น้ำท่วม 4 จว.ภาคใต้ตอนล่างยังวิกฤติ ประกาศภัยพิบัติแล้ว 36 อำเภอ ขณะที่เมื่อคืนนี้ น้ำทะเลหนุนน้ำเอ่อท่วมพื้นที่ ศก.เขตเทศบาลปัตตานี ชาวบ้านขนของแทบไม่ทัน ถนนหลายสายน้ำสูงกว่า 50 ซม. ส่วนสงขลาคลื่นแรงน้ำทะเลซัดชุมชนเก้าเส้ง ในเขตเทศบาล รุนแรงในรอบหลายปี….
เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. มีรายงานความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ 4 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ประกอบด้วย จ.สงขลา, ปัตตานี, ยะลา และนราธิวาส โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติรวม 36 อำเภอ ขณะที่เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น.ในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองปัตตานี ได้เกิดน้ำทะเลหนุน ทำให้น้ำในแม่น้ำปัตตานี เอ่อเข้าท่วมใจกลางเมืองอย่างกะทันหัน ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ย่านเศรษฐกิจ โดยถนนเกือบทุกสายถูกน้ำท่วม ระดับน้ำ 30-50 ซม. บรรดาร้านค้าตั้งตัวไม่ทัน เนื่องจากน้ำมาเร็ว และแรง ต่างช่วยขนของตั้งไว้ที่สูง
นอกจากนั้น น้ำยังเข้าท่วมพื้นที่ตรงข้ามศาลากลางจังหวัดปัตตานี และหน้าศาลหลักเมือง รวมทั้ง สภ.เมืองปัตตานี และสถานีดับเพลิง เทศบาลเมืองปัตตานี โรงเรียนประจำจังหวัด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ได้แจ้งเตือนให้ประชาชนระมัดระวังกับสถานการณ์น้ำท่วมตลอด 24 ชม.
ส่วนพื้นที่ จ.สงขลา ทางนายธำรงค์ เจริญกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้ประกาศให้พื้นที่ 8 อำเภอ 42 ตำบล 12,134 ครัวเรือน เป็นเขตความช่วยเหลือภัยพิบัติฉุกเฉินน้ำท่วมแล้ว ประกอบด้วย อ.หาดใหญ่ สะเดา รัตภูมิ ควนเนียง จะนะ เทพา นาทวี และอ.สะบ้าย้อย ซึ่งสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นกินพื้นที่ครึ่งหนึ่งของจ.สงขลา และสถานการณ์น้ำท่วมทั้ง 8 อำเภอยังไม่ผ่านพ้นช่วงวิกฤติ เนื่องจากภาวะฝนยังตกหนักมากทั่วทุกพื้นที่ของ จ.สงขลา ต่อเนื่องไปอีก 2-4 วัน ทำให้พื้นที่ลุ่มน้ำริมคลองสายหลักต่างๆ เช่น คลองอู่ตะเภา คลองนาทวี คลองเทพา คลองรัตภูมิ คลองหวะ คลองวาด และคลองต่ำ เพิ่มสูงขึ้นและมีความเสี่ยงที่จะมีน้ำท่วมขังเพิ่มขึ้นอีก
...
ทั้งนี้ เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น.วันที่ 22 ธ.ค.ได้เกิดคลื่นลมแรงน้ำทะเลหนุนเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนภายในชุมชนเก้าเส้ง เขตเทศบาลนครสงขลา โดยคลื่นซัดน้ำทะเลขึ้นมาไกลกว่า 15 เมตร เข้าท่วมถนนและบ้านเรือนแบบกะทันหัน ชาวบ้านเกือบ 20 ครัวเรือน ที่ได้รับผลกระทบและต้องขนย้ายข้าวของไว้บนที่สูงและอพยพออกจากบ้านไปพักอาศัยกับญาติ โดยปรากฏการณ์คลื่นแรงและน้ำทะเลหนุนเข้าท่วมในครั้งนี้ถือว่ารุนแรงในรอบหลายปี และเกิดขึ้นในช่วงกลางคืน จนชาวบ้านตั้งตัวไม่ทัน.