนาท นายแบงค์ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนร้ายจริง อ้างว่าเพิ่งก่อเหตุครั้งแรกเพราะต้องการเงิน 1 หมื่นบาทไปใช้หนี้เจ้านาย เนื่องจากเพิ่งปลดประจำการทหารเกณฑ์ สังกัดกองทัพบก ค่ายสมเด็จพระศรีนครินทรา อ.เมืองลพบุรี และหันมายึดอาชีพขับรถสิบล้อรับจ้างทั่วไป แต่รายได้ไม่พอใช้จ่าย โดยเมื่อช่วงเช้าวานนี้ ทำทีมานั่งกินข้าวและเดินซื้อสินค้าในห้างโลตัส เพื่อหาเหยื่อเป็นหญิงสาวที่ขับรถเก๋งมาเพียงลำพัง กระทั่งพบผู้เสียหายขับรถเก๋งป้ายแดงมาเปิดบูธขายสินค้า จึงเข้าไปพูดคุยสอบถามเกี่ยวกับสินค้าและดูท่าทีเหยื่อจนมั่นใจว่าน่าจะก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์ได้ไม่ยาก

นายแบงค์ให้การอ้างอีกว่า จากนั้นในช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้มาดักรอบริเวณลานจอดรถ เมื่อผู้เสียหายขับรถมาจอดแล้วดับเครื่องยนต์ ทำให้ประตูรถปลดล็อกอัตโนมัติ จังหวะนั้นผู้เสียหายไม่ทันระวังตัว จึงฉวยโอกาสจู่โจมเข้าไปเปิดประตูรถแล้วใช้มีดจี้ แต่ไม่คิดว่าผู้เสียหายจะฮึดสู้ สำหรับข้าวของที่ตำรวจพบในกระเป๋าสะพายที่ทำหล่นไว้ขณะหลบหนี ตนพกติดตัวไว้เป็นปกติอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ตำรวจไม่ปักใจเชื่อในคำให้การ เพราะคาดว่าคนร้ายน่าจะเตรียมอุปกรณ์ไปก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศกับหญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อ และเคยก่อคดีลักษณะเช่นนี้มาแล้ว เบื้องต้นแจ้งข้อหา ชิงทรัพย์ผู้อื่นโดยมีอาวุธเป็นเหตุให้เป็นอันตรายต่อร่างกาย และกักขังหน่วงเหนี่ยว