ริม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มีประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการตั้งถิ่นฐานของชุมชนมาอย่างช้านาน ด้วยเหตุนี้ กทม.จึงได้พยายามส่งเสริมให้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นมรดกของชาติ ตามวิสัยทัศน์ของคณะกรรมการฟื้นฟูแม่น้ำเจ้าพระยาในเขต กทม. ปี พ.ศ.2548 โดยได้มอบหมายให้สำนักผังเมืองดำเนินการ

และเมื่อเร็วๆวันนี้ กทม.ได้เปิดเวทีระดมสมองจากหลายภาคส่วนมาร่วมสัมมนา ในหัวข้อ “แม่น้ำเจ้าพระยา...สายน้ำของแผ่นดิน” เพื่อร่วมกันหาแนวทางอนุรักษ์ ฟื้นฟู ดูแลภูมิทัศน์วัฒนธรรมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาจากสะพานปฐมบรมราชานุสรณ์ถึงท่าวาสุกรี รายละเอียดเป็นอย่างไร ติดตามจาก ดร.พรสรร วิเชียรประดิษฐ์ รองผู้อำนวยการ ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

----------------------------

ถาม-จะรักษาริม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างไร

ดร.พรสรร-ประวัติศาสตร์จะสมบูรณ์ได้นั้น ลักษณะกายภาพและสิ่งแวดล้อมจะต้องเป็นเครื่องมือยืนยันเพื่อให้เห็นภาพในอดีต แต่ปัจจุบันริม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยามีอาคารสูงเกิดขึ้นจำนวนมาก ถือเป็นภูมิทัศน์ที่ไม่ดี เนื่องจากริม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นที่ตั้งของวัด วัง บ้านเรือน และสถาปัตยกรรม ตลอดจนย่านชุมชน ซึ่งแสดงถึงวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ฉะนั้นจะต้องพิจารณาดูถึงความเหมาะสมในการควบคุมอาคาร เพื่อให้สิ่งก่อสร้างใหม่ๆไปด้วยกันได้กับโบราณสถานริม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา หรืออาจจะยึดโบราณสถานเป็นตัวกำหนดภูมิทัศน์ เพื่อให้ริม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาคงสภาพไว้ให้ได้มากที่สุด และต้องรักษาไม่ให้โบราณสถานเสื่อมคุณค่า

...

ถาม-จะควบคุมอาคารหรือสิ่งก่อสร้างริม 2 ฝั่งแม่น้ำได้อย่างไร

ดร.พรสรร-ต้องอาศัยเครื่องมือทางกฎหมาย คือ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลงอาคารบางชนิดหรือบางประเภทริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทั้ง 2 ฝั่ง โดยระยะ 3–15 เมตร จากริมฝั่งให้ก่อสร้างอาคารสูงไม่เกิน 8 เมตร และระยะ 15–45 เมตร จากริมฝั่งให้ก่อสร้างอาคารสูงไม่เกิน 16 เมตร เป็นต้น

เนื่องจากริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ กทม.มีอาคารสูงเป็นจำนวนมาก บางแห่งรุกล้ำลำน้ำ ส่งผลให้ทำลายสิ่งแวดล้อมภูมิทัศน์ของแม่น้ำ นอกจากนี้อยากเสนอให้ กทม.และกรมศิลปากร มีมาตรการให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ภูมิทัศน์ริม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

ถาม-จะส่งเสริมให้ประชาชนร่วมกันรักษาริม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างไร

ดร.พรสรร-การใช้ประโยชน์ที่ดินริมน้ำ ต้องไม่มีลักษณะโดดเด่นจนมองไม่เห็นอัตลักษณ์เดิม เราจะต้องให้ความสำคัญกับวิถีชุมชนดั้งเดิมมากกว่า ตึกอาคารสูงริมแม่น้ำ อีกปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยสนับสนุนให้เกิดการร่วมกันดูแลรักษา ในต่างประเทศจะมีงบประมาณช่วยเหลือประชาชนเป็นค่าปรับปรุงภูมิทัศน์หน้าบ้านในทางสาธารณะ หาก กทม.สามารถทำได้ ก็จะเกิดแรงจูงใจ มีกลไกเชิงบวกที่จะทำให้เกิดการอนุรักษ์ร่วมกัน แต่สิ่งที่ดีที่สุด คือ การสร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชนได้ตระหนักและเห็นคุณค่าความสำคัญของพื้นที่ริม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้เกิดการพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์วัฒนธรรมริม 2 ฝั่งให้กลับมามีความงดงาม ทรงคุณค่าและสร้างความเจริญงอกงามสืบต่อไปอย่างยั่งยืนในฐานะ “มรดกของชาติ”.