อุตุฯออกประกาศฉบับที่14เตือนความกดอากาศสูงกำลังแรงยังคงปกคลุมตอนบนของประเทศ อุณหภูมิลดลงอีก2-3องศาฯ ส่วนภาคใต้ฝนยังตกหนัก อ่าวไทยคลื่นสูง2-4เมตร ชาวประมงร้องขาดรายได้ ต้องนำเรือจอดหลบมรสุม...
เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 18 ธันวาคม กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 14 เรื่อง "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ตอนล่าง และคลื่นลมแรงในอ่าวไทย" ระบุว่า
บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลงอีก 2-3 องศาเซลเซียส โดยบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณยอดเขาสูงจะมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นในบางพื้นที่
สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสตูล ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนตกสะสมไว้ด้วย
...
ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปยังคงมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ชายฝั่งระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่18-19 ธันวาคม 2557 นี้ไว้ด้วย
ขณะเดียวกัน นายสมพงษ์ ปานน้อย ชาวประมงสมาคมประมงพื้นบ้านอ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า มรสุมลมตะวันออกเฉียงเหนือที่เกิดขึ้น ชาวบ้านเรียกว่า ลมว่าว ซึ่งเป็นช่วงฤดูมรสุมตั้งแต่เดือนตุลาคม ถึงธันวาคม ของทุกปี สำหรับปีนี้ถือว่ามาช้า เพิ่งเริ่มต้นมรสุมเมื่อต้นเดือนธันวาคม ทำให้ชาวบ้านที่มีอาชีพประมง ไม่สามารถนำเรือออกไปจับปลาได้ เนื่องจากคลื่นทะเลสูงกว่าระดับน้ำปกติ2- 4 เมตร เรือประมงทั้งหลายจะไม่สามารถออกทะเลได้เลย เพราะจะเกิดอันตรายจากกระแสน้ำทะเลที่พัดรุนแรง
นายสมพงษ์ กล่าวด้วยว่า ช่วงฤดูมรสุมลมตะวันออกเฉียงเหนือ ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างมาก เพราะไม่สามารถทำการประมงได้ ทำให้ขาดรายได้มาจุนเจือครอบครัว ส่วนเรือประมงซึ่งเป็นเครื่องมือสร้างรายได้ ต้องนำมาจอดลอยลำหลบลมทะเลบริเวณริมตลิ่งหน้าอ่าวคั่นกระได และคลื่นทะเลยังทำให้น้ำกระแทกเรืออย่างแรง ซึ่งเมื่อปีที่แล้วมีเรือประมงพื้นบ้านจมน้ำกว่า30ลำ บางลำต้องนำขึ้นมาไว้บนฝั่ง บางลำต้องทิ้งสมอ 4 -5 เส้น เพื่อช่วยพยุงไม่ให้เรือจม หรือลอยออกนอกชายฝั่ง
"นอกจากปลาทูแล้ว สัตว์น้ำชนิดอื่นก็ไม่สามารถหาได้ ทั้งปลาหมึก ปูม้า ทำให้ในช่วง 2 -3 เดือนนี้ ชาวประมงต้องขาดรายได้ หากจะออกทะเลก็ต้องดูทิศทางลมให้ดี บางรายต้องไปรับจ้างทำไร่ เพื่อนำมาเป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง" นายสมพงษ์ กล่าว