แก๊งรีดทรัพย์ที่ภูเก็ต อุ้มชาว 'ยูเครน' ไปกักขัง เรียกเอาเงิน 5แสนดอลลาร์ฯ จับผัวไปก่อนแล้วพาเมียไปเคลียร์ สุดท้ายตกลงกันได้ที่ 2 แสนดอลลาร์ฯ ก่อนที่จะถูกตลบหลังรวบตัวได้ทั้งแก๊ง 10 คน มีทั้งทหารและพลเรือน โดนอาญาข้อหาหนัก ยังให้การปฏิเสธ ...
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 19 ธ.ค. พ.ต.ท.ปฏิวัติ ยอดขวัญ พนักงานสอบสวนสภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต รับแจ้งจากนางมารีน่า ออมาโคว่า อายุ 32 ปี สัญชาติยูเครน ว่า เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. เวลาประมาณ 10.30 น. ได้มี น.ส.อรนุชา ติยพงศ์พัฒนา อายุ 40 ปี พาทหารมาด้วย 3 คน พร้อมอาวุธปืนยาว บังคับพาตนไปจากบ้านพักเลขที่ 85/11 ม.7 ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยให้ขึ้นรถเก๋ง จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ ในรถมีชาย3 คน และมีรถยนต์อีก 2 คัน ขับตามหลัง พาตนไปพบกับนายอีกอ สามี ที่ถูกจับตัวมาจากหาดมิตรภาพ ม.2 ต.ราไวย์ ไปไว้ที่บ้านแห่งหนึ่ง ใน ต.ราไวย์
นางมารีน่า ผู้เสียหาย กล่าวด้วยว่า ในระหว่างนั้นทั้งหมดได้แจ้งว่า นายอีกอยืมเงินไปจำนวน 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ ให้ตนหาเงินนำมาคืน หากไม่คืนจะฆ่านายอีกอ สามีตนให้ตาย ซึ่งขณะที่พูดคุยกันเรื่องเงิน 500,000 ดอลลาร์ฯ นั้น สังเกตเห็นมีทหาร2คน ถืออาวุธครบมือ มายืนเฝ้าหน้าบ้าน เมื่อเห็นว่าคงไม่สามารถปฏิเสธหรือขัดขืนได้ จึงได้ตอบตกลงว่า จะจ่ายเงินให้จำนวน 200,000 ดอลลาร์ นัดส่งมอบที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาห้าแยกฉลอง อ.เมืองภูเก็ต จากนั้นทั้งหมดได้ปล่อยตัวให้กลับบ้านในเวลา 10.30 น. วันที่ 19 ธ.ค. จึงตัดสินใจแจ้งให้สถานทูตทราบ ก่อนจะเข้าแจ้งความกับตำรวจ ซึ่งได้วางแผนจับกุมผู้กระทำความผิดทั้งหมด
ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้รายงานให้ พ.ต.ท.วรพงศ์ พรหมอินทร์ สว.สส.สภ.ฉลอง ทราบ และประสานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.ภูเก็ต มาร่วมกันวางแผนเพื่อจับกุมแก๊งดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้วางแผนให้นางมารีน่า เข้าไปเบิกเงินที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาห้าแยกฉลอง ม.8 ต.ฉลอง ระหว่างนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดนอกเครื่องแบบทั้งของ สภ.ฉลอง และ ภ.จว.ภูเก็ต ไปซุ่มดูอยู่ทั้งในและนอกธนาคารอย่างไม่คลาดสายตา
...
อย่างไรก็ตาม เมื่อนางมารีน่า เดินทางไปที่ธนาคารกสิกรไทย ตามที่ได้นัดหมายกับกลุ่มผู้ต้องหา ได้มีชายจำนวน 3 คนเข้ามาประกบ และส่วนหนึ่งอยู่ภายในธนาคารฯ จากมีหญิงสาวในแก๊ง 1 คน พาผู้เสียหายไปถอนเงิน แต่ไม่สามารถถอนได้ เจ้าหน้าที่ธนาคารแจ้งว่า ต้องให้เจ้าของบัญชีมาถอนเอง กลุ่มชายฉกรรจ์ที่ประกบนางมารีน่าอยู่จึงเดินลงไปพานายอีกอ ลงจากรถยนต์เพื่อเข้าไปถอนเงิน เมื่อเจ้าหน้าที่เห็นนายอีกอ เดินเข้ามาในสภาพที่อิดโรย จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมแก๊งดังกล่าวทันที โดยสามารถควบคุมตัวไว้ได้ทั้งหมด 10 คน
ผู้ต้องหาประกอบด้วย นายประวัตร์ เอียดยาว อายุ 36 ปี ชาว จ.ตรัง น.ส.อรนุช ติยพงศ์พัฒนา อายุ 40 ปี ชาว จ.ภูเก็ต นายเขมติชัย ปันเสาร์ อายุ 32 ปี ชาว จ.น่าน นายบันดาล อินมัง อายุ 35 ปี ชาว จ.สุราษฎร์ธานี นายสมพร ชัยสิทธิ์ อายุ 58 ปี ชาว จ.สุราษฎร์ธานี จ.ส.ต.สุมิตร ช่วยบำรุง อายุ 49 ปี ส.อ.คเชนพงศ์ บุญมี อายุ 43 ปี ส.อ.วิเชียร สุกนุ่น พลทหารวิสิฎฐ์ แก้ววิหค อายุ 26 ปี และพลทหารฤทธิชัย พรหมทองแก้ว อายุ 22 ปี เจ้าหน้าที่ทหารทั้งหมดสังกัดร้อย มทบ.41
เบื้องต้นพนักงานสอบสวน แจ้งดำเนินคดีในข้อหา "ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดๆหรือไม่กระทำการใดๆหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์ของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเอง หรือของผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย จนผู้ถูกข่มขืนใจต้องการทำการนั้น ไม่กระทำการหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น โดยมีอาวุธหรือร่วมกันทำความผิดนั้นตั้งแต่ 4 คนขึ้นไป หรือกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่น หรือกระทำการด้วยประการใดให้ผู้อื่น ปราศจากเสรีภาพในร่างกายและข่มขืนใจให้ยอมหรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินโดย ใช้กำลังประทุษร้ายหรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตราย ต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญ หรือบุคคลที่ 3 โดยมีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ" โดยผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ
ต่อมาพ.ต.อ.พินิจ ศิริชัย พ.ต.อ.วิฑูรย์ กองสุดใจ พร้อมด้วย พ.ต.อ.อารยะพันธ์ พุกบัวขาว รองผบก.ภ.ภูเก็ต ได้เดินทางมาที่ สภ.ฉลอง ร่วมประชุม และติดตามคดี ก่อนทำหนังสือเลขที่ ตช.0023 (ภก).6/5310 ถึงผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41 เพื่อให้มาตรวจสอบบุคคลที่เป็นทหาร และแจ้งนายทหารพระธรรมนูญ มาร่วมฟังการสอบสวนต่อไป.